<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อชาวนาก้าวสู่ โลกโซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้เรียนรู้การใช้ &amp;quot;เคียว&amp;quot; เกี่ยวข้าวจากพี่ๆ น้องๆ ชาวนาที่โคกสะอาด &amp;nbsp;สกลนคร ได้ตั้งวงเสวนาอย่างสนุกสนานและได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมชื่นชมอย่างยิ่งคือ การรวมตัวของคนชุมชนในการสร้างเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมจนปลดหนี้สินได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ก็ใช้ social media ทำการตลาด &amp;quot;ข้าวหอมดอกฮัง&amp;quot; ที่กำหนดราคาเองได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ กำหนดราคาได้เองจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะชุมชนนี้ไม่ได้หวังพึ่งการขายข้าวที่ต้องผ่านโรงสีและคนกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่เพาะพันธุ์ข้าวท้องถิ่นที่มีคุณค่าเพื่อขาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังแปรรูปข้าวเป็นสินค้าอื่นๆ เช่น สบู่, แชมพู และเครื่องสำอางที่ได้ราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างความตระหนัก การตลาด และรับสั่งสินค้าจากผู้บริโภคทั่วประเทศได้ ก็ยิ่งสร้างอาชีพใหม่ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีมีส่วนช่วยยกระดับวิถีชีวิตของคนชนบทได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวนาที่นี่บอกว่า &amp;quot;เราไม่ต้องให้รัฐบาลประกันราคาข้าว เราไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากทางการ &amp;nbsp;เราเพียงขอโอกาสที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชนของเราเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่ชาวนาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลง ร่วมกันอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวกว่า 300 &amp;nbsp;ชนิดที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านโภชนาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นพันธุ์ข้าวที่แก้โรคต่างๆ ได้ โดยขายพันธุ์ข้าวแทนที่จะขายข้าวผ่านโรงสีและพ่อค้าคนกลางแบบเดิมๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการสร้างองค์กรที่ให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคทั่วประเทศได้ว่า เป็นเกษตรอินทรีย์ ปลอดภัย &amp;nbsp;กลิ่นหอม อร่อย และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนในชุมชนนี้ ทำให้ผมเชื่อว่าวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;การใช้งานวิจัยผสมกับภูมิปัญญาชาวบ้าน การแบ่งปันและเอื้ออาทรต่อกันจะเป็นแม่แบบสำหรับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนทั่วประเทศได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิสูจน์ด้วยความจริงที่ว่าโควิด-19 ไม่มีผลกระทบทางลบต่อชุมชนนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรงกันข้ามเรากลับขายข้าวได้มากขึ้น เพราะคนในเมืองต้องการอาหารที่มีคุณภาพดีๆ มากกว่าปกติ ชุมชนเรามีอาหารการกินจากผืนนาและป่าธรรมชาติตามปกติ และคนหนุ่มสาวกลับจากเมืองมาสร้างวิถีชีวิตแบบใกล้ธรรมชาติมากขึ้นอีก&amp;quot; ผู้นำชุมชนคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังอย่างภาคภูมิใจ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกชุมชนหนึ่งที่มีความริเริ่มที่น่าชื่นชมในจังหวัดเดียวกัน คือคนรุ่นใหม่ที่ตั้งเป็นกลุ่ม &amp;quot;อาสาสอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรียกกิจกรรมนี้ว่าเป็นการ &amp;quot;คืนบัณฑิตให้ชุมชน&amp;quot; โดยไม่ต้องรอวันจบการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการนำเสนอความร่วมมือและรูปธรรมการจัดการตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และบริการชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมของสถาบันการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ชุมชน ผ่านกิจกรรมอาสาสอนของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะพวกเขาและเธอมองเห็นโอกาสในวิกฤติ จากช่วงสถานการณ์โควิด-19 อันทำให้เกิดประเด็นนักศึกษาขาดรายได้ นักเรียนในชุมชนก็ไม่ได้ไปโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองปัจจัยนี้มารวมกัน และแม้จะเปิดเทอมไปเรียนได้ตามปกติแล้ว แต่การทำกิจกรรมช่วงปิดเทอมเป็นต้นทุนให้น้องๆ นักศึกษาเห็นคุณค่าตัวเองที่มีต่อชุมชนและยังทำกิจกรรมต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นความพยายามช่วยกันแก้ไขปัญหาที่ชุมชนต้องเผชิญในสภาวการณ์การเรียนการสอนออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนักศึกษาจะเป็นผู้คอยจัดกระบวนการเรียนการสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งเอื้ออำนวยให้เด็กๆ ในชุมชนสามารถเผชิญหน้ากับการเรียนการสอนออนไลน์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กิจกรรม &amp;quot;อาสาสอน&amp;quot; ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ยังพยายามสร้างพื้นที่ทางสังคมที่ไปไกลกว่าการเรียนการสอนออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความเชื่อว่าพื้นที่การรวมกลุ่มเล็กๆ เช่นนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่ต้องเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยทำให้ชุมชนมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ขณะที่โรงเรียนปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามใน &amp;quot;ฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน&amp;quot; ทุกวันเสาร์ 17.30 น. ทาง Thai PBS.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82317</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ข้าวหอมดอกฮัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
