<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีสันบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลองสาธารณะทั้งหมดจำนวน 1,161 คลอง &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่รุกล้ำ 23,500 ครัวเรือน &amp;nbsp;ประชากรประมาณ 94,000 คน&amp;nbsp; ซึ่งบ้านเรือนจำนวนมากที่รุกล้ำลำคลองนี้&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำระบุว่าทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดน้อยลง&amp;nbsp; และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงควรรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองเพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินของน้ำ โดยการสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 &amp;nbsp;หลังจากนั้นในปีต่อมา &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555 เห็นชอบการจัดการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ &amp;nbsp;โดยจะมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตตลอดแนวคลองสายหลัก คือคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างคล่องตัว แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp; ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารบ้านเมือง หลังจากนั้นในวันที่ 3 มีนาคม 2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับโครงการนี้ไปดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 16 กันยายน 2558&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ได้ลงนามแต่งตั้ง&amp;nbsp; &amp;ldquo;คณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rdquo; มี &amp;lsquo;พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;rsquo; รองนายกฯ เป็นประธาน &amp;nbsp;มี รมว.มหาดไทย, รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ว่าฯ กทม.เป็นรองประธาน ฯลฯ&amp;nbsp; มีผู้บัญชาการทั้ง 4 เหล่าทัพ รวมทั้งปลัดกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบแนวทาง&amp;nbsp; มาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:18.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2559-2561) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว (คลองบางบัว-คลองถนน-คลองสอง) และคลองบางซื่อ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9 - รามคำแหงไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ เขตสายไหม &amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อน-แม่น้ำเจ้าพระยา แล้วไหลลงสู่ทะเลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รูปแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.(สมอยึดด้านหลัง) ความยาว 40,000 เมตร และ 5,300 เมตร รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร &amp;nbsp;และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง &amp;nbsp;บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้าน หน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้างเขื่อนคือ กองระบบคลอง &amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ความกว้างของเขื่อนประมาณ &amp;nbsp;38 เมตรตลอดทั้งโครงการ &amp;nbsp;และจะมีการขุดลอกคลองให้ลึกจากเดิมอีก 3 เมตรด้วย&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนมีความคืบหน้าประมาณ 30 %&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; แผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมด 31.9&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; เริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เชื่อมกับคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (เขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; มายังวัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว (เขตจุตจักร)-คลองถนน (เขตดอนเมือง) -สะพานใหม่ และคลองสอง&amp;nbsp; (เขตสายไหม)&amp;nbsp; มี 50 ชุมชน &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชากรเกือบ 30,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินริมคลองซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี&amp;nbsp; โดยไม่ได้เสียค่าเช่า&amp;nbsp; และบางส่วนที่มาอยู่ในภายหลัง&amp;nbsp; เมื่อไม่มีที่ว่างบนฝั่งจึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงไปในลำคลอง&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาจัดระเบียบ&amp;nbsp; เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นปัญหามวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับผิดชอบเรื่องแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ปลูกบ้านเรือนตามแนวลำคลอง&amp;nbsp; ตามแนวทาง &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ซึ่งกระทรวง พม.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด คือ &amp;ldquo;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;ldquo;พอช.&amp;rdquo; รับไปดำเนินงานต่อ&amp;nbsp; เนื่องจาก พอช.ได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; รองรับชาวบ้านที่มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; และได้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในปี 2547&amp;nbsp; มีชุมชนที่สร้างบ้านเรือนเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2548&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองบางบัว, ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1, ชุมชนสามัคคีร่วมใจ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ พอช.กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองก็คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนแล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าไม่เกิน 2 บาท/ตารางวา/เดือน)&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงจะเริ่มปลูกสร้างบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้าน&amp;nbsp; ชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&amp;nbsp; มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้านร่วมกัน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกจาก พอช.เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;ใช้วิธีการจ้างผู้รับเหมาหรือบริษัทก่อสร้างบ้าน ฯลฯ และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน&amp;nbsp; 360,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp; ระยะเวลาผ่อน 20 ปี&amp;nbsp; ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ &amp;nbsp;75,000 บาท&amp;nbsp; เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000&amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การเดินทาง&amp;nbsp; สถานศึกษา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; หรือที่ดินเอกชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 450,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp; พอช.อาจจะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขต&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; และนอกจากจะสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ส่งเสริมกิตกรรมเด็ก&amp;nbsp; เยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และคนพิการด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว 34 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,190&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; 1,231 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมไม่ได้จำนวน&amp;nbsp; 958&amp;nbsp; ครัวเรือนร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; รวม 6 โครงการ&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 16&amp;nbsp; โครงการขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8846</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม., บ้านประชารัฐ, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, ประตูระบายน้ำ, ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำคูคลอง, สมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการ พอช, อุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9, เขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม, โครงการบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2c7ad15023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
