<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลราไวย์&#039; ชุมนุมทวงถามคืบหน้าแก้ปัญหาข้อพิพาทนายทุนรุกที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62 - เวลา 10.45 น. นายนิรันดร์ หยังปาน ตัวแทนชุมชนชาวเลราไวย์ นายสุภาพ บู่ทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต และ ชาวเลราไวย์ กว่า 50 คน รวมตัวกันที่สนามชัยภูเก็ตและเดินทางไปร่วมชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะหน้าหาดราไวย์ และขอติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคลองหลาโอนหน้าหาดราไวย์ และขอคัดค้านการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการโรงแรม ซาเทรียม โฮเต็ล ราไวย์บีช ของบริษัท บารอน เวิลด์เทรด จำกัด ในที่ดินข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอเมืองภูเก็ต รับหนังสือ&amp;nbsp;พร้อมขอตัวแทนชาวบ้านจำนวน 10 คนเข้าประชุมเสนอปัญหาข้อเรียกร้องเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp; มีนายอำเภอเมืองภูเก็ต เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมประชุมกับตัวแทนชาวเลราไวย์และตัวแทนเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต&amp;nbsp;ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp;หยังปาน ตัวแทนชุมชนชาวเลราไวย์ กล่าวว่าพื้นที่หน้าหาดราไวย์ ขณะนี้มีการรื้อแนวเขื่อนกันคลื่นออกแล้ว เป็นพื้นที่มีข้อพิพาทกับเอกชน จึงขอให้ทางจังหวัดทำการตรวจสอบและรังวัดพื้นที่สาธารณะหน้าหาดราไวย์ เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp;รวมทั้งการถมคลองหลาโอน พบว่า บริเวณปากคลองหลาโอน เอกชนได้ขุดปากคลองให้ลึก แต่ถมพื้นที่เข้าไปบริเวณริมคลองมากขึ้นจึงขอให้ตรวจสอบเร่งด่วน&amp;nbsp;และ ขอคัดค้านการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ของโครงการ โรงแรม ซาเทรียม โฮเต็ล ราไวย์บีชภูเก็ต โดย บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ที่ดำเนินการในพื้นที่ที่อยู่ในระหว่างมีข้อพิพาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุภาพ บู่ทอง ผู้ประสานงานเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต กล่าวว่าเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต&amp;nbsp;มีสมาชิกหลายกลุ่ม กรณีปัญหาพื้นที่ชายหาดหน้าหาดราไวย์พบว่า เอกชนถมคลองหลาโอน จึงขอให้รังวัดให้เป็นที่สาธารณะชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;กรณีชุมชนสระต้นโพธิ์ ถูกไล่รื้อและจังหวัดรับปากจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้ทางชุมชนฯได้งบประมาณจาก พอช.มาแล้วแต่ยังไม่มีพื้นที่อยู่อาศัย ตามที่จังหวัดรับปากไว้ ชุมชนพื้นที่หลังสะพานหินถูกขับไล่จากเทศบาลนครภูเก็ต พื้นที่ชุมชนธนิตธุรกิจ ถูกฟ้องร้องบุกรุกป่าชายเลน ชุมชนมะลิแก้ว มีพิพาทกับเอกชนและชาวบ้านขอให้รังวัดพื้นที่ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้จังหวัดนัดประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องต่างๆเหล่านี้ ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯภูเก็ตรับปากว่าจะให้มีการประชุมทุก 2 เดือน แต่ไม่มีการประชุมแต่อย่างใด จึงมาทวงถามจากจังหวัดเรียกคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมและแจ้งให้ชาวบ้านรับทราบว่าขั้นตอนถึงไหนอย่างไร และขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการอย่างไรเพื่อได้รับทราบความคืบหน้า&amp;quot;นายสุภาพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ากรณีพิพาทชุมชนราไวย์กับเอกชน อยู่ในความดูแลของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) และ มาตรการการแก้ไขผู้ถูกร้องคดี ป่าชุมชน ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้แก้ปัญหาตามอำนาจหน้าที่และกรอบกฏหมาย บางเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ บางเรื่องอยู่ในคำพิพากษาของศาล ทางจังหวัดไปก้าวล่วงศาลไม่ได้ โดยชุมชนต่างๆที่เดือดร้อนได้ขอให้เร่งติดตามความคืบหน้าของเรื่องต่างๆเหล่านี้&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ชายหาดที่ทางชุมชนราไวย์มีข้อพิพาทกับบริษัทบารอนฯ ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โฉนดของบริษัทบารอนฯ และชาวบ้านกล่าวว่า ที่บารอนทับที่ศาสนสถาน&amp;nbsp;ทางที่ดินจังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการถมคลองหลาโอน ได้มอบให้นายอำเภอเมืองภูเก็ตไปตรวจสอบ และ จะมีการประชุมติดตามเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 5 กันยายน 2562&amp;quot;นายสุพจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ตัวแทนชาวบ้านที่ร่วมประชุมกับทางจังหวัดได้แจ้งผลการประชุมแก่ผู้มาร่วมชุมนุมต่างพอใจสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อพิพาทชาวเลกับนายทุน, จ.ภูเก็ต, ชาวเลราไวย์, ถมคลองหลาโอน, นายทุนออกโแนดทับสุสาน, หาดราไวย์, เครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d639a4930454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัด &#039;กรมที่ดิน&#039; เมินแก้ปัญหาชาวเลราไวย์ ออกโฉนดมิชอบเอื้อนายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายนิรันดร์ หยังปาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนชาวเลชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ตนและชาวบ้านได้เดินทางไปประชุมร่วมกับตัวแทนของบริษัทบารอน เพื่อเจรจาถึงข้อพิพาทเรื่องที่ดิน โดยทางตัวแทนบริษัทบารอน เวิล์ดเทรด จำกัด ได้ยื่นข้อเสนอที่จะทำโครงการพัฒนาชุมชนโดยซื้อที่ดินจำนวน 2 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้าน 30 หลังอาศัยอยู่ในชุมชน ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินที่บริษัทบารอนอ้างกรรมสิทธิ์ และที่ดินผืนดังกล่าวมีข้อพิพาทกับเอกชนอีกรายหนึ่งที่อ้างกรรมสิทธิ์ โดยบริษัทบารอนขอแลกกับการย้ายบาไล (พื้นที่พิธีกรรมชาวเล) มาไว้ในที่ดิน 2 ไร่นี้พร้อมทั้งขอเส้นทางสาธารณะหน้าหาดที่ชาวบ้านใช้เดินไปสู่บาไล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรันดร์ กล่าวว่า บริษัทบารอนยังยื่นข้อเสนอที่จะให้เงินสนับสนุนจัดตั้งกองทุนของชุมชนอีก 5 แสนบาท และซื้อรถเก็บขยะและรถพยาบาลให้อีกอย่างละ 1 คัน นอกจากนี้ยังจ่ายค่าหลักจอดเรือบริเวณหาดทรายให้อีกหลักละ 3 หมื่นบาทเพื่อแลกกับการย้ายพื้นที่จอดเรือออกมาจากบริเวณหน้าหาดในที่ดินที่บริษัทอ้างกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตามภายหลังจากได้มีการจัดประชุมชาวบ้านเพื่อพิจารณาข้อเสนอ ที่ประชุมมีมติไม่รับข้อเสนอดังกล่าวเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังต้องการเส้นทางสาธารณะที่เดินไปสู่บาไล และไม่ต้องการให้มีการย้ายบาไลไปไว้ที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารับไม่ได้ที่จะต้องย้ายบาไล และไม่เอาด้วยกับโครงการที่บริษัทบารอนเสนอมา พวกเราพร้อมสู้คดีกันในศาลต่อไป แต่ได้ยินว่าเขาจะชวนชาวบ้านไปเจรจาอีกครั้งโดยมีนายกเทศมนตรีราไวย์ร่วมด้วย&amp;rdquo;นายนิรันดร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนิท แซ่ซั่ว ผู้ประสานงานชาวเลชุมชนราไวย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีคดีที่ชาวบ้านถูกฟ้องร้องและเป็นผู้ฟ้องอยู่ทั้งหมด 27 คดี ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องที่ดิน มีเพียง 2 คดีที่เป็นเรื่องแผงขายปลาหน้าหาดถูกเอกชนอ้างกรรมสิทธิ์และขับไล่ และคดีชาวบ้านถูกจับเนื่องจากออกไปหาปลาแต่ถูกตั้งข้อหาว่าจับปลาในเขตหวงห้าม ส่วนคดีที่ดินนั้นศาลฎีกาได้พิพากษาไปแล้ว 2 คดี 9 รายโดยชาวบ้านแพ้เพราะไปจ่ายค่าเช่าให้กับผู้อ้างกรรมสิทธิ์เนื่องจากไม่รู้หนังสือ แต่กรณีที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอีกหลายครอบครัวเพราะที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางเข้า-ออกของหลายบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสมพอง แซซั่ว แม่ค้าปลาชาวอูรักลาโว้ย ซึ่งถูกฟ้องขับไล่ กล่าวว่าตนขายปลาและหอยให้นักท่องเที่ยวอยู่ที่หาดราไวย์มาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ จนปัจจุบันอายุ 52 ปี ซึ่งบริเวณที่ขายนั้น ในอดีตชาวบ้านต่างก็เอาปลามาขายได้ โดยตนได้เอาปลาจากเรือประมงที่สามีและลูกหามาได้ออกมาวางขาย แต่ถ้าได้มากก็ส่งขายพ่อค้าคนกลาง ซึ่งไม่เคยเสียค่าเช่าแผงให้ใครเพราะเป็นพื้นที่ของชุมชน แต่ปลายปี 2559 ได้มีเอกชนมาเรียกเก็บค่าเช่าเพราะเขาอ้างกรรมสิทธิ์บนที่ดินที่ยังมีปัญหากับชาวบ้านซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนเรียบหาด ซึ่งแม่ค้าที่เป็นคนนอกบางแผงก็ยอมจ่ายค่าเช่า แต่ในส่วนของพวกตนที่มีอยู่ 5 แผงไม่ยอมจ่ายเพราะเราเห็นว่าเป็นที่ดินเดิมที่เราเคยขายมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราขายกันมานาน จู่ก็จะมาเก็บค่าเช่า พวกเราที่เป็นแม่ค้าชาวเลทั้ง 5 คนคุยกันแล้วว่าจะไม่ยอมและต้องสู้ มันพื้นที่ที่เราขายกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ถ้าเรายอมแล้วต่อไปลูกหลานจะเอาพื้นที่ที่ไหนขายปลาที่จับมาได้ ทุกวันนี้เราแทบไม่เหลือที่วางขายปลาอยู่แล้ว เพราะถูกจับจองมีเจ้าของหมด เราได้อาศัยพื้นที่ที่เหลืออยู่ ใครหาปลามาได้ก็มาวางขาย&amp;rdquo;นางสมพอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าปัญหาและข้อพิพาทคดีที่ดินของชาวเลชุมชนราไวย์นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบเนื่องจากเจ้าของที่ดินเดิมอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองโดยมิชอบ ที่ผ่านมาทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะกรรมการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินรัฐ (กบร. )และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงไปตรวจสอบและมีข้อเสนอถึงรัฐบาลหมดแล้ว เพียงแต่รัฐบาลไม่ยอมแก้ไขเพราะหน่วยงานรัฐคือ กรมที่ดินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารโฉนดมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พูดง่ายๆคือมีการทุจริตคอรัปชั่นกันในพื้นที่ ปัญหาแบบนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลจะใช้ระบบราชการในการแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่ควรให้ผู้ที่ออกเอกสารสิทธิ์ ผู้ที่ตรวจสอบและผู้ที่เพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นคนๆเดียวกัน ควรต้องรีบแก้กฎหมายประมวลที่ดิน มิเช่นนั้นชาวบ้านมากมายที่กำลังเดือนร้อนจะไม่ได้รับการแก้ปัญหา ท้ายสุดเรื่องก็ไปจบลงที่ศาล และศาลก็พิจารณาแต่ในเอกสารโดยมิได้ลงเดินสำรวจ&amp;rdquo;นายคมสัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ได้เกิดการประทะกันระหว่างคนงานราว 100 คนของบริษัทบารอนเวิล์ดเทรดจำกัดและชาวเลในชุนชนราไวย์ ภายหลังจากที่บริษัทบารอนฯนำรถแบ๊กโฮเคลื่อนย้ายก้อนหินมาปิดทางเข้า-ออกเส้นทางที่ชาวราไวย์ใช้เดินไปประกอบพิธีกรรมที่บาไล โดยบริษัทบารอนฯอ้างกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินบริเวณดังกล่าวและเตรียมพัฒนาให้เป็นโรงแรม แต่ชาวบ้านยืนยันว่าเป็นเส้นทางสาธารณะของชุมชนที่ใช้กันมานาน ซึ่งทุกวันนี้ข้อพิพาทดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมที่ดิน, ข้อพิพาทชาวเลกับนายทุน, จังหวัดภูเก็ต, ชาวเลราไวย์, นายคมสัน โพธิ์คง, นายนิรันดร์ หยังปา, ออกโฉนดที่ดินมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd82696013db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
