<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มัลลิกา&#039; ซัดรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์ในโหมดอาหารสัตว์ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.61- นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า หลักฐานคำชี้แจงของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์โดยยืนยันว่าสำแดงการนำเข้ากับศุลกากร 2 ครั้งระบุว่าใช้สำหรับอาหารสัตว์ (FEED BARLEY) อย่างชัดเจนทั้งเอกสารของปศุสัตว์และศุลกากรยืนยัน นอกจากนี้เจ้าพนักงานกรมปศุสัตว์ยังได้เข้าสุ่มเก็บตัวอย่างจากโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นของรายใหญ่ระดับประเทศ ที่ระบุว่าได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักฐานจากกรมปศุสัตว์และคำยืนยันจากเจ้าพนักงานผ่านสื่อฯ ชัดเจน แปลว่ารัฐบาลชุดนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์เป็นบัญชีเพื่ออาหารสัตว์ จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มี การอนุญาตให้นำเข้าในโหมดนี้ เท่ากับว่ารัฐบาลได้เปิดให้มีการนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์เพื่อเป็นอาหารสัตว์ เป็นการเปลี่ยนแปลงกติกาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผลประโยชน์อาหารสัตว์ใช่หรือไม่ นอกเหนือจากมีการปล่อยให้นำเข้าข้าวสาลี (พืชเพื่อวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศอีกชนิดกนึ่ง) โดยไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้าหรือตามมาตรการ 0% ด้วยแล้ว รัฐบาลชุดนี้ขาดการคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมัลลิกา กล่าวว่า คุณค่าของข้าวบาร์เล่ย์ต่ำกว่าข้าวสาลีมากมีไขมันไม่เกิน 11% ไฟเบอร์ไม่น้อยกว่า 19% และไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลคณะกรรมการ นโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระทรวงพาณิชย์ เหมือนกับข้าวสาลี ที่ต้องกำกับด้วยมาตรการ 1:3 (คือนำเข้าหนึ่งส่วนต้องซื้อข้าวโพดสามส่วน) แม้ช่วงเวลา 2 เดือนนี้จะเปลี่ยนเป็นมาตรการ 1:2 ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่การนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์นั้นไม่ต้องใช้มาตรการใดเข้ามาเกี่ยวข้องจึงสามารถนำเข้ามาได้แบบปกติโดยไม่ต้องควบคุมปริมาณ เช่นนี้แล้วในอนาคตจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน และถ้าข้าวบาร์เล่ย์นำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ตามหลักฐานของกรมปศุสัตว์ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายอย่าลืมว่าหากการนำเข้าวัตถุดิบมาเพื่อผลิตอาหารสัตว์แล้วสำแดงการส่งออกเนื้อสัตว์สามารถขอคืนภาษีตามมาตรา19 ทวิ ได้ด้วย กล่าวโดยสรุปคือพฤติการณ์ของขบวนการนี้ทั้งหมดในรัฐบาลนี้เพื่อใคร ใครได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ชะตากรรมตกอยู่ที่เกษตรกรที่ต้องดิ้นรน&amp;quot; นางมัลลิกา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า สมาคมการค้าพืชไร่ มองการนำเข้า ข้าวบาร์เลย์ที่มีราคาสูงเกือบ 12 บาท ต่อ กิโลกรัมนั้น ส่อเจตนาต้องการกดราคาข้าวโพดของเกษตรกรไทยให้ลดต่ำลง เพราะราคา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขณะนี้มีราคา เพียง กิโลละ 10-10.20 บาทเท่านั้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงกติกาให้ข้าวบาร์เล่ย์เข้ามาในโหมดอาหารสัตว์ได้อีกชนิด จะมีผลกระทบกับวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของเกษตรกรไทย เช่น รำข้าว ปลายข้าว และมันสัมปะหลัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวบาร์เล่ย์, ติ่ง มัลลิกา, อาหารสัตว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b275a99acabe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
