<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าดรามา!ชาวนาบุรีรัมย์วอนกรณีนำข้าวเปลือกตากตามถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;ชาวนาหลายหมู่บ้านใน ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ยังคงนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวเสร็จออกมาตากตามถนนคอนกรีตในหมู่บ้านเป็นทางยาวเกือบทุกซอย เพื่อลดความชื้นก่อนนำข้าวยุ้งฉาง หรือไปขายตามโรงสี &amp;nbsp;โดยชาวบ้านให้เหตุผลว่า ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาตากตามถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน เนื่องจากลานปูนตามวัด โรงเรียน หรือศาลากลางหมู่บ้านไม่เพียงพอ มีชาวนานำข้าวเปลือกไปตากเต็มหมดแล้ว และยังรอคิวอีกหลายคน เนื่องจากปีนี้นาข้าวถูกเอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้างทำให้รวงข้าวเปียกชื้น หากเก็บเกี่ยวแล้วไม่รีบตากให้แห้งข้าวก็จะงอก หรือเมล็ดหักเสียหาย ประกอบกับข้าวแก่สุกเต็มที่แล้วจึงเก็บเกี่ยวพร้อมกันจำนวนมาก &amp;nbsp;ทำให้ลานตากไม่เพียงพอ ก็อยากจะวอนผู้สัญจรไปมาเห็นใจและอย่าไปโพสต์ดรามา เพราะปีหนึ่งทำนาแค่ครั้งเดียว แต่กว่าจะได้ผลผลิตต้องเจอทั้งน้ำท่วมฝนแล้ง ซ้ำยังมาเจอราคาข้าวตกต่ำซ้ำเติมอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุพงษ์ &amp;nbsp;ยิงรัมย์ อายุ 30 ปี ชาวนาบ้านพลับ ต.สะแก &amp;nbsp;อ.สตึก บอกว่า สาเหตุที่ต้องนำข้าวเปลือกมาตากตามถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน &amp;nbsp;เพราะลานปูนตามวัด &amp;nbsp;โรงเรียน หรือศาลากลางหมู่บ้านเต็ม ทำให้ไม่มีที่ตาก จึงจำเป็นต้องนำข้าวเปลือกออกมาตากตามถนน ก็เห็นใจผู้ที่สัญจรแต่ไม่รู้จะไปตากที่ไหน ก็อยากวอนให้ผู้สัญจรไปมาเห็นใจ เพราะหากมีที่ตากและอย่าต่อว่าเลย เพราะปีหนึ่งก็ทำนาแค่ครั้งเดียวและใช้เวลาตากเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่หากไม่อยากให้นำออกมาตากตามถนน ภาครัฐก็ควรจะจัดหาสถานที่ตากที่เป็นลานปูนซีเมนต์ให้เพียงพอ จะได้ไม่ต้องนำมาตากตามถนนแบบนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเปลือก, ชาวนา, ถนนคอนกรีต, บุรีรัมย์, สตึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab5506768b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!คกก.กฤษฎีกาแจงยิบปมหักกลบลบหนี้ตามสัญญาตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - นายนพดล &amp;nbsp;เภรีฤกษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปัญหาขององค์การคลังสินค้าเกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้ตามสัญญา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวกรณี องค์การคลังสินค้า ได้ชี้แจงข่าวว่า ขอหารือปัญหาเกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้ในสัญญา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ระหว่างองค์การคลังสินค้าและผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยได้หารือมาที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และยังไม่ได้มีการตีความในเรื่องนี้ชัดเจน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า องค์การคลังสินค้าได้มีหนังสือขอหารือเรื่องดังกล่าวมายังสำนักงานฯ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ และสำนักงานฯ ได้พิจารณาแล้วปรากฏว่า ข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ตามข้อ ๙ (๑) แห่งระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการรับปรึกษาให้ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้กำหนดไว้ว่า กรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล สำนักงานฯ จึงไม่อาจรับข้อหารือดังกล่าวไว้พิจารณาได้ โดยได้มีหนังสือตอบกลับไปยังองค์การคลังสินค้า เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ ดังนั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือ สำนักงานฯ ไม่ได้มีการตีความในเรื่องนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, ข้าวเปลือก, คลังสินค้า, นพดล  เภรีฤกษ์, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0ce0d340ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2018 06:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 06:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนแย่งประมูลข้าวรัฐ ให้ราคาหอมมะลิพุ่ง 2.2 หมื่นบาท/ตัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชน 9 ราย เหมาซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐ 4.37 หมื่นตัน แย่งให้ราคาสูงสุดโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิพุ่ง 2.2 หมื่นบาท/ตัน เตรียมชงประธานนบข.เคาะขายทั้งหมดสิ้นเดือนพ.ค.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ &amp;nbsp;โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปครั้งที่ 1/2561 ปริมาณ 4.37 หมื่นตัน พบว่ามีผู้ผ่านคุณสมบัติ 43 ราย และยื่นซองเสนอราคาทั้งหมด 35 ราย แต่เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดทั้งหมด 9 ราย ยื่นซื้อข้าวใน 20 คลัง รวมปริมาณทั้งหมด 4.37 หมื่นตัน คิดเป็น 100% ของปริมาณที่เปิดประมูลทั้งหมด มีมูลค่าเสนอซื้อรวม 534.08 ล้านบาท หรือช่วงเสนอซื้อตั้งแต่ 6,000-2.2 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งชนิดข้าวที่เสนอซื้อมากสุดคือ ข้าวขาว 5% ปริมาณ 2.45 หมื่นตัน รองลงมาคือ ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ปริมาณ 7,300 ตัน ที่เหลือเป็นข้าวหอมทั่วไปและข้าวชนิดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมจะนำผลสรุปการยื่นซองเสนอราคาสูงสุดทั้ง 9 ราย เข้าสู่ที่ประชุมคณะทำงานระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค. 2561 ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าวในวันที่ 28 พ.ค. 2561 หลังจากนั้นจะเสนอต่อประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติขายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 9 รายที่เสอนซื้อมาในราคาสูงสุด น่าจะอนุมัติขายทั้งหมด เพราะถือว่าให้ราคาดีมากเมื่อเทียบกับการประมูลข้าวเป็นการทั่วไปรอบที่แล้วเมื่อเดือนมี.ค. 2560 ซึ่งราคาที่เสนอซื้อข้าวสารหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ตอนนั้นอยู่ที่ราคา 8,800-1.02 หมื่นบาท/ตัน แต่ครั้งนี้เสนอซื้อราคาเฉลี่ย 1.80 หมื่นบาท/ตัน และมีการเสนอซื้อข้าวหอมมะลิที่ราคาสูงสุดถึง 2.2 หมื่นบาท/ตัน ส่วนข้าวขาว 5% ได้ราคาดีกว่ารอบก่อนเช่นกัน โดยรอบก่อนเสนอซื้อราคาเฉลี่ย 1 หมื่นบาท/ตัน รอบนี้เสนอซื้อเฉลี่ย 1.14 หมื่นบาท/ตัน&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าว
สำหรับ ราคาข้าวสารในตลาดปัจจุบันพบว่า ข้าวสารหอมมะลิ 100% ชั้น 2 อยู่ที่3.31 หมื่นบาท/ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 1.55-1.66 หมื่นบาท/ตัน ข้าวสารขาว 5% อยู่ที่ 1.29-1.3 หมื่นบาท/ตัน ข้าวเปลือกเจ้าราคา 8,000-8,200 บาท/ตัน ส่วนราคาส่งออกข้าวขาว 5% อยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ราคาส่งออกข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 อยู่ที่ 1,101 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 พ.ค. 2561 ไทยสามารถส่งออกข้าวได้แล้วปริมาณ 4.10 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 6.59 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83% คิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐมูลค่า 2,093 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22.75%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าวที่นำมาเปิดประมูลครั้งนี้ เป็นข้าวกลุ่ม 1 ที่คนสามารถบริโภคได้ ซึ่งเป็นล็อตสุดท้ายแล้ว แต่ต้องรอดูองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) สรุปผลข้าวอีกครั้งว่ามีปริมาณข้าวที่หลงเหลือจากการรับมอบหรือไม่ หากมีก็จะนำมาเปิดประมูลต่อไป&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรายชื่อผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดทั้ง 9 ราย ได้แก่ หจก.รุ่งเจริญพืชผล 2504 บจก.ธัญญไร้ซ์ (ไทยแลนด์) หจก.โรงสีทรัพย์แสงทอง 2550 บจก.ร่วมเจริญพัฒนาการข้าว บจก.กำแพงเพชร เอ็กซ์ปอร์ต หจก.สุวิทย์ ไรซ์มิลล์ บจก.วัฒนพร อินเตอร์โกลเด้นไรซ์ บจก.ครอบครัวข้าวสาร และบจก.ธนสรร ไรซ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, ข้าวขาว, ข้าวหอมมะลิ, ข้าวเปลือก, ประมูลข้าว, สต็อกรัฐบาล, อดุลย์  โชตินิสากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff610f4060f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศก.โวลั่นชีวิตชาวนาดีขึ้น ชี้ราคาข้าวเปลือกขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สศก.โวลั่นชีวิตชาวนาดีขึ้น หลังดัชนีราคาข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้น 15% &amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลิทะยาน 13,529 บาท ต่อตัน ชูผลงานการจัดการของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้ของเกษตรกรในกลุ่มสินค้าข้าว สศก. พบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าสินค้าอื่นๆ โดยดัชนีรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ในระยะ 4 เดือน ปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.2561) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย. 2560) 50.44% เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.61% และดัชนีราคาข้าวเปลือกปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.18% หากแยกตามชนิดของพันธ์ข้าวแล้ว รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกหอมมะลิ เพิ่มขึ้น 61.55% ส่วนรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้า เพิ่มขึ้น 35.35%&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายและมาตรการของภาครัฐที่มีออกมาเป็นระยะๆ และความพยายามที่จะบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้ได้ทั้งระบบเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการบริการจัดการสินค้าข้าว คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2560/61 แบ่งเป็น ด้านการผลิต การตลาดและการเงิน ซึ่งในระยะยาว ยังกำหนดแนวทางในการรักษาเสถียรภาพสินค้าข้าว ได้แก่ ดำเนินการแผนการผลิตและตลาดข้าวครบวงจรอย่างต่อเนื่อง ขยายการทำนาแบบแปลงใหญ่ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเป็นแปลงข้าวอินทรีย์ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงตลาดกับการผลิตล่วงหน้า ยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าว ลดการปลูกข้าวรอบ 2 ดึง Supply ส่วนเกินออกในช่วงผลผลิตออกมาก ผลักดันการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการแปรรูปข้าว และพัฒนาระบบ E-Agriculture เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้ช่วงเดือน มกราคม-พฤษภาคม 61 มีทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2560 โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ เฉลี่ยตันละ 13,529 บาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคาเฉลี่ยตันละ 9,207 บาท ส่วนราคาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% เฉลี่ยตันละ 7,785 บาท สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคาเฉลี่ยตันละ 7,514 บาท ทั้งนี้ ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปี 2560/61 ประกอบกับบางพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย ส่งผลให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิออกสู่ตลาดลดลง ในขณะที่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงมีความต้องการข้าวหอมมะลิอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวเจ้า, ข้าวเปลือก, ชาวนา, ราคาข้าว, วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข, สศก., สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aade491dc952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2018 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ยันข้าวถุงไม่ขึ้นราคาแต่เลิกโปรโมชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาณิชย์&amp;quot;ยันราคาข้าวหอมมะลิบรรจุถุงไม่ขึ้นราคา แต่ผู้ผลิตได้ยกเลิกการจัดโปรโมชั่นส่งผลให้ราคากลับมาอยู่ที่เดิม เหตุปริมาณข้าวเปลือลดลงจากเดิม 9 ล้านตันเหลือแค่ 7 ล้านตัน ทำให้เกิดการแย่งซื้อจนผลักดันราคาให้เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp;มี.ค. 61 - นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ผลิตถึงกรณีที่ข้าวถุงได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ผลิตข้าวถุงได้ยืนยันไม่ได้ปรับขึ้นราคาดังกล่าว แต่เป็นการยกเลิกราคาส่งเสริมการขาย หรือราคาโปรโมชั่น &amp;nbsp;โดยราคาข้าวถุงหอมมะลิในตลาดปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ราคาถุงละ (5 กก.) 220-300 บาทต่อถุง ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้าวที่จำหน่าย โดยราคา 300 บาทต่อถุง อาจเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ที่ราคาจำหน่ายจะสูงกว่าข้าวหอมมะลิปกติ ส่วนที่ข้าวถุงหอมมะลิที่จำหน่ายต่ำกว่า 200 บาทต่อถุง เป็นราคาจัดโปรโมชั่นของผู้ประกอบการแต่ละแบรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยอมรับว่าราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นมากถึงตันละ 1.5-1.7 หมื่นบาท เนื่องจากมีปริมาณข้าวหอมมะลิเข้าสู่ตลาดน้อย จากเดิมคาดว่าจะมีผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ 9-10 ล้านตัน แต่ลดลงเหลือแค่ 7 ล้านตัน ทำให้เกิดภาวะตึงตัวและแย่งกันซื้อในตลาด ผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ประกอบกับตลาดข้าวถุงมีการแข่งขันสูง ทำให้ผู้ผลิตไม่ได้ทำการปรับขึ้นราคาข้าวถุง เพียงแต่มีการยกเลิกโปรโมชั่นเท่านั้น&amp;quot;นายบุณยฤทธิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากผู้ผลิตข้าวถุงจะมีการปรับขึ้นราคาข้าวถุงจริง การปรับขึ้นราคาจะต้องสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต เป็นราคาที่เหมาะสม โดยจะมาอ้างถึงค่าแรงงานทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวถุงปรับสูงขึ้นไม่ได้ เพราะผลศึกษาพบว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าเพียงเล็กน้อย ซึ่งกรมฯ จะติดตามสถานการณ์ราคาข้าวถุงในตลาดอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ข้าวถุง, ข้าวเปลือก, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, หมอมะลิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a97d9c94d51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
