<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขย่าระบอบปกครอง ก้าวไกลหงายไพ่แก้รธน.หมวด1-2/ให้ปชช.ตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ย้ำไร้ข้อขัดแย้งแก้ไข รธน. โยนพรรคร่วมฯกำหนดประเด็นแก้ไข ยันไม่มีร่างฉบับ ครม. ให้เป็นหน้าที่สภาดำเนินการ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; หงายไพ่! เหตุไม่สังฆกรรมฝ่ายค้าน เล็งแก้ไขหมวด 1-2 เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย-พระมหากษัตริย์ อ้างมีการแก้ไขมาโดยตลอด หนุน 10 ข้อเรียกร้องนักศึกษาควรค่าแก่การพิจารณา ปธ.วิปฝ่ายค้านปัดขัดแย้งกัน เพียงเห็นแตกต่างแค่บางประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านบางพรรคต้องการให้แก้อำนาจและที่มา ส.ว. 250 คน ก่อนที่แก้มาตรา 256 เปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) รวมถึงข้อเสนอของผู้ชุมนุมที่ขอให้ยุบ ส.ว. 250 คนภายใน ก.ย.นี้ว่า ตนไม่ได้มีข้อขัดแย้งกับใครใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องการหารือร่วมกันของแต่ละพรรค รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องเตรียมการเรื่องเหล่านี้ว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อาจจะต้องไปพิจารณาในส่วนคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องในสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอเข้ามาด้วย ในส่วนภาคเอกชนก็ต้องรอความชัดเจนทั้งหมด เมื่อทุกอย่างได้ข้อสรุปหมดแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุม ครม.กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเสนอให้แก้มาตรา 256 เปิดทางให้มีการตั้ง ส.ส.ร. 200 คน เรื่องนี้รัฐบาลจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาลในการพิจารณา โดยจะไม่เสนอร่างฉบับของ ครม. แต่จะให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลเสนอประเด็นของตัวเอง โดยให้ไปคิดกำหนดเอง ซึ่งคาดว่าจะได้คำตอบในเร็วๆ นี้ ซึ่งนายกฯ ยืนยันพร้อมเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นการศึกษาจาก กมธ.วิสามัญ รวมถึงฟังความคิดเห็นของทุกพรรคการเมือง และภาคประชาชนที่เสนอความคิดเห็นมาก็จะปล่อยให้เป็นเรื่องของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเรื่องของรัฐบาลนั้นจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต่อไป ดูแลให้เกิดความสงบสุข และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะวันนี้รัฐบาลมีโครงการใหญ่ๆ ที่เดินหน้าต่อ และในระยะยาวจะเรียกความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติหลังผ่านช่วงโควิด-19 ไป&amp;quot; น.ส.รัชดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือที่ปรึกษาวิปรัฐบาล ยืนยันว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ครม.จะไม่เสนอร่างแก้ไขฉบับ ครม. และจะไม่มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะต้องการให้แต่ละพรรคการเมืองเสนอประเด็นที่ต้องการแก้ไขอย่างมีอิสระ ส่วนจะเป็นการพิจารณาอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการ โดยตนจะนำเรื่องนี้ไปคุยกันในวิปรัฐบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า ในส่วนของรัฐบาลคงไม่มีการเสนอร่างแก้ไข ต้องรอความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะมีแนวทางอย่างไร แต่ส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จะมีการเสนอร่างหรือวิธีการแก้รัฐธรรมนูญจะหารือกันในวันพุธนี้ 19 ส.ค. ส่วนเรื่องการปรับบทบาทของ ส.ว. 250 คน พรรคยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด รวมทั้งการแก้รัฐธรรมนูญเองก็ต้องคุยกันในวงกว้าง อาจจะต้องหารือกันในวิปรัฐบาลด้วย
ก้าวไกลขอแก้ไขหมวดกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอญัตติด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการแยกเรื่องการยื่นญัตติกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในประเด็นหลักที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาคือ การปลดล็อก การแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาพิจารณา โดยเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 พรรคก้าวไกลในฐานะหนึ่งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมพิจารณาตรงนี้มาโดยตลอด และสนับสนุนร่างของพรรคเพื่อไทยที่ได้ยื่นญัตติไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ในร่างฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดบางประการที่พรรคก้าวไกลต้องขอสงวนไว้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลพยายามจะผลักดันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องมี ส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 100 คน หรือ 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดในสภา ซึ่งสิ่งที่ไม่ได้มีความแตกต่างกันคือการปิดสวิตช์ ส.ว.ที่จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 269-272 พรรคก้าวไกลจัดทำร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการส่งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ พิจารณา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถยื่นญัตติด่วนดังกล่าวขึ้นไปอีกฉบับหนึ่งได้ ถ้าดำเนินการเสร็จพรรคก้าวไกลจะยื่นเพิ่มเติมเข้าไปอีกฉบับหนึ่งต่างหาก สถานการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินมาถึงทุกวันนี้ไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่จะไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. บังเอิญว่าในร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยมีการระบุไว้ว่าจะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ 1-2 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้วยเหตุจำเป็นและในสภาพปัจจุบัน รัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไป ไม่ใช่ไม่เคยมีการแก้ไขเลย แต่มีการแก้ไขหลายครั้ง ทั้งปี 2540 และปี 2550 ข้อถกเถียงหนึ่งที่เคยพูดคุยกันเช่น อำนาจอธิปไตยเป็นของหรือมาจากประชาชนชาวไทย เราไม่อยากให้มีการปิดล็อกในหมวดดังกล่าวไว้ ส่วนหมวดที่ 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ มีการตั้งคำถามว่าถ้าหากมีการแก้ไข เกรงว่า ส.ส.ร.จะนำข้อความแก้ไขเลยเถิดออกไป ตามกรอบที่เราไม่อาจกำหนดได้ ขอเรียนว่าในหมวดพระมหากษัตริย์ยังมีมาตรา 255 ที่ระบุไว้อยู่แล้วว่ารูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ขณะเดียวกันจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐได้ จริงๆ สิ่งเหล่านี้ถูกล็อกไว้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเขียนเพิ่มเติม จะยกเว้นการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.พรรคก้าวไกลกล่าวอีกว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้พูดในสภาถึงความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนในสังคมไทย เราควรจะเปิดกว้างให้มีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ดังนั้นเมื่อมี ส.ส.ร.ขึ้นแล้ว ทุกๆ ความเห็นจะถูกนำเสนอเป็นระบบเพื่อให้ ส.ส.ร.พิจารณา การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดเราไม่ได้เรียกร้องเฉพาะ ส.ส.ฝ่ายค้าน แต่เรียกร้องไปถึง ส.ส.รัฐบาลได้ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขกับเราด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 จะมีนิยามข้อไหนที่พอจะจำกัดความได้ว่าจะไม่กระทบต่อระบบการปกครอง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า อย่างที่ได้ระบุไว้ว่า ข้อความรายละเอียดในมาตรา 255 มันไม่มีเรื่องของการให้นิยามเป็นอื่นไปได้ มันคือคำที่มีความหมายชัดเจนในตัว ส่วนแรกเรื่องรูปแบบของรัฐว่ารัฐไทยเป็นรัฐเดี่ยว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบดังกล่าวได้ และไม่อาจตีความเป็นอื่นไปได้ ส่วนที่สอง ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่สามารถเปลี่ยนแก้ไขคำสำคัญนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมวด 1&amp;nbsp; และ 2 ยังมีรายละเอียดอื่นๆ นอกจากนั้น คิดว่าสังคมไทยต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยให้มีการพูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะและรับฟังกันอย่างเปิดกว้าง โดยเมื่อมี ส.ส.ร. ก็ให้ ส.ส.ร. รับข้อเสนอของทุกฝ่าย ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีการแตะในส่วนของมาตรา 255 แต่แตะในส่วนที่สังคมไทยเรียกร้องและถกเถียงอย่างมีวุฒิภาวะ
หนุน 10 ข้อประชาชนปลดแอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า 10 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาถ้าแก้ไขจะกระทบต่อการปกครองตามมาตรา 255 หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เรายืนยันว่า ต้องมีการเปิดพื้นที่ในการรับฟัง ย้ำว่า 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน เป็นประเด็นหลักที่ประชาชนส่วนใหญ่และนักศึกษาเห็นร่วมกันแล้ว ใน 10 ข้อดังกล่าว มีหลายข้อควรค่าแก่การพิจารณา เราจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่ปลอดภัยจริงๆ ที่จะพูดคุยกันได้ และจำเป็นต้องมีกระบวนการการรับฟังที่เป็นระบบ และต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย ท้ายที่สุดเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบบของประชาพิจารณ์จะเป็นตัวที่เข้ามากำหนดอีกครั้ง สุดท้ายผลของการแก้ไขจะเป็นอย่างไร มั่นใจว่ามาตรา 255 เป็นตัวกำหนดทิศทางเรื่องของหมวดที่ 1 และ 2 อยู่แล้ว ซึ่งภาพรวมยืนยันข้อเรียกร้อง 10 ข้อนี้ไม่กระทบต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และรัฐยังเป็นรัฐเดี่ยวที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ให้แก้ไขในหมวดที่ 1 และ 2 ได้ เป็นจุดที่ทำให้ไม่สามารถร่วมลงชื่อกับพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประเด็นเหล่านี้ยังคงถกเถียงกันในกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค ท้ายที่สุดมีความเห็นร่วมกันว่าการคงข้อความดังกล่าวไว้ไม่เป็นประโยชน์ในแง่การผลักดันร่าง การไม่มีข้อความดังกล่าวก็ไม่ส่งผลต่อการผลักดันให้มี ส.ส.ร. นาทีนี้คิดว่าประเด็นหลักคือการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดพื้นที่ได้จริง และมี ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญได้จริง ถ้ายืดเวลาไปอีกก็ไม่เป็นผลดีต่อวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านอาจจะไม่ลงชื่อร่วมในการยื่นญัตติของพรรคของก้าวไกล เพราะเป็นคนละแนวทางกัน นายณัฐวุฒิบอกว่า อยู่ระหว่างการพูดคุย และพรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่มีมติที่ชัดเจนว่ามีลักษณะแบบนั้น ขณะนี้ญัตติที่จะร่วมเสนอในนามพรรคก้าวไกลนั้น ได้เสียงสนับสนุนเกินกว่าจำนวน ส.ส.ของพรรคก้าวไกลไปแล้ว แต่ยังไม่ถึง 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.ในสภาหรือ 98 คน และอยู่ในระหว่างประสานงาน หลังจากนี้เชื่อว่าจะได้เสียงครบตามจำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ต่อกรณีพรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ในแนวทางเดียวกับนายณัฐวุฒิ โดยบอกว่า ประเด็นที่เราสงวนความเห็นไว้ก็คือ ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ยื่นกันไปเมื่อวานนี้นั้นไปกำหนดไว้ว่า ส.ส.ร.ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งพรรคก้าวไกลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ประเด็นแรก การไปล็อกไว้ว่า ส.ส.ร.จะไม่แก้หมวด 1 และหมวด 2 จะไปผลิตซ้ำความเข้าใจผิดว่ารัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ 2 แตะต้องแก้ไขไม่ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วมีการแก้ไขมาโดยตลอด ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามหรือแปลกประหลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องการให้ ส.ส.ร.เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกฝ่ายมาหาข้อยุติร่วมกันได้จริง เชื่อว่าใน ส.ส.ร.จะทำให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ว่าไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถได้ทุกอย่างอย่างที่ตนเองต้องการ แต่จะเป็นพื้นที่ให้สังคมสามารถหาฉันทามติหรือหาจุดสมดุลได้ และสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องนำไปผ่านประชามติ เสียงส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นผู้ตัดสินว่ายอมรับหรือไม่ ดังนั้น จึงอย่าวิตกกังวลกันมากจนเกินไป&amp;quot; นายชัชธวัชกล่าว
วิปฝ่ายค้านปัดขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การยื่นญัตติเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา มี ส.ส.ของพรรคก้าวไกลร่วมลงชื่อด้วย 37 คน แต่มาขอถอนชื่อในภายหลัง 5 นาที ก่อนที่จะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของทางสภาที่จะตรวจสอบยืนยันว่า ส.ส.ที่ได้ร่วมลงชื่อก่อนหน้านี้ จะขอถอนรายชื่อหรือจะคงรายชื่อไว้ตามเดิม ยืนยันว่าไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งของพรรคฝ่ายค้าน และยังคงทำงานร่วมกันได้ ซึ่งหากจะเห็นแตกต่างกันก็เป็นเพียงแค่บางประเด็นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้แจ้งด้วยวาจาว่า ส.ส.พรรคก้าวไกลจะขอถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของร่าง เพราะสามารถขีดฆ่าชื่อของ ส.ส.ดังกล่าวออกได้ และกระบวนการตรวจสอบญัตติน่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญทางออกประเทศก่อนเกิดสงครามกลางเมือง ว่า ผมสบายใจขึ้นเมื่อเห็นเวทีการชุมนุมกลุ่มประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อสองวันก่อนไม่มีการพูดถึง 10 ข้อเรียกร้อง แต่กลับมาสู่ 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ หยุดคุกคามประชาชน แก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา ซึ่งอยากให้รัฐบาลส่งตัวแทนเจรจากับแกนนำกลุ่มนี้และปลดชนวนระเบิดการเมืองด้วยการเดินหน้าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความชัดเจนว่าจะแก้บางมาตราหรือให้ ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการคลี่คลายบรรยากาศทางการเมืองที่กำลังตึงเครียดอยู่ในขณะนี้.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74853</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ข้อเรียกร้องนักศึกษา, กำหนดประเด็นแก้ไข, ข้อเรียกร้องนักศึกษา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bebc7e1a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;แนะนศ.ต้องอดทนข้อเรียกร้องทำไม่ได้อย่างที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.2563 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ให้หยุดคุกคาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา ว่า สิ่งที่ต้องตระหนักไว้เบื้องต้นคือ การแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นคงต้องมองภาพรวมว่าเรียกร้องแล้วสิ่งที่แก้ปัญหาไปก่อให้เกิดปัญหาใหม่หรือไม่ หรือว่าเมื่อแก้ปัญหาไปแล้วจะสู่จุดเดิมหรือไม่ หากเรียกร้องแล้วกลับไปอยู่ที่เดิมก็จะเป็นการเปลืองทั้งแรงกายและความตั้งใจจริงของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เพราะแต่ละข้อเรียกร้องของกลุ่มดังกล่าวเป็นไปด้วยความตั้งใจและหวังดี อยากเห็นความก้าวหน้าของประเทศ แต่บางครั้งสิ่งที่คิดกับสิ่งที่สามารถทำได้จริงนั้นมันยังคลาดเคลื่อนในความเป็นจริงอยู่บ้าง บางครั้งอยากจะทำ แต่มันทำไม่ได้อย่างที่คิด ดังนั้น ต้องมีความอดทน ค่อยแก้กันไปทีละเปราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าข้อเสนอที่นำเสนอมาทั้ง 3 ข้อ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เชื่อว่าทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะพยายามดูแลความต้องการของทุกฝ่ายให้ดีที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะเราไม่ต้องการให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากต้องการเห็นสังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังมีปัญหาและยังไม่ผ่านสถานการณ์โควิด-19 จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรในการที่จะรักษาสุขภาพของประชาชนให้มีความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ต้องผลักดันเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า ประเด็นทางการเมืองจึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กลุ่มน้องๆ นักศึกษามีความร้อนใจเช่นกัน จึงเป็นที่น่าเห็นใจกับท่านนายกฯ ที่ต้องแก้ไขปัญหาในหลายๆ มิติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อเรียกร้องนักศึกษา, ม็อบปลดแอก, วราวุธ ศิลปอาชา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f08757087dce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แก้ม.256ร่างรัฐธรรมนูญใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; เผย กมธ.แก้ รธน.คืบหน้า 90% แล้ว เสนอแก้ ม.256 เพื่อเปิดทางตั้ง ส.ส.ร. พร้อมนำข้อเรียกร้องนักศึกษามาประกอบการพิจารณา จ่อส่งรายงานต่อสภา 19 ก.ย.นี้&amp;nbsp; &amp;quot;โภคิน&amp;quot; ยกโมเดล ส.ส.ร.ปี 34 ให้ได้ รธน.ปี 40 ออกจากวิกฤติพฤษภาทมิฬ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; รอไม่ไหวชงยกเลิกรับรอง คสช.-ส.ว.มาตามปกติ กมธ.รับฟังวางกรอบทำงาน 90 วัน ยันไม่เตะถ่วงซื้อเวลา แต่ตั้งใจหาทางออกโดยไม่ให้เกิดนองเลือด &amp;quot;แรมโบ้-ธนกร&amp;quot; ดีดปาก &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ย้ำนายกฯ ต้องการความสงบ ไม่อยากให้เกิดม็อบชนม็อบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 31 กรกฎาคม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษา หลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้การพิจารณามีความคืบหน้า 90% แล้ว ซึ่งทาง กมธ.ได้มีการพิจารณาเริ่มตั้งแต่หมวดแรกไล่มาเรื่อยๆ ส่วนการพิจารณาวันนี้ (31 ก.ค.) เป็นการพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นการเลือกตั้ง ทาง กมธ.อยู่ระหว่างสรุปผล อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ.จะนำข้อเรียกร้องของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และประชาชนมาประกอบการพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราทำตามกำหนดเวลาอยู่แล้ว คาดว่าจะดำเนินการทันในสมัยการประชุมสภานี้ และทางสภาได้ขยายเวลาพิจารณาให้ทาง กมธ.ถึงวันที่ 23 ก.ย. แต่ กมธ.ตั้งใจว่าจะส่งรายงานให้ที่ประชุมสภาภายในวันที่ 19 ก.ย. โดยเราจะรีบดำเนินการทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งประเด็นที่จะเสนอต่อสภาจะมีเกือบทุกหมวด โดยจะสรุปทั้งที่เป็นข้อดีและข้อเสีย&amp;quot; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาพรวมของ กมธ. ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรใช้ไปเรื่อยๆ หรือแก้ไขทั้งหมด นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เรื่องจะแก้หรือไม่แก้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ทาง กมธ.มีหน้าที่เสนอความเห็นแต่ละหมวด แต่ละมาตรา ตรงใดที่จะควรปรับปรุง ถ้าสภาเห็นชอบกับผลรายงานของเราก็จะส่งต่อไปยังรัฐบาล หลังจากนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนประเด็นที่มาของ ส.ว.ยังพิจารณาไม่ถึง ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็น กมธ.เสนอว่าให้นำความคิดเห็นของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และส่วนต่างๆ ที่เสนอมาประกอบการพิจารณาด้วย ไม่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า จะมีการเชิญบุคคลต่างๆ มารับฟังความคิดเห็นหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ทาง กมธ.ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นไปตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 และขณะนี้ทางอนุกรรมาธิการฯ ก็มีการลงพื้นที่เดินสายรับฟังความคิดเห็นตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย เราไปรับฟังเองโดยไม่ต้องรอให้เขามาพบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ช่วงนี้มีการชุมนุมเรียกร้องเกิดขึ้นมากมาย ผลการศึกษาของ กมธ.น่าจะมีส่วนช่วยทำให้อุณหภูมิทางการเมืองลดลงหรือไม่ ประธาน กมธ.กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่แต่ละคน แต่ กมธ.เชื่อว่าได้ทำตามหน้าที่ และได้ตอบสนองผู้ชุมนุมต่างๆ รวมทั้งนำข้อเสนอแนะต่างๆ มาพิจารณาประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า นายกฯ ได้มีการส่งสัญญาณเรื่องการแก้ไข รธน.หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าสุดท้ายนายกฯ เป็นผู้ตัดสิน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะการแก้ไขหรือไม่แก้ไขอยู่ที่รัฐบาล โดยสภาทำหน้าที่เพียงศึกษาให้เห็นว่าแต่ละหมวดแต่ละมาตราของรัฐธรรมนูญมีข้อที่ต้องปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายพีระพันธุ์แถลงอีกว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิและมีความเป็นเจ้าของมากขึ้น โดยมีหลายเรื่องที่จะต้องแก้ไข เพื่อให้เกิดการปฏิรูปบ้านเมืองและระบบกฎหมาย จึงมีความเห็นว่าจะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ก่อน เนื่องจากหลักเกณฑ์ในมาตรานี้ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากลำบาก นอกจากนี้ กรรมาธิการยังมีความเห็นตรงกันว่า หากเป็นไปได้จะต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และอาจจะต้องเสนอตั้ง ส.ส.ร. หรืออะไรก็แล้วแต่รัฐบาลจะพิจารณา และหากเป็นไปได้ ทางกรรมาธิการจะเพิ่ม เติมหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเข้าไปอีกหนึ่งหมวด
ยก ส.ส.ร.ปี 34 เป็นโมเดล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคิล พลกุล ที่ปรึกษา กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนนิสิต นักศึกษา อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ดังนั้นการแก้ไข ม.256 จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่ยุ่งยาก และมีความเห็นว่าควรตั้ง ส.ส.ร.เหมือนปี 2534 เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐ ธรรมนูญ 2540 ทำให้ออกจากวิกฤติพฤษภาทมิฬ ทาง กมธ.จึงขอให้ กมธ.ทุกคนที่เป็นตัวแทนจากแต่ละพรรคไปพิจารณาประเด็นนี้ ซึ่งตนเสนอไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าหากดำเนินการตามนี้ จะได้ 2 อย่างคือ 1.ส.ส.ร. 2.มีการแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นปัญหาต่างๆ ไปได้เลยควบคู่กัน ซึ่งขั้นตอนนี้หากทุกพรรคการเมืองและ ส.ว.เห็นพ้องด้วยขั้นตอนนี้ก็จะเสร็จภายใน 5 เดือน ก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไข และจากนั้น ส.ส.ร.ก็จะทำการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขอีก 390 วัน ในอนาคตจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เห็นชอบโดยประชาชน และร่างโดยประชาชน ซึ่งระหว่างดำเนินการ ตรงไหนที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม ก็แก้ไขไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงโมเดลของ ส.ส.ร. นายโภคินอ้างถึง ส.ส.ร.ปี 2534โดยให้ทุกคนที่สนใจในแต่ละจังหวัดมาสมัคร และทำการคัดเลือกกันเองให้เหลือจังหวัดละ 10 คน และให้รัฐสภาเลือกเหลือ 1 คน รวมกับนักวิชาการที่รัฐสภาจะเลือกมาอีกส่วนหนึ่ง รวมเป็น 99 คน แต่ร่างที่ กมธ.เสนอไว้ให้เลือกคนมาเป็น ส.ส.ร. 200 คน ต้องมีอย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน ถ้าจังหวัดใหญ่ก็มีได้หลายคน ซึ่งไม่มีใครทราบว่าบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาแก้ไขอย่างไร และไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงอะไรได้ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรม และหากรัฐสภาจะมีการแก้ไขปรับปรุงอะไร ก็สุดแล้วแต่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับสถานการณ์การชุมนุมของนักศึกษาตอนนี้ มีเรื่องข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นเอกภาพ เพราะมีทั้งอยากให้ร่างใหม่ทั้งฉบับ อยากให้ยกเลิก ส.ว. อยากให้ยกเลิกองค์กรอิสระ เป็นต้น ในฐานะที่เราเป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งต้องช่วยกัน ใครทำอะไรได้ต้องช่วยกัน อย่าปล่อยให้การชุมนุมนี้ไปสู่จุดที่เราไม่อาจคาดหมายได้ คิดว่า 2 เดือนก่อนปิดสมัยประชุมยังมีโอกาส รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตามมาตรา 256 ที่บอกว่าแก้ยาก ก็อยู่ที่ทุกฝ่ายจะแก้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผม มีข้อเสนอแก้ 3 กรณีคือ 1.แก้วิธีการแก้ มาตรา 256 พร้อมเพิ่มบทบัญญัติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 2.ระหว่างกระบวนการในข้อหนึ่งที่ใช้เวลานาน ก็ให้แก้ไขบางมาตราที่สามารถทำให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติได้ นั่นคือมาตรา 279 ที่รับรองประกาศคำสั่ง คสช. ต้องเปิดทางให้คนโต้แย้งได้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับว่าเรามีมาตราสุดท้ายนี้ที่ยกเว้น ทั้ง 278 ก่อนหน้าทั้งหมดเมื่อเจอกับประกาศคำสั่ง คสช. และ 3.ยกเลิก ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269-272 และไปใช้ช่องทางการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามระบบปกติ&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษก กมธ.วิสามัญตามญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา แถลงภายหลังการประชุม กมธ.นัดแรก ว่าที่ประชุมมีมติให้นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน กมธ., นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่ 1, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่&amp;nbsp; 2, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่ 3, น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธาน กมธ. คนที่ 4, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นเลขานุการ กมธ. และนายคณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโฆษก กมธ.
วางกรอบรับฟังนศ. 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรวีร์กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือกรอบการทำงานและแนวทางระยะการดำเนินงาน โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เรื่องที่เร่งด่วน กระแสสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ แม้จะได้รับกรอบการทำงานจากสภา 90 วัน แต่ กมธ.คาดว่าจะสามารถรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา และสรุปประเด็นสำคัญต่างๆ โดยอาจจะใช้เวลา 30-45 วัน เพื่อเสนอเข้าสู่สภาให้สั้นที่สุด ก่อนเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป โดยสัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานความมั่นคง คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาให้ข้อมูลเรื่องการดำเนินคดีต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างการแสดงความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคณวัฒน์กล่าวว่า แม้เบื้องต้น กมธ.ชุดนี้จะเป็นสิ่งที่ติดลบในมุมมองของนิสิต นักศึกษา แต่เราจะพยายามรับฟังข้อเสนอ แต่ กมธ.จะใช้วิธีการรับฟังความเห็น โดยมีจุดมุ่งหมายว่านิสิต นักศึกษา อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางใด อย่างไรก็ตาม นอกจากที่จะได้เชิญ สตช.มาให้ข้อมูลแล้ว จะมีการเชิญอดีตแกนนำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14&amp;nbsp; ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519 และพฤษภา 2535 มาให้ความคิดเห็นด้วย และ กมธ.จะลงพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมและรับฟังความเห็นนักศึกษาด้วย โดยจะส่งนายสิริพงศ์ เริ่มที่ จ.ศรีสะเกษ ในสุดสัปดาห์นี้ และจังหวัดอื่นๆ ต่อไปทุกพื้นที่ ในลักษณะแบบดาวกระจาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตะถ่วงหรือซื้อเวลา แต่เป็นความตั้งใจของ กมธ.ทุกคน อยากขอความร่วมมือ เวลาเราลงพื้นที่รับฟังความเห็น กมธ.ทุกคนมีธง เห็นภาพสุดท้ายว่านิสิตนักศึกษาอยากให้เป็นอย่างไร แต่เราจะมาพูดคุยกันถึงวิธีการ ทางออก ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าต่อไป โดยไม่มีการนองเลือด ไม่มีการชนกันในระหว่างกลุ่มบุคคล กลุ่มรุ่น และทำอย่างไรที่จะหาทางออกที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี&amp;rdquo; นายคณวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มนักศึกษาว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเห็นว่า กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาควรเร่งสรุปประเด็นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว หลังการศึกษาและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายมาระยะหนึ่งแล้ว และรายงานให้สภาได้รับทราบว่ามีประเด็นใดบ้าง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นรูปธรรมต่อไป พรรค ปชป.มีความชัดเจนมาแต่ต้นว่า อย่างน้อยที่สุดควรแก้ ม.256 เพื่อเป็นการสะเดาะกุญแจให้สามารถเปิดประตูไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นได้ เพราะถ้าไม่แก้ ม.256 ก็เป็นการยากที่จะนำไปสู่การแก้ไขในมาตราอื่นๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นการเปิดประตูไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นได้โดยไม่ต้องฉีก รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายนายกฯ และรัฐบาลที่อยากให้มีม็อบชนม็อบเกิดขึ้น จนนำไปสู่จุดจบด้วยการยึดอำนาจว่า นายกฯ ไม่เคยคิดที่จะให้เกิดม็อบชนม็อบ มั่นใจว่าไม่มีนายกฯ หรือรัฐบาลใดต้องการทำเช่นนั้น เพราะทุกคนหวังดีต่อบ้านเมือง ตรงกันข้ามนายกฯ ยังระบุว่าไม่อยากให้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มใดในขณะนี้ รวมถึงความเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชีวะ นายกฯ ก็บอกแล้วว่าได้หารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับอาชีวศึกษา ขออย่าเคลื่อนไหวเวลานี้ ไม่อยากให้กลับไปจุดเดิมและไม่อยากให้มาชนกัน ทะเลาะกันจนเกิดความวุ่นวาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ยังได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมให้ทั่วทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการแทรกแซงหรือใช้อาวุธต่อกัน
ดีดปากสุทินใส่ร้าย รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นการแสดงให้เห็นว่านายกฯ รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง แทนที่จะช่วยกันพูดเพื่อไม่ให้มีความเคลื่อนไหวต่างๆ เกิดขึ้น แต่กลับออกมาพูดเพื่อที่จะให้สถานการณ์เลวร้ายลง คิดแต่แง่ลบ เพราะอยากให้ประชาชนเข้าใจผิด รวมทั้งอาศัยความเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาหวังผลทางการเมืองเพื่อล้มรัฐบาลหรือไม่ ทำไมนายสุทินไม่ห้ามฝ่ายนักศึกษาบางกลุ่มที่ออกมาชุมนุมก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง ใช้คำหยาบคายด่าว่านายกฯ และรัฐบาลอย่างเสียหาย เอาเวลาที่กลัวการยึดอำนาจไปช่วยพูดคุยกับกลุ่มบุคคลที่ออกมาชุมนุมบางคน และคนที่อยู่เบื้องหลังคิดล้มล้างสถาบันเบื้องสูงที่คนไทยเคารพเทิดทูน ขอให้หยุดพฤติกรรมนั้นดีกว่า&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการ รมว.การคลังและอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวตอบโต้นายสุทิน เช่นกันว่า ไม่เข้าใจนายสุทินว่าใช้ส่วนไหนคิด เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ย้ำเสมอว่าไม่อยากให้เกิดม็อบ ไม่ต้องการให้ประเทศไปสู่ความขัดแย้งอีก และไม่ต้องการให้เกิดม็อบชนม็อบ ซึ่งมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลตามกรอบกฎหมาย รัฐบาลไม่อยากให้มีการชุมนุม เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งและประเทศเสียหาย ส่วนที่ระบุว่าจบด้วยการยึดอำนาจนั้น นายสุทินวิตกจริตเกินเหตุ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ ไม่ได้เข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์และอำนาจ นายสุทินพูดในทำนองม็อบอีกฝ่ายเกิดขึ้นแบบไม่เป็นธรรมชาติ เสมือนรัฐบาลรู้เห็น ซึ่งการพูดแบบนี้ทำให้รัฐบาลเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้เปราะบาง อย่ากะพริบตา เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้เสมอ ต้องเตือน นศ.ให้ระวังในขั้นสูงสุด และดีที่สุดคือการร่วมทำงานกับตำรวจ เพราะสิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันในเรื่องการตั้งจุดตรวจตราความปลอดภัย สกัดเผชิญหน้า ขอให้รับข้อเรียกร้อง เหตุแก้ รธน.เป็นนโยบาย รัฐบาลจะทำอยู่แล้ว ให้รับปากแก้ รธน. ประกาศไทม์ไลน์ชัดเจน แล้วยุบสภา เชื่อทุกอย่างจบอย่างเป็นสุขด้วยชัยชนะทุกฝ่าย ไม่มีเลือดนองท้องช้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม.มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม เพื่อแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนกลุ่มต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสม.เข้าสังเกตการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ในเรื่องที่มีความเห็นต่าง พึงระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ขอให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น และขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมาย กับขอให้สังคมมีความอดทนและเคารพต่อความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งเป็นคุณค่าสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรมที่จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 บุคคลที่มาชุมนุมกัน พึงปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่ราชการกำหนด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่มีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ โดยเคารพและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบของประชาชน ทั้งยังต้องดูแลให้การชุมนุมสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผล รับประกันความปลอดภัยและมั่นคงของผู้ชุมนุม รวมถึงให้งดเว้นการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญาต่อผู้เข้าร่วมการชุมนุม ยุติการคุกคามและข่มขู่ประชาชนเพียงเพราะไปเข้าร่วมการชุมนุม และหยุดการคุกคามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ทั้งนี้เพราะมีการรายงานจากผู้ชุมนุมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าพบผู้ชุมนุมและครอบครัวถึงที่พักของพวกเขา พร้อมทั้งตักเตือนไม่ให้พวกเขาเข้าร่วมการชุมนุมด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ รธน., ข้อเรียกร้องนักศึกษา, ม็อบชนม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f241f7318275.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
