<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน 3 ข้อหาหนักแก๊งตำรวจท่องเที่ยวยกพวกรีดไถร้านรับซื้อของเก่า เหยื่อผวาถูกนักข่าวขู่ห้ามแจ้งความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้ง 3 ข้อหาหนักบุกรุก กรรโชกทรัพย์ ซ่องโจร แก๊งตำรวจท่องเที่ยว นักข่าว ไฟแนนซ์ รวม 9 คน ยกพวกบุกรีดเงิน 8 หมื่นเจ้าของรับซื้อของเก่า ผู้เสียหาย พยานผวาถูกตามข่มขู่คุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - จากกรณีนายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าชื่อ &amp;ldquo;ฉอ ค้าของเก่า&amp;rdquo; เลขที่ 109/1 หมู่ 1 ตำบลบางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร นำคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร หลังมีกลุ่มบุคคลทำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวนอกเครื่องแบบอ้างชื่อ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo; พร้อมเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์และนักข่าวรวม 9 คน บุกเข้าไปตรวจค้นซากอะไหล่รถยนต์กล่าวหาว่ารับซื้อของโจรในช่วงเวลากลางคืนโดยไม่มีหมายค้นและความผิดใดๆ แล้วข่มขู่กรรโชกเรียกเงิน 150,000 บาท แต่ต่อรองจนเหลือ 8 หมื่นบาท เพราะเจ้าของเกิดความกลัวจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ร.ต.อ.ธณ เนตรบุญใจบุญ รอง สว.ส.ทท.2 กก.2 บก. เป็นนายตำรวจท่องเที่ยวประจำสำนักงานระนอง-ชุมพร หรือ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo; ได้เดินทางเข้าแสดงตัวและรับทราบข้อหาโดยให้การเบื้องต้นยอมรับว่าบุคคลในภาพคลิปวิดีโอเป็นตนเองจริงที่อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไปเรียกรับเงินแต่อย่างใด ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุกและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก่อนเจ้าหน้าจะปล่อยตัวไปก่อนเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 เมษายน 2563 &amp;nbsp;นายสุรินทร์ กาลสังข์ อายุ 39 ปี นางดวงฤทัย คลี่บำรุง อายุ 43 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน &amp;ldquo;ฉอ ค้าของเก่า&amp;rdquo; ผู้เสียหายได้เดินทางมาพบ ร.ต.อ.หญิงนันทิยา รักดี รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์และยืนยันชี้ตัวบุคคลตามภาพคลิปวิดีโอตามที่ปรากฏในหลักฐานการแจ้งความดำเนินคดี โดยทั้งสองสามีภรรยายังคงยืนยันตัวตนและชื่อกลุ่มบุคคลทั้ง 5 ราย เหมือนเดิม คือ &amp;ldquo;ผู้กองตุ้ม&amp;rdquo;เป็นตำรวจท่องเที่ยว 1 นาย ที่มาแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ นักข่าว 3 คน และพนักงานไฟแนนซ์ 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 5 คนอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำเพิ่มเติมนานร่วม 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร อยู่ระหว่างดำเนินการทำเรื่องขอตรวจเก็บภาพกล้องวงจรปิดจากทางเจ้าของปั๊มน้ำมันและหน้าตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มดังกล่าวที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนชุมพร-ปากน้ำชุมพร ตำบลปากหมากห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ตามมุมต่างๆจำนวนหลายตัว เพื่อขอดูภาพที่เพื่อนของเจ้าของร้านค้าของเก่าผู้เสียหายได้มากดเงินจากตู้เอทีเอ็มจ่ายให้กับแก๊งตำรวจและนักข่าวที่เข้าไปรับในบริเวณดังกล่าวจำนวน 8 หมื่นบาท ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรินทร์ กาลสังข์ และนางดวงฤทัย คลี่บำรุง สองสามีภรรยา กล่าวว่าวันนี้นอกจากจะมาให้ปากคำและชี้ยืนยันตัวบุคคลตามภาพวงจรปิดต่อพักงานสอบสวนแล้ว ตนได้มาให้ปากคำเพิ่มเกี่ยวกับเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีนักข่าวคนหนึ่งตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดกับพวกบุกไปหาญาติตนที่เขารู้จักไปพูดจาข่มขู่ฝากมาถึงตนว่าหากไม่หยุดเรื่องคดีความ เขาจะพาตำรวจอีกชุดหนึ่งเข้าไปตรวจค้นจับกุมร้านขายของเก่าแห่งนี้ให้ได้ และจะขุดคุ้ยประวัติการกระความผิดต่างๆว่าทำอะไรบ้างเพื่อจะได้จับกุมดำเนินคดี ซึ่งทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัวจึงได้มาให้ปากคำและแจ้งกับทางตำรวจไว้ แต่ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมการข่มขู่คุกคาม ตนก็จะแจ้งความในข้อหาข่มขู่ต่อไป นอกจากนี้หลังเป็นข่าวได้มีพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ทำอาชีพเดียวกันได้โทรมาสอบถามและบอกว่าเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้มาเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับให้เร่งรัดควบคุมการดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดเนื่องจากมีตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปร่วมทีมด้วย ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการตำรวจอย่างมาก ซึ่งเบื้องต้นทราบจากหัวหน้าพนักงานสอบสวนว่าได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วเบื้องต้นมี 5 คน เป็นตำรวจท่องเที่ยว 1 นาย นักข่าว 3 คน พนักงานไฟแนนซ์ 1 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถาน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และซ่องโจร ส่วนทีที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ ซึงทราบว่า 1 ในนั้นมีอดีตทหาร 1 คน ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้มาแสดงตัวรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 1 ราย เป็นตำรวจท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือจะได้พิจารณาออกหมายเรียกหรือหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61947</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรโชกทรัพย์, ข้อหาซ่องโจร, จังหวัดชุมพร, บุกรุก, รีดไถ, สภ.เมืองชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e870bf2924c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
