<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หงษ์ทองบุกตลาดล่าง หลังข้าวหอมแพงขึ้น 40%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวหงษ์ทอง ปรับแผนลุยตลาดระดับล่าง หลังพบราคาข้าวหอมปรับสูงขึ้น 30-40% กระทบผู้บริโภคชะลอซื้อกลุ่มบน พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ ควบขยายออนไลน์ หวังโกยยอดปีหน้าแตะ 2,500 ล้านบาท&amp;nbsp;

นายกัมปนาท มานะธัญญา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียเม้งมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวแบรนด์ &amp;ldquo;หงษ์ทอง&amp;rdquo; เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะเติมเต็มสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยเฉพาะข้าวในตลาดระดับล่าง ซึ่งต้องยอมรับว่าจากราคาข้าหอมที่ปรับตัวสูงขึ้น 30-40% ที่ผ่านมา มีผลต่อการตัดสินใจซื้อข้าวระดับบนที่ราคาค่อนข้างสูง ผู้บริโภคหันไปซื้อข้าวขาวและข้าวผสมแทน บริษัทจึงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์หงษ์ทองได้มากขึ้น

สำหรับการบุกตลาดข้าวระดับล่างของบริษัท จะเริ่มทำนำข้าวหอมผสมทดลองตลาดช่วงต้นปี 2562 เพื่อดูผลตอบรับจากผู้บริโภคและคู่แข่งในตลาดว่าเป็นอย่างไร โดยเดิมทีบริษัทเคยทำตลาดข้าวระดับล่างมาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่ ในครั้งนี้นับเป็นการปัดฝุ่นและเลือกจะลุยเซ็กเมนต์นี้ให้หนักกว่าทุกครั้ง เพราะแนวโน้มของราคาข้าวในปีหน้า มีโอกาสปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากราคา ณ เดือน พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะต้องราคาถูกกว่านี้ แต่กลับพบว่าราคาค่อนข้างสูง หากรับซื้อมาในราคาที่แพง คงไม่สามารถผลิตและจำหน่ายราคาที่ถูกกว่ารับซื้อมาได้

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้มีการออกสินค้าใหม่ช่วงปลายปี 2561 นี้ ได้แก่ ข้าวกล้อง และข้าวหอมปทุม ซึ่งมีผลตอบรับค่อนข้างดี เชื่อว่าจะส่งผลต่อเนื่องไปยังปี 2562 ให้บริษัทมียอดขายที่เติบโตมากขึ้น โดยยังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดในปีหน้าควบคู่กันไปด้วย

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยที่ผ่านมามีการเติบโตมากกว่า 500% ทำให้วางแผนขยายช่องทางตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้นในปี 2562 นอกจากนี้เราได้เตรียมการลงทุนด้านเพิ่มขึ้นบางส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือก และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น, การจัดการระบบแพ็คกิ้งและการจัดส่งเพื่อรองรับการเติบโตที่จะเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงในส่วนของการผลิตที่เปิดสายการผลิตใหม่นำเครื่องจักรโรบอทมาใช้เพิ่มขึ้น คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี หลังจากปรับมาให้ความสำคัญกับตลาดข้าวสารบรรจุถุงระดับล่าง บวกกับการออกสินค้าใหม่ และเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในปีหน้า โดยวางเป้าหมายเติบโต 25% หรือคิดเป็น 2,500 ล้านบาท หรืออย่างน้อยเติบโตที่ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23763</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวราคาดี, ข้าวหอมมะลิ, หงษ์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0b28557b8cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ จัดรถเกี่ยวช่วยชาวนา ชี้ปีนี้ข้าวราคาดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯห่วงชาวนา เตรียมจัดรถเกี่ยวในราคาเหมาะสมให้ โอ่ ชี้ราคาปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยพี่น้องชาวนา ที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในช่วงนี้ โดยได้รับรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ จะช่วยจัดหารถเกี่ยวข้าวในราคาที่เหมาะสมให้เพียงพอ เพื่อให้ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้ทัน ผลผลิตมีคุณภาพดี และขายได้ในราคาสูง ทั้งนี้ นายกฯ พอใจสถานการณ์ราคาข้าวที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านมา เช่น ข้าวเปลือกหอมมะลิมีราคา 16,000 - 17,000 บาท ต่อตัน บางพื้นที่ขึ้นไปถึง 18,000 บาท สูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับข้าวเปลือกเจ้าทั้งสดและแห้งที่มีราคาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากการจัดหารถเกี่ยวข้าวให้เพียงพอแล้ว จะอนุญาตให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวขนย้ายรถเกี่ยวนวดข้าว และเก็บค่าธรรมเนียมนอกสถานที่ในอัตราต่ำสุดด้วย พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานไปสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรถึงการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวราคาดี, นายกรัฐมนตรี, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, รถเกี่ยวนวดข้าว, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9b7d1deb64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ชี้ปีนี้ข้าวราคาดี เตรียมหาทางช่วยชาวนาลดต้นทุนรถเกี่ยวนวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ช่วยลดต้นทุนชาวนา ประสานชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทยลงพื้นที่ไปช่วยเกี่ยวข้าวในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด คิดราคาถูกกว่าปกติเหลือ 450-500 บาทต่อไร่ พร้อมย้ำปีนี้เป็นปีทอง หลังผลผลิตลด ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เผยข้าวเปลือกหอมมะลิปัจจุบันตันละ 1.6-1.7 หมื่นบาท บางพื้นที่ทะลุ 1.8 หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 8 พันบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2561 กรมฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมอนามัย มาหารือเพื่อแก้ไขปัญหารถเกี่ยวข้าวไม่เพียงพอในช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกปี 2561/62 ออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.ของทุกปี ทำให้เกษตรกรบางพื้นที่ประสบปัญหาไม่สามารถเกี่ยวข้าวได้ หรือจะไปจ้างรถมาเกี่ยวก็มีค่าบริการที่สูง โดยชมรมรถเกี่ยวนวดข้าวไทย จะคิดค่าบริการรถเกี่ยวแก่เกษตรกรในอัตรา 450-500 บาทต่อไร่ จากปกติ 700 บาทต่อไร่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะอำนวยความสะดวกในการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวบรรทุกขนย้ายรถเกี่ยวนวดข้าวเป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนก.พ.2562 และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะพิจารณายกเว้นหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวนอกสถานที่ในอัตราต่ำสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว เป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับชาวนาได้ถึงไร่ละ 200-300 บาท ในช่วงที่ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดมาก ทำให้ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้ทัน ผลผลิตข้าวมีคุณภาพดี และขายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกนาปีขณะนี้ มีแนวโน้มที่เกษตรกรจะขายได้ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยข้าวเปลือกหอมมะลิปัจจุบันอยู่ที่ 1.6-1.7 หมื่นบาทต่อตัน บางพื้นที่ขึ้นไปถึง 1.8 หมื่นบาทต่อตัน สูงเป็นประวัติการณ์ เพราะผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้ โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น ชัยภูมิ เกิดภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง 20% คาดว่าจะมีผลผลิตเพียง 7 ล้านตัน และในจำนวนนี้จะออกสู่ตลาดช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ประมาณ 5 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าวเปลือกเจ้า คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 18 ล้านตัน โดยราคาข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดอยู่ที่ตันละ 6.5-6.7 พันบาท และข้าวเปลือกเจ้าแห้งตันละ 8 พันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ปรับสูงขึ้นจากปีที่แล้ว และคาดว่าราคาจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประเมินว่าราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาจะขายได้ยังคงมีราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมาทุกชนิดข้าว แม้ช่วงนี้ข้าวฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด เพราะปัจจุบันมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และประเทศในแถบแอฟริกา และผลจากการที่สต๊อกข้าวรัฐบาลเหลือในปริมาณที่น้อยมาก ทำให้ไม่มีปัจจัยลบที่เป็นตัวกดราคาข้าวในประเทศ โดยปีนี้ คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมาย 11 ล้านตันอย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่มีข้าวว่ามีการนำข้าวหอมปทุมธานีในพื้นที่ภาคกลางขึ้นไปขายเป็นข้าวหอมมะลิ เพราะได้ราคาดีกว่านั้น กรมฯ ได้ประสานงานไปยังพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมปทุมธานีให้ช่วยสอดส่องดูแลแล้ว และไม่เชื่อว่าจะมีการดำเนินเช่นนี้ได้ เพราะโรงสีที่รับซื้อข้าวมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้าวอยู่แล้ว แต่ถ้าพบว่ามีการดำเนินการจริง จะจัดการขั้นเด็ดขาดในข้อหาฉ้อโกง มีโทษทั้งปรับและจำคุก เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวหอมมะลิเสียหาย หรือหากใครมีเบาะแส ก็สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน 1569&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า มาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก รัฐบาลได้ดำเนิน 3 โครงการ เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย.2561 เป็นต้นไป คือ โครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โดยช่วยเหลือค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท กรณีฝากไว้ในยุ้งฉางต้นเอง และตันละ 1,000 บาท ฝากไว้ที่สหกรณ์ และช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละ 18,000 บาท , โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร &amp;nbsp;และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการรับซื้อน้อย ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดจัดตลาดนัดข้าวเปลือก โดยนำผู้ประกอบการจากพื้นที่อื่นหรือนอกจังหวัดเข้ามาร่วมรับซื้อเพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ในการซื้อขาย รวมทั้งได้รับความเป็นธรรมในการชั่งน้ำหนักและวัดความชื้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21261</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ข้าวราคาดี, รถเกี่ยวนวดข้าว, ราคาพิเศษ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f2773079f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
