<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย-อียูลงนามข้อตกลงจัดสรรโควตาภาษี เผยยังคงได้สิทธิ์โควตาสินค้าเกษตร ประมง ไม่น้อยกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 2564 นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เปิดเผยว่า ได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามความตกลงระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการจัดสรรปริมาณสินค้าที่มีโควตาภาษีของสหภาพยุโรป (อียู) ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ที่เป็นผลการเจรจารองรับการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร หรือ Brexit ณ กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม โดยฝ่ายสหภาพยุโรปมีนาย Jos&amp;eacute; Fernando Costa Pereira เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรโปรตุเกสประจำคณะกรรมาธิการการเมืองและความมั่นคง สำนักงานประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป เป็นผู้แทน และมีนายเสข วรรณเมธี เอกอัครราชทูตหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลงนามความตกลงจัดสรรโควตาภาษี (TRQ) กับอียู เป็นการสรุปการแบ่งโควตาภาษีสินค้าเกษตรและประมงของไทยที่ส่งออกไปอียูและอังกฤษ โดยไทยจะได้โควตาเท่าเดิมในภาพรวม แต่ผู้ส่งออกจะต้องเช็กว่าโควตาไปอียูเป็นจำนวนเท่าไร ไปอังกฤษเป็นจำนวนเท่าไร เช่น โควตาไก่บางรายการอาจแบ่งไปให้อังกฤษมากกว่าอียู ส่วนโควตาข้าวบางรายการ อาจจะอยู่ที่อียูมากกว่าอังกฤษ เป็นต้น ส่วนอัตราภาษีจะยังเป็นอัตราเดิม ซึ่งเมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับแล้วจะช่วยให้การส่งออกสินค้าไทยหลายรายการที่สำคัญไปทั้งสองประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สินค้าในรายการที่ลงนาม ส่วนใหญ่เป็นสินค้าข้าว สัตว์ปีก และสินค้าประมง โดยไทยยังคงรักษาสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับก่อนที่จะมี Brexit ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณโควตาเดิมที่สหภาพยุโรปจัดสรรให้ไทยเป็นการเฉพาะ (Country Specific Quota) เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก (เป็ดและไก่) และปลา ซึ่งผู้นำเข้าสินค้าจากไทยภายใต้ปริมาณโควตานี้จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำ ส่วนรายการอื่นๆ จะมีที่เป็นโควตารวมให้ทุกประเทศ (global quota) ซึ่งไทยต้องไปยื่นขอโควตาแข่งกับประเทศอื่นต่อไป&amp;rdquo;นางพิมพ์ชนกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเจรจากับอียูและอังกฤษในกรอบของ WTO นั้น เป็นการเจรจาเฉพาะการแบ่งปริมาณอย่างเดียว ไม่รวมการลดภาษี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีนโยบายให้มีการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป และไทย-อังกฤษ โดยเร็วๆ ซึ่งคงจะมีการเจรจาทั้งขอเพิ่มโควตาและลดภาษีสินค้าเกษตรและประมงต่อไป เพื่อให้เกษตรกรและผู้ส่งออกไทยได้รับประโยชน์จาก FTA ให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ไทยกับอังกฤษได้ลงนามย่อในหนังสือแลกเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่เดือนธ.ค.2563 เพื่อให้ทันมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค.2564 อันเป็นวันที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ ส่วนผลการเจรจากับสหภาพยุโรปเป็นเอกสารที่ลงนามในครั้งนี้ ซึ่งสหภาพยุโรปจะต้องไปดำเนินกระบวนการภายในก่อนที่จะมีหนังสือแจ้งไทยเพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับต่อไป คาดว่าจะเป็นประมาณเดือนมิ.ย.2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102472</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงจัดสรรโควตาภาษี, ไทย-สหภาพยุโรป (อียู)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_6099cd0c6132d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
