<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่กลัวเจ๊ง! ขอให้เด็กกินอิ่มพอ แม่ค้าหมูปิ้งตรึงราคาข้าวเหนียว 5 บาทอัดแน่นถุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ราคาข้าวเหนียวพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยและผู้บริโภคที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายแพงขึ้น ล่าสุดราคาข้าวเหนียวขายปลีกตามท้องตลาดพุ่งแบบฉุดไม่อยู่จากเดิมกิโลกรัมละ 25 - 30 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 40-50 บาท แล้ว&amp;nbsp;ปรากฏว่าแม้ราคาข้าวเหนียวจะแพงขึ้นเกือบเท่าตัว จนแม่ค้าขายปลีกแห่กันขึ้นราคาข้าวเหนียวนึ่งจากเดิมขายถุงละ 5 บาท ก็ขายในราคาต่ำสุดที่ถุงละ 7 บาทขึ้นไป แต่ยังมีสองคนผัวเมียที่ยึดอาชีพขายข้าวเหนียวหมูปิ้งมากว่า 15 ปี อยู่บริเวณริมถนนปิยะ หน้าโรงเรียนปิยะมหาราชาลัย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ยังคงขายข้าวเหนียวในราคาถุงละ 5 บาทเหมือนเดิม และไม่ยอมลดปริมาณลงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ตรงหน้าบ้านเลขที่ 11 ถนนปิยะ พบสองสามีภรรยาช่วยกันขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง โดยมีทั้งครู นักเรียน และบุคคลทั่วไป เข้าคิวซื้อกันจนแน่น โดยสามีชื่อนายงอทอง เจริญไทย อายุ 53 ปี ทำหน้าที่ปิ้งหมู&amp;nbsp;ขณะที่ภรรยาคือนางกนกพร ปัสสาสัย หรือนักเรียนเรียกติดปากว่าเจ๊ไร อายุ 50 ปี ยืนขายข้าวเหนียว หมูปิ้งและไก่ทอดจนมือเป็นระวิง เมื่อสอบถามนักเรียนก็ตอบว่า ราคาข้าวเหนียวที่ร้านนี้เท่าเดิม แถมไม่ลดปริมาณลง บางครั้งเจ๊ไรเห็นว่ามากันหลายคน แต่ซื้อเพียงไม่กี่ถุง กลัวจะกินไม่อิ่มกันจึงเพิ่มข้าวเหนียวให้ก็บ่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางกนกพร&amp;nbsp;เผยว่ายึดอาชีพขายข้าวเหนียวหมูปิ้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ส่งลูกเรียนจบปริญญาหมดทุกคน ทุกๆวันจะต้องเตรียมวัตถุดิบเช่นเนื้อหมู เนื้อไก่ เสียบไม้แช่ตู้เย็นไว้ กว่าจะเสียบเสร็จเกือบเที่ยงคืน ส่วนข้าวเหนียวแช่ไว้ค้างคืน และต้องตื่นแต่ตี 5 เพื่อมาเตรียมของขายตอนหกโมงเช้า จะหมดประมาณ 08.30 น. ปัจจุบันต้องเสียบหมูปิ้งวันละ 14 กก. ไก่ 8 กก. ข้าวเหนียววันละ 24 กก. ก่อนหน้านี้ ราคาข้าวสารเหนียวกิโลกรัมละ 20 บาท และขยับมากิโลกรัมละ 28 บาท กระทั่งล่าสุดสูงถึงกิโลกรัมละ 45-50 บาท ถึงแม้ราคาข้าวสารเหนียวจะสูง ตนเห็นว่ายังพออยู่ได้จึงไม่ยอมขึ้นราคา และไม่ลดปริมาณลง เพราะอยากให้เด็กๆกินอิ่ม ตนเข้าใจของหัวอกของผู้ปกครองดี จึงไม่ขึ้นราคาหรือลดปริมาณลงเหมือนที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลูกค้าบางคนซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งตน ตั้งแต่เรียนมัธยม กระทั่งไปต่อจนจบปริญญา ก็ยังแวะเวียนมาซื้อสม่ำเสมอ&amp;rdquo;เจ๊ไรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ เจ้าของโรงสีข้าวเทียมศักดิ์ นักธุรกิจส่งออกข้าวรายใหญ่สุดของจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่าเดิมข้าวสารเหนียว 1 กระสอบ ปริมาณ 49 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 1,200 บาท กลางปี 2562 ราคาข้าวสารเหนียวพุ่งสูงถึงกระสอบละ 2,170 บาท เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สาเหตุจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จะปลูกข้าวเหนียวไว้เฉพาะกินหากเหลือก็จะแบ่งขาย ส่วนข้าวหอมมะลิจะปลูกเพื่อขายอย่างเดียว แต่ปี 2561 เกิดอุทกภัยกระจายเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้นาข้าวเสียหายจำนวนมาก และชาวนาเห็นว่าปี 2562 จะมีภัยแล้งจึงเก็บข้าวสารเหนียวไว้ในยุ้งฉาง โดยไม่ยอมนำออกมาขายเหมือนเช่นทุกปี จึงทำให้ข้าวเหนียวในท้องตลาดขาดแคลน ราคาจึงสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่อีกประมาณอย่างช้าไม่เกิน 1 เดือน ข้าวเหนียวใหม่จะออกสู่ตลาด ราคาก็จะกลับเป็นปกติ ประกอบกับมีชาวนาเริ่มทยอยนำข้าวสารเหนียวจากยุ้งมาออกขาย ราคาจึงค่อยๆลดลงตามลำดับ&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเหนียวแพง, จ.นครพนม, ราคาข้าวเหนียว, ร้านหมูปิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79b7ee0c7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งพณ.แก้ข้าวเหนียวแพง คนส่วนน้อยกดเงินซื้อเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ สั่งพาณิชย์เร่งแก้ข้าวเหนียวแพง เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เช็กสต๊อกข้าวทั่วประเทศ ลุยตรวจสอบกักตุน-โก่งราคา ขู่พบผิดเล่นงานหนักคุก 7 ปี ค้าภายในนัดถกโรงสี-ผู้ค้า-ห้างทำข้าวเหนียวถุงราคาถูกขาย ปชช. คลังแจงแค่คนจนส่วนน้อยกดเงินซื้อเหล้าบุหรี่ &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ท้า &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ออกทีวีโชว์กึ๋นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงราคาข้าวเหนียวที่สูงขึ้นว่า ได้คุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์แล้ว &amp;nbsp;วันนี้ราคาข้าวเหนียวอาจจะขึ้นด้วยหลายอย่าง ปริมาณข้าวเหนียวในสต๊อกต่างๆ ต้องไปดูสต็อกเก่าว่าอย่างไร เพราะเกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เช่นผู้ประกอบการที่มีรายได้น้อยซึ่งนำข้าวเหนียวมาทำเพื่อการอุปโภคบริโภค เมื่อแพงขึ้นจะทำอย่างไร ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ไปกวดขันแล้ว จะต้องรายงานสต๊อกในบรรดาโรงสี ในคลังข้าวสารต่างๆ เพราะบางทีเรามองว่าน่าจะราคาสูงขึ้นในระยะยาว พอมีมาตรการเข้าไปดูแลเรื่องข้าวจะกลายเป็นว่าผลประโยชน์ไปตกอยู่ที่ใครสักคน ดังนั้น รัฐบาลต้องดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้นายจุรินทร์ได้รับเรื่องไปแล้ว เราต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว ทราบว่าจะมีทั้งเรื่องตรวจสต๊อก และไปดูว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร โดยเฉพาะผู้ประกอบการขายอาหารการกิน ทุกอย่างจะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกครั้ง ไม่ต้องไปกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ และความเข้าใจ จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา รัฐบาลก็มีอำนาจ มีกฎระเบียบกติกา แต่มันต้องมีใครเดือดร้อน จึงต้องหามาตรการที่สมดุล ที่ทำได้และไม่มีผลกระทบในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน เพราะมีพระราชบัญญัติหลายตัว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์และฝ่ายกฎหมายของกรมการค้าภายใน ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวเหนียวแพงในขณะนี้ โดยสิ่งที่จะดำเนินการคือ การใช้ประกาศตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ฉบับที่ 150 ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอธิบดีกรมการค้าภายในจะดำเนินการออกหนังสือสั่งการให้ผู้ที่อยู่ในวงการค้าข้าวทั้งหมด ทั้งโรงสี ผู้ค้าส่ง และผู้ส่งออกรายงานสต๊อกข้าวเหนียวมาที่กรมการค้าภายใน ภายในวันที่ 27 ส.ค.นี้ สิ้นสุดเวลา &amp;nbsp;16.30 น. โดยแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถรายงานทางออนไลน์ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นกรมการค้าภายในจะดำเนินการต่อไป เพื่อตรวจสอบว่ามีการกักตุนข้าวเหนียวเพื่อปั่นราคาหรือไม่ และมีการจำหน่ายข้าวเหนียวราคาสูงเกินสมควรหรือไม่ โดยกรณีความผิดหากไม่รายงานสต๊อก หรือรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีการกักตุนหรือขายราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท &amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะเดียวกันได้มอบให้นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนผู้บริโภคข้าวเหนียว ขณะนี้ได้หารือกับอธิบดีกรมการค้าภายในแล้ว โดยจะรีบหารือกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาลู่ทางว่าจะทำข้าวเหนียวบรรจุถุงออกจำหน่ายในราคาพิเศษได้หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้จะเชิญโรงสี ผู้ค้าข้าวถุง และห้างสรรพสินค้ามาหารือ เพื่อพิจารณาการจัดทำข้าวเหนียวบรรจุถุงจำหน่ายประชาชนในราคาถูกกว่าตลาด ซึ่งเบื้องต้นมีเป้าหมายจะจัดทำขนาด 1, 3 และ 5 กิโลกรัม (กก.) แต่ต้องพิจารณาก่อนว่าขนาดไหนต้นทุนการผลิตถูกสุดถึงจะผลิตออกมาจำหน่าย โดยหากได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะใช้ข้าวจากที่ไหนมาผลิต ใครเป็นผู้บรรจุ และช่องทางการจำหน่ายทางไหนบ้าง เช่นผ่านร้านธงฟ้าหรือห้างค้าปลีก คาดว่าภายในต้นเดือน ก.ย.จะมีวางจำหน่าย โดยราคาน่าจะต่ำกว่า กก.ละ 50 บาท ทั้งนี้แนวโน้มราคาข้าวเหนียวจะยังทรงตัวในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ผลผลิตข้าวเหนียวปีการผลิต 2562/63 จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือน ต.ค.62 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประเด็นข่าวว่ามาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ส่งผลให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) นำไปซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น สุรา เบียร์ บุหรี่ ซึ่งกระทรวงการคลังขอชี้แจงว่า มาตรการช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของผู้มีบัตรสวัสดิการในช่วงภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้นการถอนเงินสดจากเครื่อง ATM เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เพิ่มความอิสระให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการใช้จ่ายได้ตามความจำเป็น อันจะช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพและส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังขอเรียนเพิ่มเติมว่า ตามที่สื่อนำเสนอข่าวข้างต้นเชื่อว่าเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยที่มีพฤติกรรมดังกล่าว และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ&amp;quot; นายลวรณกล่าวและว่า การกำหนดเกณฑ์การลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา กำหนดแนวทางการให้สวัสดิการที่เหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวตอบโต้กรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าคนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจว่า มาจากหลายสาเหตุจึงไม่ควรโยงกับการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ชาวนาผูกคอตายเพราะทุจริตจำนำข้าว &amp;nbsp;ส่วนที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นวิธีการเดิมที่ล้มเหลวมา 5 ปี ไหลเงินผ่านมือคนจนไปสู่นายทุนนั้น รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ ทำให้เศรษฐกิจหมุนหลายรอบ สามารถประคองเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบได้ เม็ดเงินไหลตรงถึงชาวบ้าน ไม่ได้เอื้อกลุ่มทุนเหมือนที่กล่าวหา จะไม่ทำเหมือนรัฐบาลในอดีตที่คุณหญิงรู้จักดี ที่มักทำอะไรเอื้อนายทุนและพวกพ้องจนเกิดปัญหาการทุจริตมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่ารู้เรื่องเศรษฐกิจดี ตนจะขอสัมภาษณ์ออกอากาศช่องไหนก็ได้ และจะส่งคำถามให้ก่อนด้วยเพื่อเตรียมตัว นอกจากนี้การที่ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความรู้และเข้าใจดีว่าในระยะยาวประเทศต้องมีการลงทุนเพื่อพัฒนา ดังนั้นจึงอยากถามว่า 5 ปีที่ผ่านมาทำไมการลงทุนไทยถึงได้หดหาย เศรษฐกิจไทยถึงได้ย่ำแย่ ขยายได้เพียง 2.3% เท่านั้น ที่น่ากังวลยิ่งไปอีกก็คือการที่นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล้าโม้ว่าจากมาตรการรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายได้ถึง 3.5% ซึ่งขอยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายอุตตมมั่นใจว่าสามารถทำได้อย่างที่พูด ควรจะรับผิดชอบด้วยตำแหน่ง ซึ่งหากยอมเดิมพันด้วยตำแหน่งประเทศไทยได้เปลี่ยน รมว.การคลังปลายปีนี้แน่นอน หรือแค่ประกาศไตรมาส 3 ก็คงจะรู้แล้วว่าไม่มีทาง ซึ่งหากนายอุตตมสามารถทำได้จริง ผมจะไม่วิจารณ์นายอุตตมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือคดีแบงก์กรุงไทย&amp;quot; นายพิชัยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเหนียวแพง, ตรวจสอบกักตุน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช็กสต๊อกข้าวทั่วประเทศ, โก่งราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63ec45097cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกฯ&#039;ห่วงข้าวเหนียวราคาแพงสั่ง&#039;พาณิชย์&#039;เร่งแก้ไขด่วน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับให้กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหาราคาข้าวเหนียวสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งขณะนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในควบคุมไม่ให้มีการกักตุนข้าวเหนียวเพื่อตรึงราคาตั้งแต่วันนี้ (26 ส.ค.62) เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม และให้หารือกับโรงสี ผู้ค้าข้าว และสหกรณ์ ผลิตข้าวเหนียวบรรจุถุงราคาพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะต้องวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะต่อไปด้วย เพราะสาเหตุหลักมาจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตออกมาน้อย แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายหลังผลผลิตฤดูกาลใหม่ออกมาช่วงเดือน ต.ค.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า นอกจากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นในระยะเร่งด่วนแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งผลักดันงานในความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดการลงทุนใช้จ่ายและแก้ปัญหาระยะยาว เช่น การใช้ยางภายในประเทศ การนำน้ำมันปาล์มไปผลิตกระแสไฟฟ้า การนำผลงานวิจัยไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม นโยบายเศรษฐกิจ BCG Model เป็นต้น เช่นเดียวกับปัญหาการจราจรติดขัดใน กทม. โดยเฉพาะบนทางด่วนและโทลล์เวย์ที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก โดยสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งหาทางแก้ไข พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งได้บรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอยู่แล้ว และทุกหน่วยงานก็ได้รับแนวทางขับเคลื่อนไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ข้าวเหนียวแพง, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63649635406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
