<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.อังกฤษระบุตัวมือแพร่บันทึกลับทูตผู้ดีวิจารณ์ &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่ออังกฤษเผย ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยเบื้องหลังการเผยแพร่บันทึกลับ ที่เอกอัครราชทูตอังกฤษวิจารณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แล้ว ซันเดย์ไทมส์ปูดข้อมูลเพิ่ม ทูตรายนี้ชี้ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงอิหร่านด้วยเหตุผลส่วนตัวเพียงเพราะไม่อยากสานต่อผลงานของบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม แดร์รอค อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐ (ซ้าย) และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ / AFP / GETTY IMAGES NORTH AMERICA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม แดร์รอค ต้องลาออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐเมื่อวันพุธที่แล้ว ภายหลังบันทึกลับและโทรเลขทางการทูตที่รั่วไหลสร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐอย่างรุนแรง จนประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับเขา เจ้าหน้าที่ทางการอังกฤษสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ข้อมูลลับนี้ โดยตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายเปิดการสอบสวนทางอาญาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของซันเดย์ไทมส์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวหลายรายในรัฐบาลโดยไม่เปิดเผยชื่อว่า ตำรวจสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย และเชื่อด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่คดีนี้อาจเป็นผลของการแฮ็กคอมพิวเตอร์โดยรัฐต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ทั้งซันเดย์ไทมส์และเมลออนซันเดย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองจากศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ร่วมการสอบสวนนี้ด้วย โดยตรวจสอบประวัติโทรศัพท์และอีเมล และสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่สามารถเข้าถึงแฟ้มเก่าๆ ของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว เมลออนซันเดย์เผยแพร่บันทึกของแดร์รอค ที่วิจารณ์ทรัมป์และรัฐบาลของเขาว่า เซ่อซ่าและไร้ความสามารถ ทำให้ทรัมป์ทวีตตอบโต้ด่าทอทูตอังกฤษชุดใหญ่ และลามถึงรัฐบาลของนายกฯ เทเรซา เมย์ ที่ประกาศหนุนหลังทูตผู้นี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมลได้เผยแพร่บันทึกเพิ่มเติม โดยท้าทายคำเตือนของตำรวจที่ห้ามสื่อเผยแพร่เอกสารทางการทูตเหล่านี้และขู่จะดำเนินการตามกฎหมายความลับของทางราชการ รายงานเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า แดร์รอคเขียนบันทึกส่งถึงรัฐบาลอังกฤษเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;quot;มุ่งมั่นจะก่อความเสียหายทางการทูต&amp;quot; ด้วยการตัดสินใจนำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 โดยฝ่ายเดียว ก็ด้วย &amp;quot;เหตุผลส่วนตัว&amp;quot; ของทรัมป์เอง เพียงเพราะว่าความตกลงนี้เป็นผลงานของประธานาธิบดีโอบามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน, คิม แดร์รอค, บันทึกลับทางการทูต, อดีตทูตอังกฤษ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b38480f4db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเริ่มแซงก์ชันน้ำมัน-การเงินอิหร่านขั้นหนัก จีนไม่เล่นด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐเริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันและการเงินของอิหร่านครั้งหนักหน่วงรุนแรงที่สุดแล้วเมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี มั่นใจอิหร่านจะเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรครั้งนี้ได้อย่างภาคภูมิ ขณะรัฐบาลจีนประณามสหรัฐการขยายอำนาจศาลเกินขอบเขต ยืนกรานจีนจะทำการค้าทวิภาคีกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ต่อไป แต่ &amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; แก้เกี้ยว ระบุจีนได้รับสิทธิยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอิหร่านเผาธนบัตรดอลลาร์และธงชาติสหรัฐขณะชุมนุมประท้วงด้านนอกสถานทูตเก่าของสหรัฐในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2561 ก่อนหน้าที่มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐจะเริ่มมีผลในวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษอิหร่านรอบใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งสหรัฐคุยว่าเป็น &amp;quot;การแซงก์ชันที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;quot; เกิดขึ้น 6 เดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากความตกลงร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุม ปี 2558 เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงถ่ายทอดทางโทรทัศน์ของอิหร่านวันเดียวกัน ประธานาธิบดีโรฮานีประกาศว่าอิหร่านจะอ้อมผ่านการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายและไม่ยุติธรรมของสหรัฐไปได้อย่างภาคภูมิ เพราะมาตรการของสหรัฐนั้นขัดต่อกฎข้อบังคับระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราอยู่ในสภาวะสงครามทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญหน้ากับมหาอำนาจขี้รังแก ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในประวัติศาสตร์อเมริกาไม่มีผู้ที่เข้าทำเนียบขาวคนใดที่ขัดต่อกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศถึงเพียงนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งพุ่งเป้าเล่นงานอิหร่านนับแต่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐเมื่อต้นปี 2560 โจมตีว่า ความตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจ ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐ, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี นั้นมีข้อบกพร่องและไม่เพียงพอที่จะยับยั้งอิหร่านให้เลิกบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคว่ำบาตรรอบใหม่นี้สหรัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดการส่งออกน้ำมัน ซึ่งลดลงไปถึงวันละ 1 ล้านบาร์เรล นับแต่เดือนพฤษภาคม และตัดสถาบันการเงินของอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ คุยไว้กับรายการ &amp;quot;เฟซเดอะเนชัน&amp;quot; ของสถานีซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า สหรัฐจะกดดันให้อิหร่านขายน้ำมันดิบไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์กล่าวไว้ว่า สหรัฐต้องการเจรจาทำข้อตกลงฉบับใหม่กับอิหร่านที่จะควบคุมการแทรกแซงของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง และควบคุมโครงการมิสไซล์ของอิหร่านด้วย รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวว่า อิหร่านจะไม่เจรจาต่อรองใหม่อีก อันดับแรก สหรัฐต้องเคารพความตกลงที่ได้ข้อสรุปกันไปแล้วก่อน นั่นจึงเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรองครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐได้ให้สิทธิพิเศษแก่ 8 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ในจำนวนนี้รวมถึงอินเดีย, ญี่ปุ่น และตุรกี ที่สหรัฐยอมให้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านได้ต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้และต่อตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงและประกาศจะรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตร โดยที่ประเทศอื่นๆ ที่ร่วมลงนามต่างคัดค้านอย่างแข็งขัน มีบริษัทเอกชนและธนาคารหลายแห่งในประเทศเหล่านี้ที่ไม่ต้องการสร้างศัตรูกับกระทรวงการคลังสหรัฐถูกบีบให้ถอนตัวจากตลาดอิหร่านแล้ว รวมถึงบริษัท โททาล, เปอโยต์ และเรโนลต์ของฝรั่งเศส และบริษัท ซีเมนส์ ของเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลจีนยืนยันว่าจีนจะยังทำการค้ากับอิหร่านต่อไปตามปกติ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า จีนคัดค้านการคว่ำบาตรโดยฝ่ายเดียวและการขยายขอบเขตอำนาจศาล จีนเชื่อว่าความร่วมมือปกติระหว่างจีนกับอิหร่านภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้น ถูกกฎหมายและชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกจีนผู้นี้ไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าจีนอยู่ในกลุ่ม 8 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจีนยังคง &amp;quot;ความร่วมมือปกติ&amp;quot; กับอิหร่านที่อยู่ภายใต้กรอบการทำงานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา ปอมเปโอแถลงที่กรุงวอชิงตัน ประกาศรายชื่อ 8 ประเทศ ที่สหรัฐจะให้สิทธิพิเศษ ยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตรห้ามซื้อน้ำมันของอิหร่าน ได้แก่ จีน, อินเดีย, อิตาลี, กรีซ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และตุรกี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21417</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเงิน, ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน, ความตกลงร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุม, คว่ำบาตรอิหร่าน, จีน, น้ำมัน, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05d264193c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
