<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มงคลกิตติ์&#039; งานเข้า! &#039;รังสิมา&#039; เอาผิด พรบ.คอมฯ หลังโพสต์ใส่ร้าย กมธ.สวัสดิการ กินข้าวมื้อละ 300 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - เวลา 16.10 น. ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร ตนได้เห็นเฟซบุ๊กส่วนตัวนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์&amp;nbsp; ที่ระบุว่า #ส.ส.ร้องเรียนมา# อาหารใน กมธ.สวัส....สภาผู้แทนราษฏรราคา 300 บาท/มื้อ ลองคำนวณราคากันสิว่าเท่าใด อาทิ&amp;nbsp;1.ข้าวเปล่า 1 ก้อน 2.ไข่ต้ม 2 ใบ 3.ผักต้ม ผักสด 4.น้ำพริก 5.น้ำเปล่าขวดเล็ก 6.แคนตาลูป 7.น้ำชา จากการที่มาโพสต์แบบนี้ สร้างความเสื่อมเสียให้กับ กมธ.สวัสดิการ&amp;nbsp;และที่สำคัญยังเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จทั้งหมด ซึ่งความจริงแล้วทางกรรมาธิการได้สั่งอาหาร 1 ชุดพร้อมกับขนมเบรกด้วย ราคา 95 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รังสิมา กล่าวต่อว่า การที่นายมงคลกิตติ์ โพสต์เช่นนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจ ส.ส.ผิด ว่ากินข้าวมื้อละ 300 บาท ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้น วันนี้ตนจะเข้าแจ้งความที่ สน.บางโพ เพื่อเอาผิดกับนายมงคลกิตติ์&amp;nbsp;ในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีการโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77652</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สวัสดิการ, ข้อมูลเท็จ, พรบ.คอมพิวเตอร์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รังสิมา รอดรัศมี, เต้ มงคลกิตติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61eed8c4e25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ลบคลิป&#039;ทรัมป์&#039;อ้างข้อมูลไวรัสมั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ลบคลิปวิดีโอที่โพสต์โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมงานหาเสียงของเขาเมื่อวันพุธ โทษฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทรัมป์อ้างว่าเด็กมีภูมิคุ้มกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกที่เฟซบุ๊กลบคลิปวิดีโอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเป็นการทำตามนโยบายไม่เผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของเฟซบุ๊กเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธว่า คลิปวิดีโอที่ลบไปจากบัญชีของทรัมป์เป็นวิดีโอที่นำมาจากส่วนหนึ่งจากที่เขาสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับช่องฟ็อกซ์นิวส์ โดยมีการกล่าวอ้างข้อมูลที่เป็นเท็จว่า มีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มีภูมิคุ้มกันจากโรคโควิด-19 ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊กที่ไม่ต้องการให้เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนที่เป็นอันตรายเกี่ยวกับโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกัน ทวิตเตอร์แถลงว่า ได้บล็อกบัญชี @TeamTrump ซึ่งเป็นบัญชีทีมหาเสียงอย่างเป็นทางการของทรัมป์ ที่ลงคลิปวิดีโอเดียวกับที่เฟซบุ๊กลบไปจากบัญชีเฟซบุ๊กของทรัมป์ ทรัมป์บอกว่าเด็กมีภูมิคุ้มกันไวรัสโคโรนาเกือบทั้งหมด เพื่อต้องการให้โรงเรียนในสหรัฐกลับมาเปิดเรียนในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของทวิตเตอร์เผยว่า จำเป็นต้องบล็อกทวีตทีมหาเสียงของทรัมป์เนื่องจากเป็นทวีตที่ละเมิดกฎข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในเรื่องโรคโควิด-19 ทีมหาเสียงของทรัมป์ต้องลบคลิปดังกล่าวก่อน จึงจะอนุญาตให้ทวีตได้อีก ต่อมาทวีตนี้กลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังลบคลิปดังกล่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอร์ตนีย์ พาเรลลา รองเลขานุการด้านสื่อของทีมหาเสียงทรัมป์แถลงว่า เป็นอีกครั้งที่เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ลำเอียงอย่างโจ่งแจ้งต่อประธานาธิบดี ทั้งที่การสัมภาษณ์ของทรัมป์ต้องการเน้นความจริงที่ว่า เด็กมีโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนาน้อยกว่าผู้ใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลเท็จ, ทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1822e9e1e41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งงติดคุก‘ออสซี่’ ‘ธรรมนัส’โต้ลั่น 31เรียนจปร.ปี4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; งง! โต้ติดคุกออสเตรเลียปี 2531 ได้ไง ยังเป็นนักเรียนนายร้อยปี 4 สั่งทนายเช็กบิลคนปูดข้อมูลเท็จ ส่วนเรื่องวุฒิการศึกษาทำหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศต้นทางแล้ว แต่ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ยันติดคุก 2 รอบจริง เวลาอาจจะขาดๆ เกินๆ เล็กน้อย จี้ลาออกจะได้ไม่ลามถึง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรเตรียมเชิญไปให้ข้อมูลชี้แจงกรณีที่มีผู้ร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติและวุฒิการศึกษา รวมถึงจะต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลออสเตรเลียว่าคดียาเสพติดมีทั้งปี 2531 และปี 2536 หรือไม่ ว่า ยังไม่ได้รับแจ้งหรือมีหนังสือจากสภา หากแจ้งมาก็ตอบไปไม่มีปัญหาติดขัดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบตามกลไกของสภา โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ไปทำหน้าที่ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำปี 2531 ผมยังเป็นนักเรียนนายร้อยชั้นปี 4 อยู่เลย ไม่รู้ว่าคนที่มาระบุเอามาจากไหน ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนแล้วนำเอาไปเผยแพร่ต่อสาธารณะทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้คนที่ทำเตรียมตัวรอรับหมายได้เลย ให้รอรับผลการกระทำในเรื่องต่างๆ ซึ่งผมได้มอบหมายให้ทีมทนายไปดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากฟ้อง พล.ต.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะฟ้องบุคคลที่นำข้อมูลไปเผยแพร่รวมถึงสื่อเพิ่มเติมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ทำสื่อ สื่อไม่รู้เรื่อง และไม่คิดจะทำ ส่วนคนที่ให้ข้อมูลเท็จก็บอกให้ทีมทนายไปดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กำลังศึกษา เมื่อปี 31 ยังเป็นนายร้อยอยู่เลย จะไปติดคุกที่ประเทศออสเตรเลียได้อย่างไร พูดกันไปเรื่อย อยู่ๆ ก็มีข่าวไปพาดหัวหนังสือพิมพ์ ไม่ตรวจสอบกันเลย อีกทั้งเรื่องวุฒิการศึกษา ผมได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ประเทศต้นทางแล้ว ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบค่าเดินทาง ส่วนใครจะไปหาข้อมูลที่เมืองนอก ก็เป็นสิทธิตามหน้าที่ ทุกคนก็ต่างทำหน้าที่ใครหน้าที่มัน ไม่อยากยุ่งอะไร กมธ.เขามีหน้าที่พิสูจน์ อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์กัน ส่วนผมไม่หนักใจ ผมจบปริญญาตรีนายร้อย&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า คดีในปี 2531 เกิดขึ้นในช่วงที่ร.อ.ธรรมนัสเดินทางเป็นคณะไปประเทศออสเตรเลีย และไปพักที่โรงแรม ปรากฏว่าผู้ที่ร่วมคณะไปด้วยกันที่พักอยู่ห้องข้างๆ ร.อ.ธรรมนัสถูกตำรวจค้นเจอยาเสพติดในห้องพัก ทำให้ ร.อ.ธรรมนัสมีความผิดไปด้วยตามกฎหมายออสเตรเลียในข้อหาไม่แจ้งเบาะแสยาเสพติดในฐานะเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัสติดคุกอยู่ 8 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพ้นโทษออกมาจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศไทย แต่ ร.อ.ธรรมนัสขออยู่ต่อ โดยวางเงินประกันไว้ แต่พอถึงเวลา ร.อ.ธรรมนัสกลับหนีจนถูกจับตัวได้ และส่งตัวกลับประเทศไทย จากนั้นพอปี 2536 ร.อ.ธรรมนัสเดินทางไปประเทศออสเตรเลียอีกครั้ง จึงถูกทางการออสเตรเลียจับตามอง เพราะมีประวัติอยู่ ในที่สุดจึงถูกจับอีกครั้ง และติดคุก 4 ปี ตามกระบวนการพรีบาร์เกนนิง ถ้าไม่เข้าสู่กระบวนการดังกล่าวอาจติดคุกนานกว่านั้น เท่ากับว่า ร.อ.ธรรมนัสติดคุกที่ออสเตรเลีย 2 ครั้ง แต่เวลาที่มาชี้แจงในสภา ร.อ.ธรรมนัสพยายามโยงทั้งสองกรณีให้มาเป็นเรื่องเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า ช่วงปี 2531 ยังเรียนอยู่ เป็น จปร.รุ่น 36 จะถูกจับได้อย่างไร พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า เวลาอาจจะขาดๆ เกินๆ เล็กน้อย แต่ยืนยันได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสติดคุกที่ออสเตรเลียจริง และข้อมูลดังกล่าวที่มีอดีตผู้สื่อข่าวแจ้งข้อมูลต่อ กมธ.นั้น เป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักหนักแน่นเชื่อถือได้แน่นอน เพียงแต่ กมธ.จะต้องไปเอาหลักฐานเพิ่มเติมจากศาล อัยการ กรมราชทัณฑ์ของออสเตรเลียมาประกอบให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ถ้า ร.อ.ธรรมนัสลาออกถือว่าจบ เพราะถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเคยติดคุก เรื่องจะไม่ลามไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่ถ้าปล่อยให้กระบวนการพิจารณาของ กมธ.ดำเนินการไปจนแล้วเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้คนขัดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุถูกหลอกลวงเรื่องวุฒิการศึกษาปริญญาเอกปลอม เหมือนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตนั้น เชื่อว่านายสมชัยคงไม่กล้าพูดตรงๆ แต่ในฐานะเป็นตำรวจ ดูแล้วเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นตัวการ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่ได้เรียนปริญญาเอก ไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่กลับนำวุฒิปริญญาเอกมาแสดงต่อ กกต.และหาเสียงว่าจบ ดร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมจะส่งหนังสือไปยังหน่วยงานของประเทศออสเตรเลีย เพื่อขอข้อมูลประกอบการพิจารณา คือ 1.รายละเอียดของคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส จากศาลแขวงและศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย 2. ร.อ.ธรรมนัสถูกจำคุกจริงหรือไม่ พร้อมรายละเอียด อาทิ ช่วงระยะเวลา ซึ่งจะขอจากกรมราชทัณฑ์ ประเทศออสเตรเลีย 3.กรณีที่กันร.อ.ธรรมนัสไว้เป็นพยาน ตามขั้นตอนของพรีบาร์เกนนิง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 4.รายละเอียดของคดีจากอัยการและตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะนำเสนอรายละเอียดและส่งหนังสือไปยังหน่วยงานดังกล่าวของประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า สำหรับเบาะแสที่ได้รับข้อมูลจากผู้สื่อข่าวสัญชาติไทยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2531 และถูกจำคุกเป็นเวลา 8 เดือนนั้น อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและพยานก่อนจะสรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง และเป็นคนละเรื่องและคนละคดีกับที่ศาลประเทศออสเตรเลียมีคำพิพากษาปี 2538 ซึ่งมีข้อมูลที่เชื่อได้ และอนุ กมธ.ฯ พร้อมตรวจสอบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คดีเมื่อปี 2531 นั้น ล่าสุดมีนายตำรวจยศนายพลจำนวน 3 คนลงนาม เพื่อยืนยันข้อมูลว่าเป็นข้อเท็จจริงด้วย ส่วนการเดินทางไปประเทศออสเตรเลียนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ภายหลังจากที่เดินเรื่องด้านเอกสารแล้วเสร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลเท็จ, ธรรมนัส พรหมเผ่า, นักเรียนนายร้อยปี 4, ป.ป.ช., วุฒิการศึกษาปลอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d96069a64de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
