<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนัญญาพร้อมแจงมะกัน แฉกลัวกระทบพืชGMO!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไบโอไทยแฉ &amp;quot;มอนซานโต้&amp;quot; เจ้าพ่อจีเอ็มโอดิ้นหนัก &amp;nbsp;หลังไทยแบนสารเคมีพิษ 3 ชนิด กลัวกระทบนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีมาไทย มูลค่า 5.1 หมื่นล้านบาท เพราะสหรัฐยังใช้สารไกลโฟเซตอยู่ เกษตรฯ เผยต้องใช้งบ 3 พันล้านทำลายสารอันตราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาการแบนสารไกลโฟเซต 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตร โดยให้พิจารณาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ อ้างว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เพจเฟซบุ๊ก BIOTHAI ของมูลนิธิชีววิถี แฉว่านอกเหนือจากเหตุผลที่ไบโอไทยวิเคราะห์การที่รัฐบาลสหรัฐคัดค้านการแบนไกลโฟเซตว่าเกิดขึ้นเนื่องจากความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ไกลโฟเซตกับพืชดัดแปลงพันธุกรรมของบริษัท มอนซานโต-ไบเออร์ ซึ่งมีอิทธิพลสูงในรัฐบาลสหรัฐแล้ว เนื้อหาในหนังสือของ USDA ที่ส่งมายังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 7 คนในรัฐบาลยังระบุว่า การแบนไกลโฟเซตจะกระทบกับการส่งออกสินค้าสหรัฐมายังประเทศไทย โดยระบุว่าจะกระทบกับการส่งออกข้าวสาลี ถั่วเหลือง และองุ่น เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ.2560 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 นั้น ในข้อ 4 ระบุว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อ 4 อาหารที่มีสารพิษตกค้างต้องมีมาตรฐาน โดยตรวจไม่พบวัตถุอันตรายทางการเกษตร ชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2551 ตามบัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศนี้&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การประกาศให้ไกลโฟเซตเป็นวัตถุอันตรายอาจจะกระทบกับการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหรัฐที่มีการใช้ไกลโฟเซตมายังประเทศไทยในอนาคต เนื่องจากสหรัฐยังมิได้แบนไกลโฟเซต และมีการใช้ไกลโฟเซตปริมาณมหาศาลเนื่องจากการใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรมต้านทานราวด์อัพในสหรัฐ และผลการตรวจพบว่าถั่วเหลือง ข้าวโพด และผลิตภัณฑ์หลายชนิดปนเปื้อนไกลโฟเซตในระดับต่างๆ จนรัฐบาลสหรัฐประกาศเพิ่มค่า MRL ของไกลโฟเซตหลายเท่า เพื่อให้ระดับการตกค้างในผลผลิตไม่ผิดกฎหมายในสหรัฐเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหนังสือของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า การแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐประมาณ 51,000 ล้านบาท/ปี ในขณะที่ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2561 ประเทศไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมีมูลค่า 73,194,348,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีรัฐบาลสหรัฐนั้น เมื่อ EPA ประกาศแบนคาร์โบฟูราน หรือชื่อการค้าที่คนไทยรู้จักดี &amp;quot;ฟูราดาน&amp;quot; ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่คือบริษัทสหรัฐ FMC นั้น รัฐบาลสหรัฐแม้จะยกเลิกค่า MRL สำหรับผลิตผล/ผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศของตน (ซึ่งหมายถึงจะมีสารพิษดังกล่าวตกค้างในสินค้าไม่ได้) แต่ก็อนุญาตให้ผลผลิตนำเข้าที่ส่งจากต่างประเทศมายังสหรัฐสามารถมีฟูราดานตกค้างได้ แต่ต้องไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทสหรัฐเอง ที่จะสามารถส่งคาร์โบฟูรานไปขายยังประเทศอื่นได้อย่างชอบธรรม แม้ประเทศตนจะแบนสารดังกล่าวแล้วก็ตาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้แม้คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติให้ไกลโฟเซตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 แล้วก็ตาม โดยให้มีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 แต่ตามบัญชีท้ายคำประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 387 พ.ศ.2560 ในบัญชี 1 ยังมิได้รวมไกลโฟเซตอยู่ในรายชื่อแต่ประการใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลสหรัฐจึงยังมิได้เกิดขึ้นแต่ประการใด ทั้งนี้ โดยไม่ต้องกล่าวถึงว่าที่ผ่านมาประเทศไทยแทบมิได้มีการตรวจสารพิษตกค้างในธัญพืชสำคัญ ทั้งข้าวสาลี และถั่วเหลืองที่นำเข้ามาจากสหรัฐเลยก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไปแล้ว และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันตามมติเดิม ไม่ก้าวก่ายกระทรวงอื่นๆ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้เป็นกฎหมายของแต่ละประเทศก็ไม่ควรก้าวก่ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิดแล้ว เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการปรับเปลี่ยน จากเดิมเคยใช้พาราควอตและไกลโฟเซตเป็นสารป้องกันกำจัดวัชพืช ส่วนคลอร์ไพริฟอสใช้เป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกำจัดสารเคมี 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส ซึ่งคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ปรับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย และครอบครอง เมื่อกรมวิชาการเกษตรสำรวจปริมาณคงเหลือชัดเจนแล้ว เมื่อประกาศยกเลิกใช้ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายมีผลบังคับใช้ กรมวิชาการเกษตรต้องอายัดทั้งหมด เพื่อทำลายต่อไป การทำลายวัตถุอันตราย 3 ชนิด เบื้องต้นพบว่ามีปริมาณคงค้างรวม 29,869.58 ตัน จะต้องหาวิธีทำลายปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีการทำลายสารเคมีวัตถุอันตรายจำนวนมากเช่นนี้ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรคาดว่ากว่าจะทำลายได้หมดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตรรายงานว่า กรมวิชาการเกษตรพิจารณาความเหมาะสมในการบริหารจัดการที่ยังคงเหลืออยู่ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการสำรวจปริมาณคงเหลือของสาร 3 ชนิด เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 พบว่า พาราควอตยังมีในประเทศไทย 13,063.69 ตัน, ไกลโฟเซต 15,110.93 ตัน และคลอร์ไพริฟอส 1,694.86 ตัน รวมทั้งสิ้น 29,869.58 ตัน โดยรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการทำลายตันละ 100,000 บาท ดังนั้น จะต้องใช้งบประมาณในการทำลายเกือบ 3,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบสหรัฐมีเหตุผลอะไร แต่เรื่องสุขภาพ สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ เป็นเรื่องที่ต้องดูแลไม่ให้คนไทยบริโภคสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ บางครั้งต้องขอให้แยกส่วนกัน หากสหรัฐสอบถามมา เราก็พร้อมชี้แจง เพราะนานาประเทศที่แบนสารเหล่านี้มีเหตุผลของแต่ละประเทศ ส่วนเรื่องความหนักใจหรือไม่ เมื่อทำอะไรไปแล้ว จะไม่คิด ไม่หนักใจเลย การเป็นผู้บริหารที่ต้องดูแลทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งเกษตรกรและภาคเอกชน ไม่มีคำว่าแพ้หรือชนะ แต่ต้องเดินไปด้วยกัน ด้วยการพูดคุยและสร้างความเข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขัดแย้งกับผู้บริโภค น่าจะเหมือนขัดแย้งกับเซลล์ขายยาแล้วในตอนนี้ แต่ก็ไม่รู้จะไปไกล่เกลี่ยหรือเจรจากับใคร เพราะทำในเส้นทางของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครต้องการจะพูดคุยด้วย ก็พร้อมเปิดห้องเจรจากัน&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิธีการใช้ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ไม่รู้สึกหนักใจที่การกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพราะกระทรวงทรัพย์ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องสารเคมีภาคการเกษตรต้องให้นายเฉลิมชัย เชื่อว่าน่าจะมีสารทดแทนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ยังเป็นห่วงว่าสินค้าบางตัวที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐ เช่น แป้งสาลี องุ่น หากยังใช้สารเหล่านั้นอยู่จะสามารถนำเข้ามายังประเทศไทยได้ต่อไปหรือไม่ ซึ่งได้ให้กรมการค้าต่างประเทศพิจารณาในฐานะ หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่แล้ว และขณะนี้กระทรวงพาณิชย์จะยังไม่มีการส่งหนังสือใดๆ ตอบกลับไปยังสหรัฐแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่กรรมการในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นข้าราชการระดับสูงของกรมและกระทรวงต่างๆ ลงความเห็นยกเลิกใช้สารเคมีการเกษตร 3 ชนิด โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ แต่ลงความเห็น เพราะถูกอำนาจที่เหนือกว่าครอบงำ ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเกษตรกร แต่อาจทำให้เกิดความล่มสลายของภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากภาคเกษตร เช่น การผลิตน้ำตาล การแปรรูปมันสำปะหลัง การผลิตอาหารสัตว์ เป็นต้น ทำให้ประเทศไทยเสียหายอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุกรรณ์ แสงวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย กล่าวว่า วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ผู้แทนเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพด และไม้ผล จะไปร้องต่อศาลปกครองให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต เดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น อีกทั้งยังไม่มีมาตรการรองรับ ทั้งการหาสารทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน การสนับสนุนด้านเครื่องจักรกลกำจัดวัชพืช และแรงงานที่จะใช้จัดการแปลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48880</URL_LINK>
                <HASHTAG>BIOTHAI, กระทบนำเข้าถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, มอนซานโต้, สหรัฐยังใช้สารไกลโฟเซต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าพ่อจีเอ็มโอ, แบน 3 สารพิษ, แบน 3 สารพิษเกษตร, ใช้งบ 3 พันล้านทำลายสารอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db302c163fd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อเกาหลีเริ่มมีสันติภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ก่อนเห็นภาพผู้นำสองเกาหลี จับมือทักทาย และต่างเชิญชวนให้ข้ามเขตแดนซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นภาพที่บรรยายความรู้สึกไม่ถูก เพียงแต่รู้สึก &amp;quot;โล่ง เบา&amp;quot; ในใจ อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่เห็นความสงบสุขเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการปลดนิวเคลียร์พ้นคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนหากติดตามความเห็นจากบรรดานานาประเทศทั่วโลก ต่างก็ร่วมแสดงความยินดีกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้จะมีบางส่วนที่ยังไม่วางใจนัก เนื่องเพราะเกาหลีเหนือเคยมีประวัติฉีกข้อตกลงสันติภาพมาก่อน ทำให้นานาชาติยังอยู่ในอาการแบบดีใจไม่สุด และเฝ้าจับตาอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ภาพที่ออกมาก็สร้างความรู้สึกในเชิงบวกและผ่อนคลายลงมาก หลังจากมีความตึงเครียดมานานหลายปี นับตั้งแต่ผู้นำคิม จองอึน ขึ้นบริหารประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเมื่อความตึงเครียดลดลงก็ย่อมจะเกิดสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแทน และคาดว่าภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคอาเซียน ก็จะได้รับอานิสงส์ในสิ่งดีๆ ไปด้วย เพราะเมื่อเกิดความสงบสุข วิถีชีวิตของคน และความมั่นใจในหลายๆ เรื่องก็จะเกิดขึ้นตามมา การค้าการลงทุนก็จะคับคั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทยเอง พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เล่าถึงท่าทีในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนต่อความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ซึ่งภาพการจับมือระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ผู้นำอาเซียน รวมทั้งนายกรัฐมนตรีของไทยอยากเห็นมานานแล้ว เพราะถือเป็นการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี และที่ผ่านมาอาเซียนได้สนับสนุนมาโดยตลอด ดังนั้นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำอาเซียนจะมีการแสดงความยินดี และความปรารถนาที่จะให้บรรยากาศแบบนี้มีไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นในทิศทางบวก เป็นประโยชน์ทั้งในภูมิภาคและเป็นประโยชน์ต่อโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลีที่ลดความตึงเครียดลง จะส่งผลถึงเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนที่มีความใกล้ชิดกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงถือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการพลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ และยังเป็นการลดอุณหภูมิในภูมิภาคลง ส่งผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจอาเซียนโดยตรง อย่างไรก็ตาม หวังว่าหากการประชุมสุดยอดเกาหลีมีทิศทางที่ดี จะส่งผลให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น ตามความตั้งใจว่าจะสร้างความเชื่อมโยงกับทุกประเทศ และทุกภูมิภาค&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั้นก็ชัดเจนว่าหากการเจรจายังคงเป็นไปทางที่ดีขึ้น และเกาหลีเหนือจะหันมาปฏิรูปประเทศ โดยใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำ เชื่อว่าโลกจะเกิดประเทศน่าลงทุนแห่งใหม่ ที่มีนักลงทุนจับจ้องอย่างแน่นอน เนื่องเพราะค่าจ้างแรงงานยังไม่สูง คล้ายๆ กับในช่วงที่จีนหรือเมียนมาเปิดประเทศ ซึ่งบรรดานักลงทุน ต่างก็อยากจะเข้าไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเนื้อหาจะไปไกลถึงขั้นประกาศรวมประเทศหรือไม่&amp;nbsp; มองว่าประเด็นนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะตอนนี้ประชากรทั้งสองประเทศต่างก็มองกันเป็นคนละประเทศอยู่แล้ว การรวมกันน่าจะเพิ่มความซับซ้อนมากกว่า และคงต้องใช้เวลาในการปรับตัว เรียนรู้กันค่อนข้างนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ย้อนกลับมาตั้งสมมติฐานว่า นานาชาติประกาศเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแล้ว ทิศทางจะไปอย่างไร เชื่อว่าไทยเองก็คงจะไม่พลาดตลาดนี้เช่นกัน เพราะที่ผ่านมาไทยกับเกาหลีเหนือก็มีการค้าขายระหว่างกันมานานแล้ว และไทยเราก็ได้ดุลการค้าโดยตลอด โดยมูลค่าที่เคยเพิ่มสูงสุด คือ ในปี 2557 ที่มียอดส่งออกไปเกาหลีเหนือราวๆ 3,450 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมและส่งออกไป (ข้อมูลปี 60) อาทิ เฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วน รองเท้า เตาอบไมโครเวฟ&amp;nbsp; ยาง และข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จากนั้นยอดขายตกลง เพราะต้องทำตามมติสหประชาชาติ แต่หากมีมติปลดล็อกลงเมื่อไหร่ ก็ถือเป็นโอกาสของสินค้าไทยอีกครั้ง ที่เราจะมีคู่ค้าใหม่ และถ้าจินตนาการถึงเขาเปิดประเทศรับการลงทุน ก็จะเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ สำหรับการลงทุนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี และยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อมีภาพที่ชื่นมื่นแบบนี้ เราก็ได้หวังมองไปในทิศทางที่เป็นบวก. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ข้าวสาลี, ชิ้นส่วน รองเท้า, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, ยาง, รุ่งเรืองเฟอร์นิเจอร์, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, อาหารสำเร็จรูป, อาเซียน, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, เตาอบไมโครเวฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
