<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี ฮ่องกงอนุมัติการจดทะเบียนรับรองข้าวหอมมะลิไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้อนุมัติการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยเป็นภาษาจีนกวางตุ้งแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยเป็นภาษาจีนกวางตุ้งในฮ่องกงเพิ่มเติม เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าวหอมมะลิไทย และประชาสัมพันธ์สินค้าข้าวหอมมะลิไทยที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การได้รับอนุมัติการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยเป็นภาษาจีนกวางตุ้ง จะช่วยในการส่งเสริมต่อยอดด้านการตลาดสินค้าข้าวหอมมะลิไทยในฮ่องกง โดยคาดว่าจะสร้างแรงกระตุ้นทางการตลาดและสร้างการรับรู้ความเชื่อมั่นและมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวฮ่องกงว่าสินค้าข้าวหอมมะลิไทยภายใต้บรรจุภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยประทับอยู่ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐาน และเป็นสินค้าข้าวหอมมะลิไทยที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มั่นใจว่าจะเกิดการขยายตัวของการบริโภคข้าวหอมมะลิไทยในตลาดฮ่องกง เพราะเดิมข้าวหอมมะลิไทยจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าพรีเมียม และชาวฮ่องกงนิยมบริโภคอยู่แล้ว และที่ผ่านมา เป็นสินค้าที่ครองตลาดผู้บริโภคในฮ่องกงเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด แต่จากความนิยมดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหาการลอกเลียนแบบสินค้าไทย และการปลอมปนสินค้าข้าวหอมมะลิไทย การมีเครื่องหมายรับรองไปติด จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อการส่งออกเพิ่มขึ้นด้วย&amp;rdquo;นายกีรติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในสถานการณ์ตลาดปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างแรงกระตุ้นทางการตลาดให้เกิดปรากฏการณ์ซื้อสินค้าด้วยความตื่นตระหนก (Panic Buying) โดยในตลาดฮ่องกงก็เกิดผลกระทบเช่นเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคซื้อข้าวเพื่อกักตุนเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสสำหรับข้าวหอมมะลิไทย ที่จะจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปี 2564 กรมการค้าต่างประเทศกำหนดเป้าหมายการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย 1.52 ล้านต้น เพิ่มขึ้น 4.8% โดยตลาดส่งออกสำคัญตลาดหนึ่ง คือ ฮ่องกง และข้อมูลระหว่างปี 2561-63 ฮ่องกงมีการนำเข้าข้าวหอมมะลิไทยแต่ละปีมากกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทต่อปี และในเดือนม.ค.2564 ที่ผ่านมา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ฮ่องกงมีการนำเข้าข้าวหอมมะลิไทยเพิ่มขึ้นถึง 3 พันตัน เป็นมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 30 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวหอมมะลิไทย, สร้างความเชื่อมั่น, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d0327a5314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นข้าวมะกันเบียดหอมมะลิไทย&quot;พาณิชย์&quot;เร่งเตรียมแผนรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เตรียมรับมือข้าวหอมพันธุ์ใหม่ของสหรัฐฯ หลังพบเตรียมนำออกมาทดลองตลาด มั่นใจข้าวหอมมะลิไทยยังคงได้รับความนิยม พร้อมเดินหน้าโปรโมตและขยายตลาดเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่ในสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;02 ส.ค. 61- น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐฯ พัฒนาข้าวหอมสายพันธุ์ใหม่ 3 สายพันธุ์และอาจจะเป็นคู่แข่งของไทยในตลาดสหรัฐฯ ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายข้าวในสหรัฐฯ แล้ว ได้รับทราบว่ามีเพียงสายพันธุ์เดียวที่สหรัฐฯ นำมาทดลองตลาด แต่ข้าวดังกล่าวยังไม่เป็นที่รู้จักและวางจำหน่ายในตลาดทั่วไป ซึ่งต้องจับตาดูว่าจะมีผลยังไง ตลาดยอมรับหรือไม่ ซึ่งระยะสั้น ไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกข้าวหอมมะลิของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ มีแผนจะร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของข้าวหอมมะลิไทย และพัฒนาและข้าวหอมและข้าวพื้นนิ่มสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก รวมทั้งจะร่วมมือกับภาคเอกชน ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิไทยในตลาดสหรัฐฯ เพื่อรักษาตลาด และจะเร่งขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ โดยจะประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดอเมริกาเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังจะเร่งขยายตลาดข้าวชนิดใหม่ๆ ในตลาดสหรัฐฯ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าว กข 43 โดยข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปัจจุบันเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นแล้ว และกำลังทำแผนประชาสัมพันธ์ข้าว กข 43 ที่เป็นข้าวชนิดใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ โดยหลังจากไปเปิดตัวที่สหรัฐฯ ขณะนี้มีผู้ติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อขอทราบคุณสมบัติของข้าว ผลการวิจัย และขอตัวอย่างข้าว ซึ่งมั่นใจว่าจะเปิดตลาดข้าว กข 43 ในสหรัฐฯ ได้แน่นอน ส่วนตลาดแคนาดา ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน และมีแผนที่จะไปโปรโมตต่อที่ออสเตรเลีย จีน สิงคโปร์ และฮ่องกงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวหอมมะลิ, ข้าวหอมมะลิไทย, ชุติมา บุณยประภัศร, พาณิชย์, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
