<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียทำเงิน! แม่ค้าตลาดนัดพลิกวิกฤติโควิด ทำข้าวหลามในกะลามะพร้าว ขายบนเฟซบุ๊กสร้างรายได้งาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวพาไปที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;310 หมู่ 2&amp;nbsp;ตำบลมะต้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนางกัญญาณี ปาสเซรา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี พร้อมด้วยสามี นายสตีเว่น พอล ปาสเซรา อายุ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าของบ้านที่ยึดอาชีพเลี้ยงควาย ทำไร่ ทำนาตามวิถีชีวิตชนบท หันมาหารายได้เสริมจากการทำข้าวหลามมะพร้าวอ่อนในกะลามะพร้าวน้ำหอม โพสต์ขายทางออนไลน์ ได้เพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ด้วยรสชาติของข้าวหลามมะพร้าวน้ำหอม ที่อร่อย มัน&amp;nbsp;เข้มข้น ทำให้มียอดสั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดสายวันละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ฝา นอกจากนี้ยังแปรรูปน้ำมะพร้าว&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;บรรจุขวดขายเพียงขวดละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท และวุ้นน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ๆ ไม่ผสมน้ำเชื่อม ถ้วยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทเช่นกัน จากรายได้เสริมเป็นรายได้หลักของครอบครัวอีกทาง พร้อมจ้างลูกหลานมาช่วยวิ่งส่งของตามออเดอร์กลายเป็นอาชีพทำเงินของครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกัญญาณี เล่าให้ฟังว่าครอบครัวของเขาคุณพ่อเป็นอดีตตำรวจเกษียณอายุ คุณแม่อาชีพแม่ค้าตลาดนัด ขายปลาร้า ปลาส้ม ส่วนตัวเองก็ช่วยครอบครัวเลี้ยงควายกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตัว ระยะหลังตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้อาชีพขายของตลาดนัดของแม่ซบเซา จนโควิดระบาดรอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อช่วงปลายปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ตลาดนัดถูกปิด ทำให้แม่ขายของไม่ได้เลย แม่ก็เริ่มเครียด จนมาวันนึงที่บ้านเผาข้าวหลามกินกัน ตนลองเอาข้าวหลามใส่ในกะลามะพร้าวน้ำหอม ปรากฏว่า รสชาติอร่อย หอมกลิ่นมะพร้าวน้ำหอม แม่ก็เอาไปฝากเพื่อนบ้าน เพื่อนๆที่ขายของตลาดนัดด้วยกัน ทุกคนบอกอร่อยมาก อยากกินอีก อยากให้ทำขาย ตนก็เลยลองทำขายเมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนที่แล้ว แรกๆทำแค่วันละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ฝา ขายฝาละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท มีอยู่วันหนึ่งขายไม่หมด เหลือ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ฝา ตนเลยลองโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ปรากฏว่า มีออเดอร์สั่งเข้ามาเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง มากถึง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ฝา แม่ก็ดีใจที่มีช่องทางขาย ก็เริ่มทำขายเรื่อยมา เพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย วันละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ฝาเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกัญญาณี&amp;nbsp;บอกต่ออีกว่า ตั้งแต่วันนั้น ทางครอบครัวก็มาช่วยกันทำให้ทันออเดอร์ที่เข้ามา โดยจะเลือกวัตถุดิบที่สำคัญคือมะพร้าวน้ำหอม ก็ติดต่อสวนที่รู้จักให้มาลงที่บ้าน&amp;nbsp;เริ่มจากปอกมะพร้าว แยกน้ำมะพร้าวออกมา ขูดเนื้อมะพร้าวน้ำหอม น้ำมะพร้าวก็ทำวันต่อวันแพ็คใส่ขวดขาย ราคาเพียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท ขายดีเพราะเป็นน้ำมะพร้าวแท้&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ไม่ผสมน้ำเชื่อม ที่เหลือก็นำไปทำวุ้นมะพร้าวน้ำหอมแท้ๆ ไม่ใส่น้ำเชื่อมเช่นกัน ขายเพียงถ้วยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท เรียกได้ว่า ทุกส่วนของมะพร้าววัตถุดิบหลักสามารถนำมาแปรรูปเป็นเงินได้หมดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าวหลามของตนก็จะใช้วิธีการทำที่ใส่ใจทุกขั้นตอนเหมือนกับทำกินในครอบครัว เริ่มจากคัดข้าวเหนียวใหม่ มีทั้งข้าวเหนียวขาว และข้าวเหนียวลืมผัว(ข้าวเหนียวดำ) แช่น้ำทิ้งไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน เช้ามาก็นึ่ง จากนั้นก็ต้มถั่วดำ เผือก ถั่วลิสง คั้นน้ำกะทิรอ ทำข้าวเหนียวและถั่ว เผือก ถั่วลิสง มะพร้าวอ่อน มามูนน้ำกะทิ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงให้ข้าวเหนียวมูนจับตัวก็ตักใส่กะลามะพร้าวโดยจะใช้เนื้อมะพร้าวน้ำหอมรองพื้น ราดด้วย หัวกะทิ ตกแต่งด้วยใบเตย จากนั้นนำไปเข้าซึ้งนึ่งประมาณ&amp;nbsp;15-20&amp;nbsp;นาที นำออกมา อบด้วยเตาอบลมร้อนอีกประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาที เพื่อให้หน้ากะทิแตกมัน จัวตัวและแห้ง จากนั้นก็ใช้พลาสติกแรปปิดหน้าให้เรียบร้อย ก็แพ็คจัดส่งออเดอร์ได้เลย โดยสามารถนำเข้าตู้เย็น ได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน เวลาทานก็นำมาอุ่นนึ่ง หรือ เวฟ ก็จะได้รสชาติเหมือนเดิม หรือหากอยากเก็บนานกว่านั้น ก็สามารถใส่ช่องแช่แข็งได้เลย เวลาจะทานก็นำออกมาเวฟ มานึ่ง ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับใครที่สนใจอยากจะลิ้มรส ข้าวหลามมะพร้าวอ่อนในกะลามะพร้าว ขายเพียงฝาละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาทเท่านั้น ขายส่ง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ฝาขึ้นไปคิดราคาฝาละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท ส่วนในตัวเมืองพิษณุโลก สามารถส่งได้ขั้นต่ำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฝา&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท หรือจะอุดหนุน น้ำมะพร้าวแท้ๆ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;หรือ วุ้นมะพร้าวน้ำหอมที่ใช้น้ำมะพร้าวล้วนทำไม่ผสมน้ำเชื่อม ในราคาเพียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาทก็สามารถสั่งได้ที่&amp;nbsp;Facebook : Azumi Jeab&amp;nbsp;หรือโทรสั่งทางหมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;081-156-2656&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91668</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหลาม, จังหวัดพิษณุโลก, มะพร้าวน้ำหอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017cff9e660a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้าวหลามสูตรเขมรโบราณ อร่อยเด็ดโดนใจรายได้สุดปังวันละ2พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้คนกล่าวขานจากปากต่อปากถึงข้าวหลามอร่อยเด็ดสูตรเขมรโบราณและมีราคาถูก ยังคงกระบวนการผลิตและเน้นรสชาติดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย โดยขายในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เจ้าเดียวใน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ทำเองขายเองอยู่ที่บ้านกะเพอโร ต.ตาวัง อ.บัวเชด ส่วนพ่อค้าแม่เจ้าอื่นๆรับมาขายต่อจนหมดเกลี้ยงทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บ้านดังกล่าวมีนายบุญทัน ดวงดาว และนางบัวลอย ดวงดาว สองสามีภรรยา&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ กำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำข้าวหลามสูตรเขมรโบราณตั้งแต่การตัดไม้ไผ่ทำเป็นบั้ง ขูดมะพร้าว ปรุงรสหมักข้าวเหนียว จนถึงขั้นตอนสุดท้ายเผาข้าวหลาม ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญทัน อายุ 42 ปี กล่าวว่า ตนและภรรยาทำข้าวหลามตระเวนขายไปเรื่อยๆมานานหลายปีแล้ว ตอนนี้มีลูก 3 คน เดิมมีอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่ไม่ค่อยได้ผลผลิตมากนัก หลังเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ก็คิดหาทางสร้างรายได้เพิ่ม&amp;nbsp; 


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp;ด้วยการขายกับข้าวเคลื่อนที่โดยใช้มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะ เช่น กับข้าว&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&amp;nbsp; ของหวาน ผักต่างๆขนมจีนน้ำยา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเด่นคือ ข้าวหลามสูตรโบราณรสเด็ดเริ่มต้นกระบอกละ 15-35 บาท ซึ่งมีรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมจากใบเตยและกะทิที่ได้มะพร้าวมาจากต้นในสวนของตนเอง เพิ่มความอร่อยด้วยถั่วดำและมะพร้าวฝอยโรยหน้า ราคากระบอกละ 15 บาท ก็อิ่มอร่อยได้แล้ว สร้างรายได้เฉลี่ย 2,000 บาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ขายกระบอกละ 15 บาทคนที่มีรายได้น้อยก็สามารถซื้อกินได้ ส่วนใหญ่ขายดีเกือบทุกวันโดยเฉพาะงานกิจกรรมในชุมชนจะขายดีเป็นพิเศษ ชีวิตไม่ต้องการอะไรมาก พออยู่พอใช้มีเหลือค่อยแบ่งปัน มีความสุขในอาชีพที่เราทำก็พอแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหลาม, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bf17ea7a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
