<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริราช&quot;ทำกราฟฟิกอินโฟแนะนำการปฎิบัติตัวประชาชนที่เจอฝุ่นพิษในแต่ละพื้นที่ พร้อมเสนอมาตรการระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ม.ค.62- ณ ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตึกอำนวยการ ชั้น 2 รพ.ศิริราช &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ นพ. &amp;nbsp;บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว &amp;ldquo;มาตรการการดูแลสุขภาพและการจัดการที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้เกี่ยวกับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5&amp;rdquo; โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศาสตราจารย์ นพ. &amp;nbsp;วินัย วนานุกูล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ผู้แทนคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รองศาสตราจารย์ ดร. ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร. กัมปนาท ภักดีกุล คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. &amp;nbsp;ประสิทธิ์ กล่าวว่า การแถลงข่าวในวันนี้มาจากกระบวนการทางวิชาการและหลักฐานทางวิชาการ ที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสิ่งเริ่มต้นเราต้องรู้ว่าเราอยู่ในพื้นที่ใด จะไปที่ใดเพื่อวางแผนชีวิตได้อย่างถูกต้อง ซึ่งข้อมูลในวันนี้จะมีแจกเป็นเอกสารและอินโฟกราฟฟิก ซึ่งง่ายต่อความเข้าใจในหลักปฏิบัติตัวของแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงอยากขอความกรุณาสื่อมวลชนการเผยแพร่ออกไป &amp;nbsp; อย่างไรก็ตามในเรื่องสถานที่ทำงาน หากเป็นผู้ที่มีอำนาจในการที่จะสามารถเลื่อนอะไรต่างๆได้ก็ขอให้พิจารณาว่าในพื้นที่ที่ท่านอยู่นั้น คนทำงานหรือนักเรียนกว่าจะเดินทางมาถึงได้มีความเสี่ยงเพียงใด เพราะรถทุกคันที่เข้ามาในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ทั้งนี้ขอย้ำว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งปี เกิดประมาณ ม.ค.-มี.ค. หลังจากนั้นเราก็สามารถมีชีวิตปกติได้ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันหากเราอยากให้ลูกหลานของเราเติบโตในสังคมที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร. จักรกฤษณ์ กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประเด็นหลักเป็นเรื่องของท่อไอเสียทางรถยนต์รวมถึงการจราจรที่หนาแน่น ประเด็นถัดมาคือเรื่องของการเผาชีวมวลทั้งในที่โล่งและไม่โล่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฝุ่นทุติยภูมิที่เกิดจากการเผาหรือการจราจรจากที่อื่นลอยมาในระยะไกล และการเผาไหม้จากภาคอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ซึ่งสิ่งที่ต้องช่วยกันและสามารถดำเนินการได้ทันทีคือการจัดการเรื่องจราจร ในเขตที่น่าเป็นห่วงและการใช้รถขนาดใหญ่ ส่วนการเผาก้น่าจะต้องมีการควบคุมในช่วงที่สำคัญ ในช่วงเดิน ม.ค.-มี.ค. นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพมีประเด็นเรื่องฝุ่นละอองเกิดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว&amp;nbsp;
รองศาสตราจารย์ ดร. ชะนวนทอง กล่าวว่า จากนักวิชาการที่เรามีทั้งในด้านอาหาร อากาศ โภชนาการต่างๆก็ได้มีการประมวลข้อมูลและสรุปออกมาได้ เป็นขั้นตอนง่ายๆ คือเราต้องหาข้อมุลเกี่ยวกับสภาพอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็กมามากแค่ไหน ในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ ที่ต้องไปทำธุระหรือแม้กระทั่งการประกอบอาชีพ ซึ่งสามารถรับรู้ได้จากข้อมูลข่าวสาร ทั้งวิทยุ การรับชมทีวี และการใช้แอฟพลิเคชั่น ต่างๆ ซึ่งสีที่เป็นกังวลกันคือสีส้ม สีแดง แต่หากครอบครัวมีผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงอาจจะต้องเริ่มพิจารณาตั้งแต่สีเหลืองว่าเราจะมีการดุแลอย่างไร อาจจะหลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งซึ่งต้องมีการพิจารรากันอย่างรอบคอบ เช่นการหลีกเลี่ยงจะเข้าไปในพื้นที่ที่มีสีส้ม สีแดง หากจำเป็นก็ต้องพิจารณาว่าสามารถเลื่อนหรือปรับเวลาได้หรือไม่ เช่นอาจจะเลือกเป็นช่วงเวลากลางวันที่มีแดดส่องออกมาแล้ว คุณภาพอากาศก็จะดีขึ้นแต่หากเลือกไม่ได้ก็คงต้องหาอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งที่ตื่นตัวกันอยู่ตอนนี้คือเรื่องของการใช้หน้ากาก ทั้งN95 และหน้ากากอนามัยแบบธรรมดา ซึ่งสิ่งสำคัญต้องเลือกที่มีความกระชับกับใบหน้าให้ลมสามารถเข้าไปได้ หรือหากใส่แล้วหายใจลำบาก นักวิชาการบอกว่าให้หาอาคารเพื่อเข้าไปหายใจให้เข้มแข็งก่อน แล้วค่อยออกมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ &amp;nbsp;เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาระบบทางเดินหายใจและวัณโรคภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า หลักการของการใช้หน้ากาก N 95 ต้องให้กระชับกับใบหน้า จะมีประสิทธิภาพคุ้มครองได้ สูงถึง 95 % แต่หากไม่กระชับจะลดอวบมาอยู่ที่ 60-70% หรือลดลงมาถึง 30-40 % กรณีการใช้หน้ากากธรรมดาควรใช้ 2 ชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่หากจำเป็นต้องใช้แผ่นเดียวก็อาจต้องใช้ทิชชู่เสริมเข้าไป 2 ชั้น ซึ่งมีผลทดสอบว่าสามารถป้องกันได้ 40 % แต่ทั้งนี้ต้องเป็นทิชชู่ที่คลี่ออก &amp;nbsp;ไม่กระจุกตัวเป็นก้อน และห้ามนำไปชุบน้ำก่อนเพราะประสิทธิภาพจะลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองศาสตราจารย์ ดร. สุระ พัฒนเกียรติ กล่าวว่า เราทราบกระบวนการป้องกันและลดลักษณะความเสี่ยงจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่จริงๆแล้วชีวิตประจำวันเราได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม ที่มีการรุกล้ำ มีการก่อสร้างเข้ามาค่อนข้างมาก สิ่งที่ลืมนึกถึงไปคือเรื่องพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง ซึ่งพืชเป็นสิ่งที่ปกป้อง คุ้มครองความรุนแรงของชีวิต จากสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นในระยะยาวเราต้องใช้พืชพันธุ์ทำอย่างไรเราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้น ดังนั้นเราพยายามมองว่าอาจพยายามสร้างพืชพันธ์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวในแนวตั้ง แนวดิ่งมากขึ้น ใครที่อยู่ในคอนโดเราก็อาจจะมีพื้นที่ใช้เป็นไม้เลื้อย ไม้พุ่ม &amp;nbsp;ไม้ประดับโดยเฉพาะที่มีกิ่งใบซึ่งจะเป็นฝุ่นกำบังชั้นดีที่จะป้องกันมลพิษทางอากาศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26908</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อเสนอแนะระยะยาว, คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา, อินโฟกราฟฟิกแนะนำปฎิบัติตัวรับฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c419b45a7c6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
