<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันยายขายสาโท ปรับหมื่นตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สรรพสามิตบุรีรัมย์โต้ข่าวจับยายขายข้าวหมากปรับ 1 หมื่น ยันของกลางคือเหล้าสาโทผิดกฎหมาย จับปรับออกใบเสร็จเรียบร้อย อธิบดีสรรพสามิตชี้คนปล่อยข่าวเจตนาไม่ดี ต้องการทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเสียหาย เพจไทยคู่ฟ้าเตือนก่อนแชร์ ขอให้ตรวจสอบรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมนี้ นายนพรัตน์ จรรยาวรางกูร สรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองบุรีรัมย์ พร้อมนายทองเลื่อน เสาร์ทอง นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวว่าสรรพสามิตบุรีรัมย์จับหญิงขายข้าวหมาก เรียกค่าปรับถึง 1 หมื่นบาท ว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2561 สายตรวจสรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองบุรีรัมย์ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีการลักลอบนำสุราแช่ (สาโท) ใส่ถุงวางขายที่ตลาดนัดคลองถม สี่แยกกระสัง ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ จึงไปตรวจสอบ พบนางเสน่ห์ บ่วงรัมย์ อายุ 60 &amp;nbsp;ปี นั่งขายสุราแช่ (สาโท) โดยใส่ถุงพลาสติกรวม 11 ถุง ใส่รวมไว้ในถัง จึงแจ้งข้อหามีสุราแช่ (สาโท) ที่ผลิตขึ้นโดยฝ่าฝืน มาตรา 153 วรรคหนึ่ง ไว้ในความครอบครอง พร้อมกับนำของกลางและนางเสน่ห์มาเปรียบเทียบปรับที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์ อัตราโทษ ของกลางตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไป ปรับ 10,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพรัตน์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับกุมคนขายข้าวหมากตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด แต่เป็นการจับกุมผู้ครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นโดยผิดกฎหมาย และมีใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพสามิตออกให้กับผู้ถูกกล่าวหาเก็บไว้ยืนยันความผิดตามจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงดังกล่าว สืบเนื่องจากเพจดังเพจหนึ่งได้โพสต์เรื่องนี้ และมีการแชร์กันต่อๆ ระบุว่า &amp;ldquo;ยายสุดช้ำ... ขายข้าวหมากห่อละ 5 บาท โดนสรรพสามิตจับปรับ 5 หมื่น!!&amp;quot; &amp;ldquo;ยายร้องโฮ! ถึงกับเข่าทรุด สรรพสามิตบุรีรัมย์รวบ ปรับ 5 หมื่น ทำข้าวหมากห่อละ 5 บ.ขายในตลาด&amp;rdquo; ซึ่งต่อมาลูกสาวยายได้ไปจ่ายค่าปรับ และมีการต่อรองค่าปรับลดลงเหลือ 1 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตได้รับแจ้งจากราษฎรว่า มีการจำหน่ายสุราแช่เพื่อดื่มกินที่ตลาดคลองถม สี่แยกไฟแดง ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบ และพบคุณยายดังกล่าวมีสุราแช่หรือสาโทบรรจุถุงพลาสติกขนาดถุงละ 1 ลิตร จำนวน 11 ถุง รวม 11 ลิตร จึงมีการจับกุมคุณยายพร้อมของกลางที่เป็นสุราสาโท ไม่ได้มีการจับกุมข้าวหมากดังที่เป็นข่าวแต่อย่างใด&amp;nbsp;เพราะกรมไม่มีอำนาจจับกุมได้ เนื่องจากข้าวหมากมิใช่สินค้าในพิกัดสินค้าสรรพสามิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมได้แจ้งข้อหามีไว้ครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตโดยฝ่าฝืนมาตรา 153 วรรค 1 มีโทษตาม ม.192 เป็นเงินค่าปรับจำนวน 1 หมื่นบาท ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะร้านคุณยายไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นโทษปรับในอัตราต่ำสุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้มอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมาโดยตลอดว่า ให้เข้าไปให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่ชาวบ้าน เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจถึงการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้านเลย อย่างไรก็ดี ประเด็นข่าวนี้น่าจะมีเจตนาที่ไม่ดีเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของหน่วยงานราชการและรัฐบาลได้รับความเสียหายในด้านลบ&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจ &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; ก็ได้เผยแพร่คำชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพสามิต ก่อนจะตบท้ายว่า &amp;quot;ดังนั้น ก่อนจะแชร์-เชื่อข่าวใด ขอให้ตรวจสอบอย่างรอบด้าน แล้วพิจารณาด้วยความรอบคอบนะครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหมาก, นางเสน่ห์ บ่วงรัมย์, มีการลักลอบนำสุราแช่, สรรพสามิตบุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์, เตือนก่อนแชร์, เหล้าสาโท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7574d2b993d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการกางข้อกฎหมายความแตกต่างระหว่าง&#039;แป้งข้าวหมาก-น้ำสาโท&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างน้ำข้าวหมากกับน้ำสาโทในข้อกฎหมายว่า น้ำข้าวหมากนั้นตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็มีขาย ไม่จัดอยู่ในประเภทเครื่องดื่มแอลกฮอล์ที่ให้เกิดความมึนเมาที่จะมีกฎหมายควบคุม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า แป้งข้าวหมากไม่ใช่หมายถึงเชื้อสุรา ตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 ส่วนสาโทคือเหล้าเถื่อนเหล้าต้มเองจึงเป็นความผิดตาม มาตรา 153 วรรคหนึ่ง มีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นโดยฝ่าฝืน อันเป็นความผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยากให้ประชาชนดูข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เพราะคุณยายแกแอบขายสุราที่ว่าจริงแล้วก็มีคนร้องเรียนไป เมื่อเจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้รับแจ้งก็ไปจับ เมื่อจับแล้วคุณยายรับสารภาพ เจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ ก็กระทำการตามกฎหมาย แต่ถ้าคุณยายปฏิเสธก็จะต้องทำสำนวนส่งฟ้องอัยการ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษแนวๆ ลหุโทษ หรือโทษไม่หนักไม่ใช่ความผิดร้ายแรงกฎหมายให้อำนาจเปรียบเทียบปรับได้ คือปรับแล้วก็จบคดีได้ไม่ต้องทำสำนวนส่งให้อัยการ เรื่องนี้จริงๆ แล้วผมมองว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตนั้นปฏิบัติตามหน้าที่ได้ถูกต้อง อยากให้สังคมและสื่อมวลชนพิเคราะห์ข้อเท็จจริงให้ดี จะได้ไม่ไปซ้ำรอยคดีตายายเก็บเห็ด ซึ่งภายหลังทุกคนก็ทราบกันจากคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วว่าไม่ใช่ตายายเก็บเห็ดถึงไปโดนจับ แต่เป็นเพราะกระทำอย่างอื่น แค่อายุก็ไม่ใช่ตายยายแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศลวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ตรงนี้ตนมองว่าคดีที่กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ปรับและจบคดีได้นั้น ก็จะมีปัญหาในเชิงที่ว่าอย่างคดีจราจร บางคนนั้นไม่ได้กระทำผิดกฎจราจร แต่เมื่อโดนเจ้าหน้าที่จับกุมก็จะเกิดความหวาดเกรงว่าจะต้องเสียประวัติโดยการตกเป็นผู้ต้องหาพิมพ์มือลงในทะเบียนประวัติอาชญากร เกิดกลัวว่าจะมีประวัติ และมีผลต่อการสมัครงานที่จะถูกมองได้ว่าเป็นคนไม่มีวินัยกระทำผิดบ่อย ถึงแม้ในคราหลังจะสู้คดีชนะก็ถูกมองว่ามีประวัติไม่เกลี้ยงเกลา ขณะเดียวกันคนที่กระทำผิดบ่อยเช่นกันหรือไม่ได้กระทำผิดแต่กลัวมีประวัติจึงยอมจ่ายค่าปรับบ่อย ตรงนี้ถือเป็นปัญหา ตนจึงอยากขอให้มีการแก้กฎหมายว่าต่อไปจะต้องให้ศาลตัดสินก่อนว่ามีความผิด ถึงจะมีการลงทะเบียนประวัติอาชญากร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหมาก, คุณยายขายข้าวหมาก, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, สุราแช่, อัยการ, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0b572a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
