<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; รับไม่อยากให้ลงคะแนนใหม่เพราะเสียเวลา คาดอนาคตเกิดซ้ำอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาฯที่มีองค์ประชุมไม่ครบจนต้องสั่งเลิกการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ระหว่างการเตรียมนับคะแนนใหม่ จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและผลกระทบจากการใช้ประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (คสช.) ว่า การขอให้มีการนับคะแนนใหม่เป็นสิทธิตามข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 85 เมื่อมีผลคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน แต่ตามข้อบังคับกำหนดให้การนับคะแนนใหม่ต้องใช้วิธีการขานชื่อลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บรรยากาศอย่างนี้มีทุกสมัย แต่นี่เป็นครั้งแรก ตอนพักการประชุมก็พยายามเจรจากันว่าจะจบลงด้วยดีอย่างไร แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมถอน อีกฝ่ายเลยเดินออกจากห้องประชุม ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการข้อบังคับ&amp;quot; นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต้องตำหนิใครเป็นพิเศษหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;quot;ต้องไปถามคนที่ไม่ลงชื่อครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต่อไปฝ่ายรัฐบาลอาจใช้วิธีการนี้แก้เกมครั้งต่อไปหากมีการแพ้โหวตอีกหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;quot;ผมว่าไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลแล้ว ฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิแล้ว สมมติฝ่ายค้านเห็นว่าคะแนนห่างกันไม่เกิน 25 คะแนน เขาก็ขอนับคะแนนใหม่ อันนี้ คือสิ่งที่คาดการณ์กันว่าจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าหากมีการใช้วิธีการกันแบบนี้บ่อยครั้งจะมีผลให้การทำงานของสภาเดินหน้าไปได้ช้าหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;quot;ปกติเขาก็ใช้ ปกติก็ไม่ค่อยใช้ แต่นี่เป็นครั้งแรกของสภานี้นับตั้งแต่มีการเปิดสมัยประชุมมาที่มีการใช้การนับคะแนนใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวานนี้ผมถึงย้ำว่ายืนยันไหมว่าจะให้มีการนับคะแนนใหม่ เพราะผมไม่อยากให้นับคะแนนใหม่ ทำให้เสียเวลาเยอะเลย แต่ฝ่ายรัฐบาลยังยืนยัน เมื่อยืนยันก็ไม่มีทางทำอย่างอื่นได้นอกจากจะนับคะแนนใหม่ พอนับคะแนนใหม่ฝ่ายค้านก็เดินออก องค์ประชุมก็ไม่ครบ ต้องมานับกันใหม่วันนี้ เรียกชื่อกันวันนี้&amp;quot; นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องปัญหาเครื่องการลงคะแนน ประธานสภาฯ กล่าวว่า โดยทั่วไปปัญหาไม่ได้มีมาก เพราะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วปรากฎว่าบัตรของส.ส.บางคนสกปรก โดยเมื่อเอามาทำความสะอาดก็ใช้ได้ปกติ ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปดูทุกจุดและรายงานมาอย่างที่ได้กล่าวข้างต้น จะไปโทษเครื่องทั้งหมดไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, ชวน หลีกภัย, นับคะแนนใหม่, ประธานสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b75c05713a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มกมธ.-เสรีฯลักไก่ตั้งงกุนซือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เข้มออกระเบียบหลักเกณฑ์ตรวจงาน กมธ. ชี้ทำตามข้อบังคับการประชุม ยันไม่มีวาระซ่อนเร้น บอกยังเชิญใครมาชี้แจงได้ตามอำนาจ แต่ต้องให้เกียรติเพราะเขาไม่ใช่จำเลย &amp;quot;จิรายุ&amp;quot; โวยเตรียมหารือวิปฝ่ายค้านเอาผิดประธานสภาผู้แทนฯ แทรกแซง กมธ. &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; โพสต์โชว์ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ตั้งเป็นที่ปรึกษา แต่อึ้ง! คำสั่งลงวันที่ 20 พ.ย.ล่วงหน้า 2 วัน แถมอ้างเป็นมติ กมธ.ป.ป.ช. &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; เผยส่งชื่อ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญโควตา ครม.แล้ว 6 คน ระบุเป็นคนนอกทั้งหมด สะพัด &amp;quot;สมเจตน์-เอนก&amp;quot; มีชื่อก่อนขอถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 พ.ย.มีรายงานว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเนื้อหาระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 และข้อ 90 วรรคหก แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า &amp;quot;ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป &amp;nbsp;ข้อ 3 ในระเบียบนี้ &amp;quot;ประธานสภา&amp;quot; หมายความว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;quot;คณะกรรมาธิการ&amp;quot; หมายความว่า คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร &amp;quot;ที่ประชุม&amp;quot; หมายความว่า ที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 4 เมื่อคณะกรรมาธิการจะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ให้ประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะรายงานต่อประธานสภาทราบภายในวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องใด ประเด็นใด และเชิญผู้ใด หรือหน่วยงานใดเข้าร่วมการพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป ข้อ 5 ให้ประธานสภาตรวจสอบรายงานตามข้อ 9 หากพบว่ามีคณะกรรมาธิการมากกว่าหนึ่งคณะจะกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกัน ให้ประธานสภาแจ้งให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทราบโดยไม่ชักช้า และจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ เพื่อร่วมกันดำเนินการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้นไว้เป็นการชั่วคราว ในกรณีที่ไม่อาจยุติการดำเนินการดังกล่าวได้ ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจไปพลางก่อนได้ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ประธานสภาแจ้งให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 6 การร่วมกันดำเนินการตามข้อ 5 อาจพิจารณาดำเนินการในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธานในการดำเนินการดังกล่าว หากไม่อาจตกลงกันได้ ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด (2) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องนั้น โดยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดำเนินการ และให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นที่เกี่ยวข้องส่งกรรมาธิการตามจำนวนที่ที่ประชุมกำหนดเข้าร่วมการดำเนินการนั้นด้วย (3) แนวทางอื่นที่ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบให้ร่วมกันดำเนินการตาม (1) (2) หรือ (3) แล้ว ให้ประธานสภาแจ้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ข้อ 7 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ประธานสภาเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของประธานสภาให้ถือเป็นเด็ดขาด ข้อ 8 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
ชวนปัดแทรกแซง &amp;#39;กมธ.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบดังกล่าวออกมาภายหลังเกิดปัญหากรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ออกหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถึง 3 ครั้ง ให้มาชี้แจงกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 โดยไม่ถูกต้อง เนื่องจากยังถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ล่าสุดมีการอ้างถึงการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาด้วย ซึ่งในขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 5 &amp;nbsp;มาตรา 8 และมาตรา 13 เกี่ยวกับการใช้อำนาจออกคำสั่งเรียก รวมถึงบทลงโทษทางอาญาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 129 หรือไม่ตามคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนให้สัมภาษณ์ว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นข้อบังคับการประชุมสภาที่กำหนดไว้เช่นนั้น &amp;nbsp;เลขาธิการสภาจึงเสนอระเบียบนี้เข้ามา เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา ก่อนหน้านี้ก็เคยมี แต่ครั้งนี้เป็นระเบียบใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสภาที่เพิ่งออกมาว่า การดำเนินการของคณะ กมธ.ต้องรายงานให้ประธานสภาทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนปฏิเสธว่า การออกระเบียบครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับ กมธ.บางชุดที่มีปัญหา ต้องไปอ่านข้อบังคับที่ 90 กำหนดให้ กมธ.ต้องรายงานการปฏิบัติภารกิจให้ประธานสภารับทราบ ยืนยันว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงภารกิจของคณะ กมธ. เพียงแต่สมมติมีปัญหาก็สามารถแจ้งมายังประธานสภาได้ เพราะไม่ต้องการให้ กมธ.แต่ละชุดมีปัญหากัน อยากให้ร่วมกันทำงานในภารกิจที่ต้องทำตามข้อบังคับ ส่วนภารกิจใดที่ซ้ำซ้อน กมธ.แต่ละชุดจะต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าภารกิจของเขาคืออะไร ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระของเจ้าหน้าที่และบุคคลที่ถูกเชิญมา ซึ่งเรื่องนี้สมัยก่อนก็มีปัญหาจึงได้มีการกำชับเป็นพิเศษ ว่าแต่ละฝ่ายให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ตามอำนาจหน้าที่ที่สมบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายเรื่องอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ระเบียบข้อบังคับไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แต่ผู้ปฏิบัติมีส่วนสำคัญที่ต้องดูว่าภารกิจของ กมธ.ชุดนั้นมีอะไรบ้าง แล้วทำไปตามภารกิจนั้นโดยเคร่งครัด&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงระเบียบที่ระบุว่า ประธานสภาสามารถตรวจสอบภารกิจของ กมธ.ในการเชิญบุคคลได้ โดยนายชวนกล่าวว่า การตรวจสอบและการที่จะเชิญใครมานั้นเป็นอำนาจของ กมธ. อย่างที่เคยบอกแล้วว่า กมธ.ต้องให้เกียรติผู้ชี้แจงเพราะเขาไม่ได้เป็นจำเลย ดังนั้นจึงไม่ควรทำอะไรให้เขาเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรี และที่จริงทั้งหมดคือความร่วมมือเชิญมาเพื่อให้ข้อมูล เพราะทั้งหมดเป็นประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ของ กมธ.คนใดคนหนึ่ง ยืนยัน กมธ.ต้องทำตามหน้าที่ที่ระเบียบให้ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จริงผมทราบว่าทั่วๆ ไปไม่ค่อยมีปัญหา มีโด่งดัง 1-2 คณะที่มีปัญหาขัดแย้งภายใน ซึ่งในกรณีเช่นนี้เป็นเรื่องภายใน กมธ.ทั้ง 15 คน และที่ปรึกษาต้องช่วยกันพยายามให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่น โดยมองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และถือว่าผู้ที่ได้รับเชิญให้มาชี้แจงต้องให้ความร่วมมือ ถ้าสมมติว่าผู้เชิญผิดกฎหมายผู้นั้นก็มีโทษเหมือนกัน เช่นเดียวกับผู้ที่ถูกเชิญหากไม่ร่วมมือตามกฎหมายที่บังคับไว้ก็มีโทษเช่นกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็มีกฎหมายกำหนดภารกิจและโทษเอาไว้ ทางที่ดีที่สุดคือให้เคารพกติกา แต่ระบบนี้ต้องถือว่าสภามีอำนาจตรวจสอบ แต่สภาตรวจสอบได้ภายใต้ข้อจำกัดในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง&amp;quot; ประธานสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่ กมธ.ป.ป.ช.เชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงถึง 4 รอบ ทั้งที่เรื่องที่จะสอบถามผู้ถูกเชิญได้ทำหนังสือชี้แจงมาแล้ว กมธ.ยังสามารถเชิญได้อีกหรือไม่ นายชวนกล่าวว่าเรื่องนี้ต้องดูรายละเอียดของคณะ กมธ.ว่ามีประเด็นอะไรที่ขัดแย้งกัน เช่นการเชิญหรือประเด็นที่เชิญนั้นเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ชุดนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของ กมธ.แต่ละชุดจะพิจารณาเอง และขอให้พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันประธานสภาไม่ไปแทรกแซงการทำงานของ กมธ. เพราะประธานสภาไม่มีสิทธิ์ที่จะสั่งให้กมธ.ทำอะไรที่ขัดต่อภารกิจของเขา นอกจาก กมธ.ทำล่วงล้ำจากภารกิจ ประธานสภาก็มีสิทธิ์ทำความเข้าใจเพื่อให้การทำงานอยู่ในกรอบภารกิจ แต่ขณะนี้ยังไม่มีถึงขั้นนั้นและยังไม่มีใครร้องให้ประธานสภาเข้าไปช่วย&amp;quot; นายชวนกล่าว
เสรีฯ ตั้งที่ปรึกษาล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับประกาศระเบียบฯ ดังกล่าวทันที โดยระบุว่าประธานสภาเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่าข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ คณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญเป็นองค์กรตรวจสอบถ่วงดุลของสถาบันนิติบัญญัติ ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;กฎหมายและข้อบังคับการประชุม ตลอดจนภารกิจที่สภาผู้แทนราษฎรมอบให้ไปปฏิบัติ ดังนั้นคณะกรรมาธิการทั้งสามัญและวิสามัญมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบที่จะต้องไปรายงานต่อประธานสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ประธานสภาออกคำสั่งเช่นนี้ ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงภารกิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย ผมจะปรึกษาวิปฝ่ายค้านและประธานกรรมาธิการซีกฝ่ายค้านเพื่อดำเนินทางกฎหมายต่อประธานสภาต่อไป หากยังดันทุรังประกาศใช้ข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซงการทำหน้าที่กรรมาธิการเช่นนี้ และอยากถามไปยังประธานสภาว่าตั้งแต่มีสภามาตั้งแต่ปี 2475 เคยมีประกาศแบบนี้ด้วยหรือ&amp;quot; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นกรณีประธานสภาออกประกาศระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวนายวัฒนาได้นำประกาศคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ 9/2562 เรื่องตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการ พร้อมทั้งระบุข้อความช่วงท้ายว่า &amp;quot;อนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้แต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษาตามคำสั่งที่โพสต์มาให้ดู ท่านประธานขอให้ผมเป็นที่ปรึกษากฎหมายเพราะในสายตาพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ผมเป็นได้เพียงแค่ฝ่ายบุ๋น วันพุธนี้ผมจะไปประชุมคณะกรรมาธิการกับท่านเสรีพิศุทธ์ครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศเรื่องตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการดังกล่าวตามที่นายวัฒนานำมาโพสต์นั้น ในประกาศระบุ &amp;quot;ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 11 เมื่อวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมได้มีมติตั้งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการเป็นจำนวน 8 คน ประกอบด้วย 1.พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ 2.นายวัฒนา เมืองสุข 3.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 4.นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ 5.นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส 6.นายบุญเชิด คิดเห็น 7.นายก้องกิดาการ ประพันธ์บัณฑิต 8.นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ ให้ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ 1.ให้คำปรึกษาการกระทำกิจการ หรือศึกษาเรื่องใด ที่เกี่ยวกับกระบวนการ และมาตรการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ 2.ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการ เว้นแต่หน้าที่และอำนาจในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งดังกล่าวได้ลงวันที่ 20 พ.ย.62 และอ้างว่าที่ประชุม กมธ.ป.ป.ช.มีมติตั้งที่ปรึกษาประธานดังกล่าว แต่คำสั่งนี้นายวัฒนานำมาโพสต์เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62
ถอนตัว กมธ.แก้ รธน.อื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้มีบุคคลนอกที่ไม่ใช่คนหน้าเดิมเข้ามาเป็นประธาน กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ อย่าไปเห็นอะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องนี้ควรให้คนที่อยู่ในวงการมาช่วยกันให้ความเห็นดีกว่า อย่าง ส.ส.หรือพรรคการเมืองต่างๆ ควรไปถามเขา ซึ่งตำแหน่งประธาน กมธ.จะเกิดขึ้นทีหลัง โดย กมธ.จะเป็นคนเลือกจากคนที่มาเป็น กมธ.เพื่อให้มาเป็น ปธ.กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนการส่งรายชื่อ กมธ.ในสัดส่วนของรัฐบาลไปยังวิปรัฐบาล รัฐบาลส่งไปนานแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะผมได้ยินว่ามีการทาบทามแล้วบางคนไม่รับ เพราะไปเอ่ยถึงโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน ซึ่งเมื่อได้รายชื่อในส่วนรัฐบาลทั้งหมดแล้วไม่จำเป็นต้องส่งมาให้ผมและไม่ควรทำ โดยก่อนหน้านั้นมีการมาหารือกับผมตามประสาเพื่อนฝูง เพื่อขอคำแนะนำในฐานะที่เป็นบุคคลกว้างขวางว่าควรจะเป็นใครบ้างเท่านั้น&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ตนได้ส่งรายชื่อในสัดส่วนของ ครม.ให้วิปรัฐบาลไปแล้ว 6 คน ซึ่งเป็นคนนอกทั้งหมด ไม่มีคนใน ครม.เลย แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากบางรายชื่อที่เสนอไปนั้นมีการปฏิเสธไม่ตอบรับ และต้องดูความเหมาะสมอีกที ซึ่งตนจะหารือกับนายวิษณุในการประชุม ครม.วันที่ &amp;nbsp;19 พ.ย.เพราะยังมีเวลาอยู่ เนื่องจากญัตติยังไม่เข้าสภา คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีก 6 รายชื่อที่เหลือนั้น เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องไปหารือกับวิปรัฐบาลอีกครั้งว่าจะเป็นท่านใดที่มีความเหมาะสม มีความรู้ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังต้องเป็นคนนอกอีกทั้งหมด เพราะสัดส่วนของพรรคการเมืองมีอยู่ในส่วน 18 คนอยู่แล้ว โดยสัดส่วนของ กมธ. 49 คน แบ่งเป็น ครม.12 คน ฝ่ายค้าน 19 &amp;nbsp;คน ฝ่ายรัฐบาล 18 คน ทั้งนี้คาดว่าในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ หลังการประชุมวิปรัฐบาลจะทราบรายชื่อที่ชัดเจน&amp;quot; นายเทวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการประสานงานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้แจ้งมาว่าอาจต้องหารือกันเพราะมี ส.ว.บางท่านที่ไม่เห็นด้วยในการเข้ามาเป็น กมธ. แต่ก็ต้องแล้วแต่ประธานวุฒิสภา และวิป ส.ว.ที่ต้องคุยกันอีกครั้ง และสัปดาห์หน้าตนก็จะไปร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่ารายชื่อ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายรัฐบาลที่ ครม.จะเสนอจำนวน 6 คน เป็นรายชื่อที่คัดเลือกไว้ก่อนหน้านี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว., นายสมชาย แสวงการ ส.ว., นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน, นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สมัยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ &amp;nbsp;กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ต่อมา พล.อ.สมเจตน์ออกมาปฏิเสธว่าไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องต้องทบทวนบางรายชื่อ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอพิจารณารายชื่อ ส.ว.มาแทน ก่อนจะส่งให้นายเทวัญภายในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับนายสมชาย แสวงการ ก็ไม่ขอรับเป็น กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองมาแทน แต่ล่าสุดนายนายเอนกได้ปฏิเสธแล้วเช่นกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., ข้อบังคับการประชุมสภา, ชวน หลีกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกระเบียบหลักเกณฑ์ตรวจงาน กมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a54750432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวสภาเพื่อไทยลั่นไม่ใช่ลูกน้องประธานสภา ขู่เอาผิด&#039;ชวน&#039;ออกระเบียบบังคับประธานกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย 62 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระองค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจองค์การ มหาชน และกองทุน กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ออกระเบียบมาบังคับประธานกรรมาธิการว่าประธานสภา เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ว่า ข้อบังคับจะมาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ คณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญเป็นองค์ตรวจสอบถ่วงดุลของสถาบันนิติบัญญัติ ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมายและข้อบังคับการประชุมฯ ตลอดจนภารกิจที่สภาผู้แทนราษฎรมอบให้ไปปฏิบัติ ดังนั้น คณะกรรมาธิการทั้งสามัญและวิสามัญมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ไม่ได้รับผิดชอบที่จะต้องไปรายงานต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกคำสั่งเช่นนี้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงภารกิจตามกฎหมายของคณะกรรมาธิการ และอาจเข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย ที่สำคัญ ผมไม่ใช่ลูกน้องประธานสภาๆ มีหน้าที่ควบคุมการประชุมและดูแลข้าราชการประจำสภาเท่านั้น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ควรออกคำสั่งเรียกให้ประธานสภาฯมาชี้แจงว่า ใช้กฎหมายใด มีสถานะที่สูงกว่า รัฐธรรมนูญข้อไหน การที่นายชวน สั่งให้ ประธานกรรมาธิการ มารายงานว่าจะทำเรื่องอะไร เรียกใครเชิญใครมา เอาอำนาจอะไรมาสั่งประธานกมธ. ไม่มั่นใจว่าใครร่างประกาศนี้ให้เซนต์แบบไม่ดูตาม้าตาเรือหรือไม่&amp;rdquo;นายจิรายุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวอีกว่า นายชวนเคยบอกว่า จะเพิ่มวันประชุมวันศุกร์เพื่อพิจารณาญัตติที่แก้ไขปัญหาของประชาชนที่ค้างสภาเป็นจำนวนมาก อย่าหลอก สมาชิกสภาฯและประชาชนชอบลงเรือ เพราะหากให้ประธานกมธ.ต้องมาชี้แจง แค่คณะละครึ่งชั่วโมงก็ต้องใช้เวลา18ชั่วโมง ตกลงจะใช้เวลาวันศุกร์เพื่อล้วงลูกการทำงานของฝ่ายค้านหรือไม่ หากจะมาบังคับให้ ตนในฐานะประธานกรรมาธิการศาลฯชี้แจง ตนเองจะไม่ชี้แจงกับประธาน แต่จะขอเวลา2ชั่วโมงอภิปรายให้ประชาชนทราบ เพราะมีเรื่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบอาทิ กรณีผู้พิพากษายิงตัวที่ยะลา กรณีความหละหลวมเรื่องความปลอดภัยของศาลที่จันทบุรี และเรื่องตรวจสอบทุจริตของรัฐบาลจำนวนมาก วันนี้นายชวน ควรจะสนใจเรื่องญัตติและการแก้ปัญหาของประชาชนจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะปรึกษาวิปฝ่ายค้าน และประธานกรรมาธิการซีกฝ่ายค้าน เพื่อดำเนินทางกฎหมายต่อประธานสภาฯต่อไปหากยังดันทุรังประกาศข้อบังคับที่เป็นการแทรกแซง การทำหน้าที่กรรมาธิการเช่นนี้และอยากถามไปยังประธานสภาฯว่าตั้งแต่มีสภามาตั้งแต่ปี2475เคยมีประกาศแบบนี้ด้วยหรือ&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ชวน หลีกภัย, ประธานสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab0247ee7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมวลภาพประชุมสภาฯ &#039;มาดามเดียร์&#039; ดาวสภาสุดเปล่งประกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 62 - บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อจากการประชุมวานนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, ประชุมสภาฯ, มาดามเดียร์, วทันยา วงษ์โอภาสี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26f326bb3e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติสภาตั้งกมธ.วิสามัญถกร่างข้อบังคับฯ&#039;ฝ่ายแค้น&#039;ตีรวน&#039;ชวน&#039;มีผลประโยชน์ โดนกรีดกลับคนพูดอาจมีประสบการณ์แบบนั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อจากการประชุมวานนี้ (10 ก.ค.) ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานฯได้แจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากนั้น เมื่อเข้าสู่วาระการประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นทักท้วงว่า การประชุมวานนี้ (10ก.ค.) ประธานฯยังไม่ปิดการอภิปรายแค่พักการประชุม เพื่อขอหารือกับประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาข้อบังคับการประชุม ถึงแนวทางที่จะดำเนินการต่อในวันนี้ ซึ่งตนยังไม่ได้รับทราบว่าข้อหารือของประธานสภาฯ กับประธานคณะกรรมาธิการฯได้ข้อยุติอย่างไร จึงอยากให้แจ้งต่อที่ประชุม &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายชวน ชี้แจงว่า ประธานคณะกรรมาธิการฯ ให้ข้อคิดว่าหากตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ อาจใช้เวลาพิจารณาช่วงวันที่ 22 &amp;ndash; 24 ก.ค.นี้ แต่มีการแจ้งเป็นการภายใน ว่ารัฐบาลอาจจะขอแถลงนโยบายวันที่ 24 ก.ค.ต่อจากการถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้น ระเบียบข้อบังคับการประชุมฯอาจออกได้ช่วงปลายเดือนก.ค.แต่หากตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา หากพิจารณาไม่เสร็จในวันนี้ ก็อาจต้องเปิดประชุมต่อในวันที่18 ก.ค. แต่ปกติเมื่อมีการโปรดเกล้าฯคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ สภาก็จะหยุดการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอให้ครม.ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน จึงจะกลับมาประชุมใหม่อีกครั้งซึ่งจะใช้เวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการลงมติในญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาหรือไม่ ปรากฎว่าสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านหลายคน ได้ลุกขึ้นประท้วงว่าประธานสภาฯทำหน้าที่ไม่เป็นกลางในการขอมติในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่การประชุมวานนี้ กระทั่งล่าช้ามาจนถึงการประชุมในวันนี้โดยมองว่าเป็นการละเมิดสิ่งที่สมาชิกตัดสินใจ ทั้งที่ประธานสภาฯมีหน้าที่ทำตามระเบียบข้อบังคับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณในการตั้งคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ คณะละ 14 ล้านบาท ว่าหากตั้งคณะกรรมาธิการไม่ทันปีนี้ งบส่วนดังกล่าวจะเป็นงบเหลือจ่าย ซึ่งเป็นอำนาจของประธานสภาฯ พิจารณาว่าจะนำไปใช้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน จึงชี้แจงว่า ตนไม่มีผลประโยชน์เรื่องงบประมาณอะไรทั้งสิ้น ตนไม่เคยรู้เรื่อง ตนมาจากโลกการเลือกตั้งที่ไม่ซื้อเสียงเรื่องของผลประโยชน์จึงไม่มี แต่อาจเป็นเรื่องที่สมาชิกอาจมีประสบการณ์แบบนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ผมเสนอแนะก็เพื่อประโยชน์ของสภา ซึ่งเป็นเจตนาดี ทุกอย่างทำด้วยความปรารถนาดี ซึ่งไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และยืนยันว่าทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้รู้สึกเสียดายที่มองเจตนาดีเป็นเรื่องผลประโยชน์&amp;quot;ประธานสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภา ด้วยคะแนน 242 เสียง ต่อ 232 งดออกเสียง 1 เสียง ตั้งกรรมาธิการฯ 39 คน แปรญัตติภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, ประธานสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26eaaf26e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปกันใหญ่แล้ว&#039;ปารีณา&#039;วอนประธานสภาฯออกระเบียบส.ส.แต่งกายเข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 - น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความหวังอยู่ที่ท่านประธานชวนฯ นักเรียนมาโรงเรียนก็มีกฎระเบียบ สภาก็ควรจะรักษากฎระเบียบ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย ชักจะไปกันใหญ่แล้ว ควรมิควร ได้โปรดพิจารณาคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, ปารีณา ไกรคุปต์, แต่งชุดเข้าสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7b840e2265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ จ่อเสนอ&#039;ชวน&#039;วางเกณฑ์แต่งกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;ก.ค.62 - เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น. ที่หอประชุมบริษัททีโอที&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า&amp;nbsp;คณะกมธ.ได้พิจารณายกข้อบังคับฯเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ก.ค.นี้ โดยที่ประชุมได้เพิ่มเติมอำนาจของผู้นำฝ่ายค้าน และประธานคณะกรรมการประสานงาน(วิป)พรรคร่วมทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลไว้ในร่างข้อบังคับ ซึ่งเป็นการยกระดับ โดยมีการแต่งตั้งจากสภาฯ ซึ่งอาจมีการกำหนดให้มีสิทธิพิเศษ เช่น ห้องทำงาน เงินเดือน ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า ส่วนระเบียบว่าด้วยการแต่งกายของ ส.ส.นั้น ตามระเบียบระบุไว้ว่าให้แต่งตามชุดสากลนิยม ชุดพระราชทาน หรือชุดที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรกำหนด ดังนั้น&amp;nbsp;การแต่งการของสมาชิกจึงขึ้นอยู่กับอำนาจของประธานสภาฯที่จะกำหนด ดังนั้น จึงต้องรอดูว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะอนุญาตให้สมาชิกได้แต่งชุดไทยเหมือนที่ได้แต่งมาในวันเดียวกันนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้แต่งชุดไทยมาร่วมประชุมสภานั้น ไม่ถือว่าผิดระเบียบ เพราะประธานสภาฯยังไม่ได้กำหนดรูปแบบการแต่งกายของสมาชิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการประชุมสภา, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, แต่งกายเข้าสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d132c0decc9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
