<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ก้าวไกล&#039;โวยพรบ.ข้อมูลข่าวสารฉบับใหม่เปลี่ยนหลักการเป็น&#039;ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2564 เห็นชอบเสนอร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่...) พ.ศ.... อันเป็นการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารราชการ พ.ศ.2540 เพื่อเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ซึ่งเมื่อตนได้พิจารณาเนื้อหาที่ได้มีการแก้ไขก็เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำลังเปลี่ยนหลักการของกฎหมาย ที่ได้ออกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่เน้นการ &amp;ldquo;เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น&amp;rdquo; กลายเป็น &amp;ldquo;ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยร่าง พ.ร.บ. ที่ ครม.เสนอมีการแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญ 16 ประเด็นด้วยกัน เช่น การเพิ่มนิยาม &amp;ldquo;ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ&amp;rdquo; การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารผ่านระบบดิจิทัล การกำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาต่าง ๆ ไปจนถึงวิธีการอุทธรณ์คำสั่งที่มิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร แต่สิ่งที่ตนได้ศึกษา รับฟัง และได้พูดคุยกับนักวิชาการหลายท่านเห็นตรงกันว่ามีเรื่องที่น่าห่วงอยู่หลายประการด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแรก คือเรื่องข้อกำหนดที่ระบุว่าข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลด้านความมั่นคงของรัฐ ด้านการทหาร ด้านการป้องกันประเทศ ไปจนถึงความมั่นคงของรัฐด้านอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด จะเปิดเผยไม่ได้ เรื่องนี้กลายเป็นผิดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการทำงานที่รัฐบาลเองพูดมาโดยตลอด เสมือนเป็นการตีเช็คเปล่าให้ ครม.กำหนด ซึ่งอาจมีการกำหนดเสียจนทุกเรื่องกลายเป็นความมั่นคงของรัฐไปเสียหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เช่น กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ขอทราบถึงเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีนโรคโควิดจากกรมต่าง ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข หากรัฐบาลกำหนดว่าเรื่องวัคซีนเป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ จะกลายเป็นว่าเราไม่อาจทราบว่าตกลงประชาชนคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนกันครบถ้วนเมื่อไร แม้กระทั่งเรื่อง Spec เสื้อผ้า กางเกงใน รองเท้าของทหารเกณฑ์ ที่ ส.ส.พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อภิปรายถึงราคาที่สูงกว่าท้องตลาดในสภาหลายครั้ง ก็อาจถูกตีความกลายเป็นเรื่องความมั่นคงด้านการทหารได้ นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่น่ากังวล&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่ตนประหลาดใจมาก คือการที่กฎหมายจะกำหนดว่าหน่วยงานอาจปฏิเสธให้ข้อมูลหากเห็นว่าผู้ยื่นคำขอขอข้อมูลเป็นจำนวนมากหรือบ่อยครั้ง ถึงแม้จะพยายามบอกว่าเฉพาะกรณีก่อกวนการปฏิบัติงานหรือใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการตีความ เรื่องนี้สะท้อนวิธีคิดที่ผิดมาก แทนที่หน่วยราชการจะยินดีที่ประชาชนสนใจในสิ่งที่ตนทำงาน แต่กลับมาหาว่าประชาชนเป็นปัญหาที่จะมาขอข้อมูล มิเช่นนั้นหน่วยราชการจะเก็บข้อมูล big data ไปมากมายทำไม หากมิให้ประชาชนใช้ได้ หรือกลัวประชาชนจะตรวจสอบได้ว่าหลายครั้งเป็นการใช้งบประมาณเกินจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องสุดท้าย คือเรื่องการอุทธรณ์กรณีที่หน่วยราชการมิให้เปิดเผยต่อศาล ร่างกฎหมายนี้เขียนบังคับการทำหน้าที่ของศาลโดยได้ระบุว่าให้ศาลพิจารณาเป็นการลับและห้ามมิให้เปิดเผยเนื้อหาสาระของข้อมูลและวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลในคำพิพากษาหรือคำสั่ง เรื่องนี้ในแต่ละศาลจะมีกฎหมายที่ระบุไว้อยู่และให้ศาลท่านใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาว่าเรื่องใดเป็นเรื่องลับและบันทึกข้อมูลแบบใด กฎหมายไม่ควรไปกำหนดแทรกแซงการทำหน้าที่ของศาล อีกทั้งให้มีการอุทธรณ์ได้ในศาลปกครองชั้นต้นเพียงชั้นเดียวและถือเป็นที่สุด จะทำให้ศาลปกครองสูงสุดไม่มีโอกาสได้ทบทวนและวินิจฉัยคดีวางบรรทัดฐานในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งคณะรัฐมนตรีเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็น กฎหมายที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญ หมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ซึ่งระบุให้พิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา โดยหลายกฎหมายที่ผ่านมาพบว่าฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาจะพิจารณาและลงมติไปในทิศทางเดียวกันทั้งในชั้นรับหลักการวาระ 1 และชั้นพิจารณาวาระ 2 ทำให้หากจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาสาระที่ไม่ถูกต้องหรือบิดเบือนไปจากหลักการที่ควรจะเป็นเป็นเรื่องที่ยากมาก จึงเป็นเรื่องที่นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน จะต้องช่วยกันส่งเสียงท้วงติงร่าง กฎหม่ยฉบับนี้ตั้งแต่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่คือวิธีคิดหรือมุมมองของรัฐต่อประชาชน ที่อาจเรียกรวมได้ว่า &amp;ldquo;รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; โดยจากที่พิจารณาทั้งหมดจะเห็นว่า &amp;ldquo;พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ต้องอยู่บนหลักการ &amp;ldquo;เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น&amp;rdquo; ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ที่ ครม.มีมติเห็นชอบนี้ไม่ได้อยู่บนหลักการดังกล่าว พรรคจึงมอบหมายให้นายรังสิมันต์ โรม นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายวรภพ วิริยะโรจน์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 เป็นคณะทำงานศึกษาเนื้อหาสาระที่แก้ไข พร้อมเสนอความเห็นต่อที่ประชุม ส.ส. พิจารณาว่าควรจะรับหรือไม่รับหลักการ กม.ฉบับนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ, ข้อมูลด้านความมั่นคงของรัฐ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062d678102a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
