<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ายา ค่ารักษา ต้องเป็นธรรม &#039;จุรินทร์&#039; มอบเกียรติบัตร 166 โรงพยาบาลคุณธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีรับมอบเกียรติบัตรโรงพยาบาลคุณธรรม วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ ถนนนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยินดีกับโรงพยาบาล 166 โรงพยาบาล 57 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 46 ของโรงพยาบาลเอกชนทั้งประเทศ ที่ได้รับเกียรติบัตรในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง และประชาชนยังไม่มีการเข้าถึงข้อมูลราคายา และการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอ จึงเป็นที่มาของการกำหนดเกณฑ์ที่ให้รพเอกชนต้องแจ้งราคายา และค่าบริการอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้น กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลเรื่องยาก่อน และจะดำเนินการเรื่องเวชภัณฑ์และค่าบริการรักษาพยาบาลต่อไป และจากระเบียบข้างต้น ผู้ประกอบการสถานพยาบาลต้องให้ข้อมูลราคายาผ่าน Qr code เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ใช้บริการ ในการเปรียบเทียบราคา และสถานพยาบาลต้องแจ้งผลการวินิจฉัยเบื้องต้น รวมทั้งค่าบริการ ก่อนการรักษาจริง และสถานพยาบาลต้องออกใบสั่งยาให้ผู้ใช้บริการสามารถตัดสินว่าจะซื้อยาจากสถานพยาบาล หรือจากภายนอก ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อร้องเรียน สามารถติดต่อกรมการค้าภายในได้ที่สายด่วน 1569 เพื่อกรมการค้าภายในจะได้ดำเนินการตามอำนาจและข้อกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โรงพยาบาลทั้งหมดที่ได้รับเกียรติบัตรนี้ถือเป็นโรงพยาบาลคุณธรรม ที่จำหน่ายยาที่ราคาเป็นธรรม ซึ่งผมหวังว่าโรงพยาบาลทุกแห่ง นอกจากจะจำหน่ายยาในราคาที่เป็นธรรมแล้ว ยังต้องรวมถึงเวชภัณฑ์และค่าบริการ รวมทั้งต้องรักษาและยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลตามหลักการขององค์การอนามัยโลกด้วย &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub เพื่อยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน รวมไปถึงการมุ่งสู่ การเป็นศูนย์กลางสุขภาพในระดับสากล และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านสถานพยาบาล และไม่เพียงแค่เรื่องมาตรฐานการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังต้องมีความโปร่งใส และเป็นธรรมในด้านราคายา เวชภัณฑ์ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลด้วย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่สนับสนุนสมาชิกและติดตามผลของความโปร่งใสต่อราคาและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมทั้งผลของราคาที่แตกต่างกัน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์มากขึ้น และเพื่อให้สิทธิผู้บริโภครับรู้ราคายาที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนเกี่ยวกับปัญหาค่ายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนสูงเกินจริงอย่างต่อเนื่อง และไม่มีหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงข้อมูลราคายา ทำให้ขาดข้อมูลประกอบการตัดสินเข้ารับการรักษา ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงมีภารกิจในการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เพื่อสร้างความโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าว กรมการค้าภายในระบุว่า หลังจากที่ นายจุรินทร์ เข้าทำหน้าที่เมื่อ 4 เดือนก่อนหน้านี้จึงได้มอบนโยบาย การดำเนินการกำกับดูแลสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม สร้างมาตรฐานการับรู้ราคายา ค่าบริการ ค่ารักษาให้แก่ประชาชน กำกับการใช้กฎหมายที่กำหนดให้เป็นสินค้าควบคุม ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้ายราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 87/2562 เรื่อง การแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลใช้บังคับ 5 กรกฎาคม 2562 ซึ่งกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนปฏิบัติดังนี้ แจ้งข้อมูลราคาซื้อและราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดตั้ง QR Code แสดงการเปรียบเทียบราคายา ณ โรงพยาบาลเอกชน ปัจจุบันมียอดการเข้าใช้ระบบจำนวน &amp;nbsp;189,826 ครั้ง วินิจฉัยและประเมินค่ารักษาให้ผู้ป่วยทราบทุกครั้ง ออกใบสั่งยาให้กับผู้ป่วยนอกให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้าทุกครั้ง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนสามารถซื้อยาที่ร้านขายยาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสร้างเป็นธรรม กรมการค้าภายในได้ดำเนินการต่างๆ ควบคู่ไปกับมาตรการ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม เช่น การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความคดี ยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ สร้างความโปร่งใส ได้จัดทำระบบค้นหาและเปรียบเทียบราคายาในโรงพยาบาล และการการจัดกลุ่มโรงพยาบาลคุณธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลราคายาและโรงพยาบาล เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน โดยกรมฯได้นำข้อมูลราคายาจากโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด 350 แห่ง มาประมวลผลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือ จำนวนรายการยาที่โรงพยาบาลนั้นจำหน่ายสูงกว่าราคาเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 50 ของรายการยาที่แจ้ง ส่วนต่างราคาจำหน่ายยาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยต้องไม่เกินร้อยละ 100 และในช่วงระยะเวลา 1 ปี โรงพยาบาลนั้นไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน และสายด่วน 1569 คือที่ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้โรงพยาบาลเอกชนมีนโยบายการคิดราคาและค่าบริการ โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและเป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลที่เข้ารับเกียรติบัตรโรงพยาบาลคุณธรรม จำนวนโรงพยาบาลที่เข้ารับเกียรติบัตรโรงพยาบาลคุณธรรม 166 แห่ง แบ่งตามภาคได้ดังนี้ คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนโรงพยาบาล 72 ราย 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 47 ราย สมุทรสาคร 7 ราย นนทบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 6 ราย สมุทรปราการ 5 ราย และ นครปฐม 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง จำนวนโรงพยาบาล &amp;nbsp;31 ราย 14 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา 5 ราย พิจิตร 4 ราย พิษณุโลก นครสวรรค์ &amp;nbsp;สุโขทัย จังหวัดละ 3 ราย สระบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี &amp;nbsp;สุพรรณบุรี จังหวัดละ 2 ราย สมุทรสงคราม อ่างทอง กำแพงเพชร ชัยนาท สิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย ,ภาคตะวันตก จำนวนโรงพยาบาล 10 ราย 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี 5 ราย กาญจนบุรี ตาก จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี 1 ราย,ภาคตะวันออก จำนวนโรงพยาบาล 6 ราย 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จังหวัดละ 2 ราย จันทบุรี ปราจีนบุรี &amp;nbsp;จังหวัดละ 1 ราย,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนโรงพยาบาล &amp;nbsp;23 ราย 14 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา 5 ราย กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี จังหวัดละ2 ราย ชัยภูมิ มหาสารคาม มุกดาหาร ศรีษะเกษ สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย,ภาคใต้ &amp;nbsp;จำนวนโรงพยาบาล 14 ราย 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 3 ราย กระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย ตรัง พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา จังหวัดละ 1 ราย,ภาคเหนือ จำนวนโรงพยาบาล 10 ราย 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 4 ราย เชียงราย 2 ราย พะเยา แพร่ ลำพูน อุตรดิตถ์ จังหวัดละ 1 ราย และขณะนี้มีโรงพยาบาลแจ้งเข้ารับเกียรติบัตรจากกระทรวงพาณิชย์วันนี้ จำนวน 137 ราย 57 จังหวัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลราคายา, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb4befc3cd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ทำ QR Code ให้ประชาชนเช็คราคายา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้นำข้อมูลราคาซื้อขายยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 312 ราย มาจัดทำเป็น QR Code เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคายา โดยจะนำขึ้นไว้บนเว็บไซต์ของกรมฯ ที่ www.dit.go.th และสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.2562 เป็นต้นไป และยังได้จัดส่งไปยังโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้นำไปติดไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบด้วย ซึ่งเบื้องต้นระบบค้นหาและเปรียบเทียบราคายาผ่าน QR Code จะสามารถรองรับผู้เข้าใช้งานพร้อมกันได้ประมาณ 1 แสนราย และมีแผนที่จะเพิ่มขนาดเซิร์ฟเวอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานที่มากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อสแกน QR Code แล้ว สามารถที่จะตรวจสอบชื่อยาแต่ละชนิดได้ว่าโรงพยาบาลไหน ขายราคาเท่าไร ตรวจสอบได้ทั้งประเทศ แล้วระบบจะโชว์ขึ้นมาเลยว่าใครขายถูก ขายแพง ผู้บริโภคก็สามารถเลือกได้ว่าจะไปใช้บริการที่โรงพยาบาลไหน เพราะราคาที่ผู้บริโภคเห็นจากการดูใน QR Code จะเป็นราคาที่ผูกมัดโรงพยาบาล ต้องขายตามราคาที่แสดงไว้ ถ้าขายเกินราคา ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้ และกรมฯ จะเข้าไปจัดการให้ แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงราคา ก็ต้องแจ้งกรมฯ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน แล้วกรมฯ จะนำราคาใหม่ไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลราคาซื้อขายยาที่ให้โรงพยาบาลจัดส่งมานั้น เป็นราคาที่ไม่ได้รวมเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆ มาคิดเป็นราคายา ซึ่งต่างจากเดิมที่โรงพยาบาลมักเอาค่าใช้จ่ายอื่นๆ มารวมด้วย เช่น ค่าห้องเก็บรักษายา ค่าเภสัชกร ค่าเก็บสต๊อก เป็นต้น ส่งผลให้ราคายาบางชนิด &amp;nbsp;มีราคาลดลงจากเดิมมาก ขณะที่บางชนิด ยังไม่ลดลง ซึ่งในส่วนที่ไม่ลดลง กรมฯ จะเชิญโรงพยาบาลมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป แต่หากยังพบว่า ราคาขายยังสูงอยู่ มาตรการต่อไป กรมฯ อาจต้องพิจารณากำหนดกำไรส่วนต่าง (มาร์จิน) ของยาแต่ละชนิด แต่จะเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะดำเนินการ และต้องหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนราคาเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรหัสของเวชภัณฑ์และค่าบริการทางแพทย์แต่ละรายการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพื่อให้แต่ละหน่วยงานเข้าใจตรงกัน เพราะปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดทำเป็นรหัสใดๆ เลย คาดว่า น่าจะแล้วเสร็จในอีก 1 เดือน จากนั้นจะนำมาเผยแพร่ราคาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลเอกชนที่กรมฯ กำหนดให้แจ้งราคาซื้อขายยา จำนวน 353 ราย แจ้งมาแล้ว 312 ราย ยังไม่แจ้ง 37 ราย และแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วน 14 ราย อีก 4 ราย ไม่เข้าเกณฑ์แจ้งข้อมูล และผู้ผลิต ผู้นำเข้า 345 ราย แจ้งข้อมูลแล้ว 240 ราย ยังไม่แจ้ง 81 ราย มี 19 รายไม่เข้าเกณฑ์ เพราะไม่มีการจำหน่ายยาให้โรงพยาบาลเอกชน และ 5 รายติดต่อไม่ได้ ซึ่งกรมฯ ได้ส่งหนังสือเรียกให้มากชี้แจงแล้ว คาดว่า น่าจะทยอยมาชี้แจงภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีไม่ส่งข้อมูลราคามาให้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน ซึ่งได้เริ่มทยอยปรับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ค่าปรับเดินทุกวัน ส่วนกรณีที่ออกหนังสือเชิญไปแล้ว แต่ไม่มาชี้แจง จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกกระทงหนึ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43135</URL_LINK>
                <HASHTAG>)กระทรวงพาณิชย์, ข้อมูลราคายา, วิชัย โภชนกิจ, สแกน QR Code</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b338233ab12a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ขีดเส้น4เม.ย. ต้องแจ้งข้อมูลซื้อขายยา หวังช่วยคุมราคาให้เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย. 2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือถึงโรงพยาบาลเอกชน 353 ราย ผู้ผลิต และผู้นำเข้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ 339 ราย และร้านจำหน่ายยาขนาดใหญ่ ให้แจ้งข้อมูลซื้อ ขาย &amp;nbsp;รวมถึงราคาซื้อ และขาย มายังกรมฯ ภายในวันที่ 4 เม.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน และราคาขายที่เหมาะสม และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการรับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากครบกำหนดแล้ว ผู้ใดยังไม่ส่งข้อมูลมาให้ กรมฯจะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีผู้ประกอบการส่งข้อมูลมาให้เพียงร้อยกว่ารายเท่านั้น ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว กรมฯมีเจตนาทำให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรมแก่ประชาชน จึงขอให้โรงพยาบาลเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือ&amp;quot;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32678</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ข้อมูลราคายา, วิชัย โภชนกิจ, เวชภัณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
