<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บช.น.’กัดฟันแจงฉีดเข็ม3แค่สำรวจข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - &amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ชี้แจงประเด็นการสำรวจข้อมูลข้าราชการตำรวจเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 กระตุ้น เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงจากข้อมูลพบว่า ข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนต่างๆ มีสถิติการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ตามนโยบายรัฐบาล กำหนดให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กับผู้ป่วย และอาจจะการฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต การสำรวจข้อมูลตามหนังสือที่ปรากฏเป็นข่าว ก็เป็นการสำรวจเพื่อจัดเตรียมข้อมูลเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปัจจุบัน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากการสำรวจผู้ที่มีความสมัครใจจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว ยังได้ทำการสำรวจผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก ผู้ที่ในตอนแรกอยู่ระหว่างการปรึกษาแพทย์และต่อมาแพทย์อนุญาตให้ทำการฉีดวัคซีนได้ หรือผู้ที่เคยติดเชื้อและหายแล้วในระยะเวลาเกินกว่า 3 เดือน ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีข้อมูลสถานภาพการฉีดวัคซีนของกำลังพลครบถ้วนตามระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกระแสทางสื่อโซเชียลมีเดีย ที่มีการพูดถึงการฉีดวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน เนื่องด้วยรูปแบบหรือสภาพการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ไม่สามารถแยกกลุ่มการปฏิบัติงานได้ และจะต้องปฏิบัติในพื้นที่จำกัดและมีความหนาแน่นของคนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับกำลังพลต้องพักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน แม้ตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วสองเข็ม แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้วยังมีข้าราชการตำรวที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการรับส่งผู้ป่วย หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจโควิด-19 ต่าง ๆ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสได้รับเชื้อ จึงมีความจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง จึงได้สำรวจข้อมูลสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อจัดเตรียมไว้หากได้รับการจัดสรรวัคซีน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้น, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ข้าราชการตำรวจ, ฉีดวัคซีน, บช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100f586aab65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ตร. เผยเดือน มิ.ย. ไล่ออกตำรวจ 20 นาย นายกฯกำชับใครทำผิด ลงโทษไม่ละเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 ว่า คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และบริหารทรัพยยากรบุคคล ได้รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือนมิถุนายน 2564 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 29 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 20 นาย ปลดออกจากราชการจำนวน 8 นาย และให้ออกจากราชการ จำนวน 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.2564 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 123 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการจำนวน 92 นาย ปลดออกจากราชการ จำนวน 26 นาย และให้ออกจากราชการ จำนวน 5 นาย โดนนายกรัฐมนตรีกำชับการทำงานของตำรวจให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ใครที่ทำผิดกฎหมายและกฎเกณฑ์ระเบียบของข้าราชการตำรวจ ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่ต้องละเว้น จะเห็นว่าช่วงนี้ตัวเลขตำรวจถูกลงโทษค่อยข้างสูง เพราะเป็นนโยบายของ ตร. ที่กวดขันการทำผิดต่อราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ข้าราชการตำรวจ, คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9a494ca99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สอบวินัยร้ายแรง สารวัตร‘วัดตรีฯ’ เม้มเงินค่าทำศพ ฟันอาญายักยอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พ.ต.ต.ยักยอกเงินฌาปนกิจวัดตรีทศเทพ หลังผลสอบข้อเท็จจริงพบคดีมีมูล โดยมีพฤติกรรมรับเงินจากเจ้าภาพงานศพเป็นค่าดอกไม้ อาหารและสังฆภัณฑ์ แต่ไม่ยอมจ่ายให้ผู้ประกอบการและส่งรายได้เข้าหลวง ขณะที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมีข้าราชการตำรวจ สังกัดฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยักยอกเงินที่ได้จากฌาปนกิจหลวงไปใช้ส่วนตัวและไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสั่งดอกไม้ โลงศพ ชุดสังฆภัณฑ์และอาหารในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจหลายรายนั้น ได้รับรายงานจากกองกำกับการฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ว่า ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าว คือ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ พันธ์สนิท สว.ฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ (ดูแลรับผิดชอบวัดตรีทศเทพ) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานฌาปนสถาน รวมถึงการเก็บเงินส่งเงินบำรุงการใช้ฌาปนสถานให้แก่สำนักงบประมาณและการเงิน (ตร.) ต่อมาทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไม่ส่งเงินตามระเบียบ เมื่อมีการทวงถามก็อ้างว่ากำลังรวบรวมหลักฐานทางการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ในเรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งฝ่ายการฌาปนกิจสงเคราะห์ สก. ที่ 9/2563 ลง 4 มี.ค.63 โดยกล่าวหาว่าไม่ได้นำส่งเงินรายได้งานฌาปนสถาน และไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง เห็นควรตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ได้ติดต่อผู้ประกอบการสั่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในงานฌาปนกิจสงเคราะห์ตำรวจ โดยเจ้าภาพงานศพได้ชำระค่าใช้จ่ายให้แก่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไปแล้ว แต่ทาง พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ไม่ยอมนำเงินมาชำระให้แก่ทางผู้ประกอบการนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สน.ชนะสงคราม ว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องดังกล่าว จำนวน 3 ราย โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน &amp;ldquo;ยักยอกทรัพย์&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ พ.ต.ต.ธีร์ธดลย์ ได้ไปหลอกผู้อื่นเพื่อเบียดบังเอาทรัพย์ไปนั้น ขอเรียนว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินคดีกับตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายรายดังกล่าว โดยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหายและเอาผิดกับตำรวจที่ทุจริตในคดีอาญาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ประกอบกับให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งสอบสวน เอาผิด กรณีเบียดบังทรัพย์สินของทางราชการเป็นของตน พร้อมดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการตำรวจ, ตั้งกรรมการสอบ, ฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์, ฟันอาญายักยอก, ยอกเงินฌาปนกิจ, สอบวินัยร้ายแรง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5800b6eccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
