<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนดูดส.ส.บทสรุปศพไม่สวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อดีต ส.ส.ระยอง ปชป.โต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช. เหน็บซัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ทำ ปชช.ผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ &amp;nbsp;อีกรอบใครจะเลือกตนเอง &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ &amp;quot;สุริยะใส&amp;quot; เตือน คสช.เดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร &amp;quot;อลงกรณ์&amp;quot; ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีต ส.ส.ระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช. นำไปสู่การคาดการณ์ว่า ส.ส.ปชป.ภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; จากเป็น ส.ส.สมัยแรกและเติบโตมาเป็น กก.บห.ของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น ส.ส. บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล ส.ส.เป็นมุ้งหรือก๊วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ ส.ส.ด้วยกัน อดีต รมต.ของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง &amp;quot;รองหัวหน้าพรรค&amp;quot; ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย&amp;quot; นายสาธิตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จ.ระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พล.อ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม&amp;rdquo; นายสาธิตระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสช.อย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตย&amp;nbsp;
เพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล คสช.อยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พล.อ.ประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสช.ทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พล.อ.ประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสช.พยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส.นครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต ส.ส. สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสช.หรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความพยายามจะดูดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสช.และพรรคพันธมิตร คสช. แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา อดีต ส.ส.ของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต ส.ส.ของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสช.ปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสช.และแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนช.ล้มการสรรหา กสทช. หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้&amp;nbsp;
สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า การดูด ส.ส.กลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสช.หรือ พล.อ.ประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน ส.ส. สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสช.สนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสช.คิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร&amp;quot; นายสุริยะใสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป&amp;ldquo; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พ.ค.และ มิ.ย.ว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เม.ย.61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ &amp;ldquo;กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง&amp;rdquo; ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 40.20%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 33.01%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 28.10% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 40.78%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 30.14%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 29.43%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม. อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 35.85%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 33.21%, &amp;nbsp;อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 31.32%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 44.47% เพราะ &amp;nbsp;เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 36.45% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ &amp;nbsp;ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 19.08% เพราะ &amp;nbsp;อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสช.ปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ .ย.นี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวยากหมากแพง, นายสาธิต ปิตุเตชะ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ย้ายพรรค, รัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีต ส.ส.ระยอง, อลงกรณ์, เพื่อแม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc996fbf406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
