<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก’  เมนูดับร้อนเพื่อสุขภาพ ตำรับสวนสามพราน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อากาศร้อนๆแบบนี้ แต่ละคนก็มีวิธีเติมความสดชื่นให้กับร่างกายกันคนแบบ แต่ที่แน่ๆ หลายคนกำลังโหยหา &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; เมนูดับร้อนสุดคลาสสิกที่หากินได้ยาก หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเฉพาะช่วงซัมเมอร์เท่านั้น เพราะกว่าจะออกมาเป็นสำรับ ต้องอาศัยฝีมือ และผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อินจัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;หนึ่งในห้องอาหารไทยเก่าแก่เลื่องชื่อของสวนสามพราน ที่เปิดให้บริการ มานานกว่า 5 ทศวรรษ ร่วมต้อนรับช่วงเวลาดีๆแห่งปี ด้วยการมอบสุขภาพดีและเติมความสดชื่นให้กับผู้บริโภค เปิดสำรับ 2 เมนูสุดฮิตประจำฤดูร้อน &amp;rdquo;ข้าวแช่ออร์แกนิก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก&amp;rdquo; บรรจงคัดสรรวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพดี ปรุงอย่างพิถีพิถันตามสูตรต้นตำรับลับเฉพาะสวนสามพราน เริ่มเสิร์ฟให้ลิ้มรสกันแล้ว ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพิเศษที่แตกต่างของเมนูข้าวแช่ออร์แกนิก นอกจากคงเอกลักษณ์ความอร่อยแบบต้นตำรับ สวนสามพรานยังคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยวัตถุดิบที่นำมาปรุง ล้วนเป็นออร์แกนิกเกือบทั้งหมด อย่างข้าวที่ใช้เป็นข้าวหอมมะลิปลอดสารคุณภาพดี ส่งตรงจากเกษตรกรเครือข่าย สามพรานโมเดล จ.อำนาจเจริญ คุณลักษณะพิเศษให้กลิ่นหอม ไม่นุ่มหรือเหนียวจนเกินไปเมื่อนำไปทำข้าวแช่ยิ่งเพิ่มความหอมรัญจวนชวนให้รับประทานยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกขั้นตอนปรุงเน้นความ พิถีพิถัน สะอาด ปลอดภัย เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกข้าวสารนำไปหุงให้พอสุก นำข้าวมาขัดให้ใส จากนั้นนำไปนึ่งอีก 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปอบด้วยควันเทียนและดอกมะลิให้มีกลิ่นหอม เวลารับประทานให้นำน้ำที่อบควันเทียนและดอกมะลิใส่ในข้าว โรยด้วยกลีบกุหลาบมอญ และดอกมะลิไร้สารเคมีเจือปน เพิ่มความเย็นชื่นใจด้วยการเติมน้ำแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเครื่องเคียง มีพริกหยวกสอดไส้หมูสับปรุงรสนึ่งพอสุกห่อด้วยหรุ่ม หน้าตาสวยงาม รสชาติกลมกล่อม หัวไชโป๊วเคี่ยวให้เปื่อยแล้วผัดจนแห้ง นำไปปรุงรสให้ออกหวานกำลังดี ส่วนลูกกะปิต้องเลือกกะปิอย่างดี นำมาผสมกระชาย หอมแดง ตะไคร้ ปลากะพงย่าง คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหนียว จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมๆชุบไข่แล้วนำไปทอดจะได้ลูกกะปิที่มีรสชาติกลมกล่อมหอมน่ารับประทานนอกจากนี้ ยังมีหมูฝอยปรุงรส และหอมแดงทอด รับประทานแกล้มกับผักต่างๆ เช่น ใบมะม่วงเขียวเสวย ดอกกระชาย ต้นหอม ที่สำคัญทุกอย่างถูกบรรจงปรุงแต่งขึ้นอย่างประณีต และใส่ใจในทุกรายละเอียด วัตถุดิบต้องสดใหม่ การปรุง เน้นสะอาด ปลอดภัย และยังคงรสชาติอร่อยตามต้นตำหรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวแช่ออร์แกนิก นอกจากช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังให้คุณประโยชน์อีกมากมาย ทั้งในเรื่องของสุขภาพ และคุณค่าทางยาเชิงสมุนไพร ที่ย่อยง่ายสร้างความสมดุลภายในร่างกาย &amp;nbsp;ผิวพรรณชุ่มชื่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ เช่น ผิวแห้ง ปากแตก จากอาการร้อนในช่วยในเรื่องการขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก ที่สำคัญปลอดภัยต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่นิยมกินดับร้อน โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งในช่วงฤดูนี้ มะม่วงออกเยอะ มักนิยมกินกับข้าวเหนียวมูน ราดด้วยกะทิสด ได้รสชาติอร่อย หอมหวานมัน เย็นชื่นใจ อีกหนึ่งเมนูที่ช่วยดับร้อนได้ดีนักเชียว อีกทั้งมะม่วงยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อนนี้ต้องลอง ลิ้มรสข้าวแช่ออร์แกนิก และข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก ตำรับสวนสามพราน ณ &amp;nbsp;ห้องอาหารอินจัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-15.00 น. และช่วงเย็นวันเสาร์ เวลา 17.00-21.00 น. เฉพาะเทศกาลข้าวแช่ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม -30 มิถุนายน 2563 ในราคาเพียงชุดละ 200++ บาท และ ข้าวเหนี่ยวมะม่วงออร์แกนิก ชุดละ 90++ บาท เท่านั้น สนใจสำรองที่นั่ง 0-3432-2588-93&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวเหนียวมะม่วงออร์แกนิก, ข้าวแช่, ข้าวแช่ปลอดสารเคมี, ข้าวแช่ออร์แกนิก, ข้าวแช่อินทรีย์, สวนสามพราน, ห้องอาหารอิน-จัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69c17ba9c3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ข้าวแช่อินทรีย์’ เพื่อสุขภาพ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเดือนเมษายนจะได้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดทุกปีแล้ว ยังถือเป็นเดือนของเทศกาล &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; มนต์เสน่ห์อาหารพื้นบ้านของชาวมอญโบราณ เมนูคลายร้อนยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะห้องอาหาร ตามโรงแรม ห้างร้านต่างๆ ที่พากันรังสรรค์อาหารว่างชนิดนี้ ไว้บริการลูกค้าได้ลิ้มลองให้ชื่นฉ่ำใจกันตลอดทั้งเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับห้องอาหาร อิน-จัน ของโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม หนึ่งในห้องอาหารเก่าแก่ที่เลื่องชื่อ เปิดบริการให้กับลูกค้ามานานกว่า 50 ปี ก็ไม่พลาดเมนูนี้เช่นกัน ความพิเศษสำหรับปีนี้ เน้นข้าวแช่เพื่อสุขภาพ คัดเลือกวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ใช้ในการปรุง ส่วนรสชาติยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ อิน จัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา เมนูข้าวแช่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก อาจจะเป็นเพราะความพิเศษที่แตกต่าง ข้าวแช่ที่นี่ใช้ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ จากเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตยและวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นเครื่องเคียงส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้เมนูนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากคลายร้อนแล้วยังได้เรื่องสุขภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรรมวิธีการทำข้าวแช่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ รสชาติ และคุณภาพมาตรฐานด้วยคุณลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิ 105 ที่ให้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นใบเตย รสชาติอร่อย ไม่นุ่มหรือเหนี่ยวจนเกินไป เมื่อนำไปทำข้าวแช่ยิ่งเพิ่มความหอมรัญจวน ชวนให้รับประทานยิ่งนัก เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกข้าวสารนำไปหุงให้พอสุก นำข้าวมาขัดให้ใส จากนั้นนำไปนึ่งอีก 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปอบด้วยเทียนอบและดอกมะลิให้มีกลิ่นหอม เวลารับประทาน ให้นำน้ำ ที่อบควันเทียนและดอกมะลิใส่ในข้าว โรยด้วยกลีบกุหลาบมอญอินทรีย์ และยังเติมน้ำแข็งเพิ่มความชุ่มฉ่ำใจได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเครื่องเคียงปีนี้ทางโรงแรม ยังคงจัดให้เลือกลิ้มชิมรสอย่างหลากหลาย มีทั้ง พริกหยวกสอดไส้หมูสับและกุ้งสับที่ปรุงรสแล้ว นึ่งพอสุกห่อด้วยหรุ่มหน้าตาสวยงาม รสชาติกลมกล่อม หัวไชโป๊วผัดก็เลือกใช้หัวไชโป๊วอย่างดี เคี่ยวให้เปื่อยแล้วผัดจนแห้ง นำไปปรุงรสให้ออกหวานกำลังดี ส่วนลูกกะปินี่สำคัญ ต้องเลือกกะปิอย่างดี นำมาผสมกระชาย หอมแดง ตะไคร้ ปลากะพงย่างและคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหนียว จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมชุบไข่แล้วนำไปทอดจะได้ลูกกะปิที่รสชาติกลมกล่อมหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ยังมีหมูฝอยปรุงรสและปลาหวาน รับประทานแกล้มกับผักต่างๆ เช่น ใบมะม่วงเขียวเสวย ดอกกระชาย ต้นหอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญทุกอย่างถูกบรรจงปรุงแต่งขึ้นอย่างปราณีต ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรค์วัตถุดิบต้องสดใหม่ ขั้นตอนในการปรุงเน้น สะอาด ปลอดภัย และยังคงรสชาติอร่อยตามต้นตำรับสวนสามพราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณลักษณะพิเศษของ &amp;ldquo;ข้าวแช่อินทรีย์&amp;rdquo; นอกจากช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายได้ระดับหนึ่งแล้ว ข้าวแช่ยังให้ประโยชน์อีกมากโขทั้งในเรื่องของสุภาพและคุณค่าทางยาเชิงสมุนไพรที่ย่อยง่ายสร้างความสมดุลภายในร่างกาย ผิวพรรณชุ่มชื่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้เช่น ผิวแห้ง ปากแตกจากอาการร้อนใน ช่วยในเรื่องการขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก เป็นต้น ด้วยคุณประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง ร้อนนี้จึงไม่ควรพลาด ชวนมารับประทานข้าวแช่กันเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องอาหารอิน-จัน โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เปิดให้บริการมากว่า 50 ปีนอกจากเมนูพิเศษรับลมร้อนอย่าง &amp;ldquo;ข้าวแช่อินทรีย์ เพื่อสุขภาพ&amp;rdquo; แล้วยังมีอาหารไทยอีกหลากหลายเมนูที่อร่อยน่าลิ้มลองเช่นกัน เปิดบริการทุกวัน สนใจสอบถามรายละเอียดช่วงเวลาให้บริการและสำรองที่นั่งโทร.034-322-588-93&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแช่, ข้าวแช่ปลอดสารเคมี, ข้าวแช่อร่อย, ข้าวแช่อินทรีย์, นครปฐม, สามพรานโมเดล, ห้องอาหารอิน-จัน, อรุษ นวราช, อำเภอสามพราน, โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac37a0c7f05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรุงเมนูรับสงกรานต์ วิถีชีวิตไทยยุคตา-ยาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ประดิษฐ์ โปซิว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างความผูกพันกลมเกลียวทั้งผู้สูงอายุและลูกหลานเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับ &amp;ldquo;อาหารมงคลช่วงสงกรานต์&amp;rdquo; ที่ไม่เพียงช่วยให้คุณตาคุณยายอิ่มท้อง แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า อันที่จริงแล้วอาหารคาว-หวานยังเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานวัฒนธรรมในช่วงวันปีใหม่ไทย เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวสมาชิกในครอบครัวต้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และร่วมกันปรุงอาหารเพื่อรับประทานด้วยกัน ซึ่งนับเป็นประเพณีที่อบอุ่นและปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนานในช่วงสงกรานต์ ท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม &amp;ldquo;ประดิษฐ์ โปซิว&amp;rdquo; ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมนูอาหารคู่ประเพณีสงกรานต์ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ และนิยมบริโภคกันต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การที่เราจะพูดว่าอาหารในประเพณีสงกรานต์มันเชื่อมโยงกับวันปีใหม่ไทยของเราอย่างไรนั้น ก็ต้องเรียนว่าประเพณีดังกล่าวถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีกิจกรรมทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร และอยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งก่อนที่จะไปวัดนั้น ทุกบ้านต้องเตรียมอาหารใส่บาตรที่จะต้องทำเป็นพิเศษ นี่เองจึงเป็นตัวบอกว่าอาหารที่รับประทานคู่วันสงกรานต์เป็นสิ่งสะท้อนวัฒนธรรมไทยได้เช่นเดียวกับการแต่งชุดไทย หรือการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ จากการที่สมาชิกทุกคนร่วมใจช่วยกันปรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; อาหารคลายร้อนครบ 5 หมู่ ดีต่อสุขภาพผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ &amp;ldquo;เมนูข้าวแช่&amp;rdquo; ที่ค่อนข้างเหมาะกับผู้สูงอายุ เป็นอาหารคลายร้อน เหมาะกับช่วงหน้าร้อน และเครื่องเคียงต่างๆ ก็ค่อนข้างครบ 5 หมู่ ที่สำคัญเมื่อบริโภคแล้วย่อยง่าย ทั้งนี้ ประวัติของเมนูดังกล่าวเป็นอาหารของชาวมอญ โดยย้อนกลับไปช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ประเทศสยามได้รบกับชาวมอญ กระทั่งชนะและชาวมอญก็ได้มาอยู่ในประเทศไทย กระทั่งเมนูข้าวแช่ได้ถูกนำไปปรุงในวัง ซึ่งมีหลักฐานว่ารัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเมนูนี้ และก็มักจะเสวยในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากเป็นเมนูที่มีฤทธิ์เย็น กระทั่งข้าวแช่ได้แพร่ออกมานอกวัง และได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ในสมัยก่อนเมนูนี้จะไม่ใส่น้ำแข็งเหมือนในปัจจุบัน แต่เราจะนำน้ำลอยดอกมะลิใส่ลงในหม้อดินและทิ้งไว้ให้น้ำเย็นเอง จากนั้นก็ตักขึ้นมาราดลงบนข้าวสวย และกินกับเครื่องเคียงที่มีตั้งแต่ลูกกะปิหวาน, หัวไช้โป๊ผัด, เนื้อเค็ม, หมูเค็ม, ปลาแห้งต่างๆ, พริกชี้ฟ้า, แตงกวาสด ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;กะละแม&amp;rdquo; ขนมหวานที่นิยมรับประทานช่วงวันสงกรานต์ ที่ช่วยเติมความผูกพันปู่ย่าตายาย เนื่องจากต้องใช้เวลาและแรงจากลูกหลานที่มารวมตัวกันในวันดังกล่าว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเมนู &amp;ldquo;ขนม&amp;rdquo; ที่นิยมรับประทานในช่วงวันสงกรานต์อย่าง &amp;ldquo;กะละแม&amp;rdquo; เหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็นเมนูนี้ มันเริ่มตั้งแต่เป็นขนมที่ทำยาก เพราะต้องเคี่ยวในกระทะ ที่สำคัญทั้งร้อนและจำเป็นต้องใช้แรงคนจำนวนมาก ดังนั้นช่วงสงกรานต์ที่ลูกหลานมักอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการทำเมนูนี้รับประทาน และนับได้ว่าเป็นขนมหวานที่ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ แต่เนื่องจากมีความหวานสูง ดังนั้นผู้สูงอายุควรบริโภคแต่น้อย ที่ลืมไม่ได้ก็จะมีเมนู &amp;ldquo;ข้าวเหนียวแดง&amp;rdquo; ซึ่งต้องใช้เวลากวนค่อนข้างนานเช่นเดียวกัน ที่สำคัญมีน้ำตาลเยอะ หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานก็กินให้น้อยๆ ในส่วนของเครื่องดื่ม คือ &amp;ldquo;น้ำมะพร้าว&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น ผู้สูงอายุสามารถดื่มได้ และมะพร้าวยังสามารถกินได้ทุกฤดูกาล รวมถึงช่วงหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมนูอาหารในวันปีใหม่ไทยไม่เพียงอิ่มอร่อย แต่ยังสร้างความกลมเกลียวระหว่างปู่ย่ากับลูกหลานได้เช่นเดียวกัน เห็นได้จากขนมกะละแม ที่หากไม่รู้ที่มาอันแท้จริงแล้ว เด็กยุคใหม่ก็อาจลืมเลือนขนมชนิดนี้ไป อีกทั้งไม่รู้ว่าต้องใช้ทั้งพละกำลังและเวลานานในการปรุง และไม่ทราบว่าเหตุใดจึงทำรับประทานกันในช่วงปีใหม่ไทย...รู้อย่างนี้แล้วน้องๆ หนูๆ ก็อย่าลืมกลับไปกระชับความผูกพันปู่ย่าด้วยการเข้าครัวปรุงอาหารรับประทานร่วมกันในวันสงกรานต์ ว่าไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะละแม, ข้าวแช่, คุณภาพชีวิต, ประดิษฐ์ โปซิว, วันปีใหม่ไทย, อาหารมงคลช่วงสงกรานต์, เทศกาลสงกรานต์, เมนูอาหาร, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf4c32d8330.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กินอาหารคลายร้อน ป้องกันโรคกำเริบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;#39;ข้าวแช่&amp;#39;&amp;nbsp;เมนูคลายร้อนมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ แต่ทั้งนี้ควรบริโภคเครื่องเคียงที่มีรสเค็มและหวานอย่าง กะปิทอด หรือเนื้อเค็ม-เนื้อหวานให้น้อย เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานกำเริบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยและช่วยคลายร้อน แต่ทว่ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้สูงอายุอีกด้วย สำหรับเมนู &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; เพราะอย่าลืมว่าคนสูงอายุยังต้องการบริโภคสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งเมนูดังกล่าวหากรับประทานอย่างพอดีก็จะช่วยส่งเสริมสุขภาพได้ไม่น้อย เนื่องจากมีสารอาหารถ้วน แต่ทว่าเมนูคลายร้อนดังกล่าวมีเครื่องเคียงหลายต่อหลายชนิด ซึ่งอาจทำให้คุณตาคุณยายสงสัยว่าเมนูไหนที่ควรรับประทานและควรกินแต่พอดี เนื่องจากผู้สูงอายุหลายท่านเป็นทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง กัลยา กาลสัมฤทธิ์ นักกำหนดอาหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กัลยา กาลสัมฤทธิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัลยา นักกำหนดอาหารสาว ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ประโยชน์ของ &amp;ldquo;ข้าวแช่&amp;rdquo; ต่อสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นทั้งเมนูคลายร้อนที่มักนิยมรับประทานกันในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากมีสารอาหารครบ 5 หมู่ เริ่มจากตัวข้าวแช่เอง ที่ทำจากข้าวสวยหุงสุกใหม่ๆ ก็ให้คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้เครื่องเคียงอย่าง ลูกกะปิคั่ว, หัวไช้โป๊ทอด, เนื้อเค็ม, เนื้อหวาน ก็ให้ทั้งความเค็มหรือโซเดียม และความหวาน รวมถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ส่วนพริกหยวกทอดก็ให้ปริมาณของวิตามินจากตัวพริกเอง อีกทั้งเมนูนี้ยังช่วยคลายร้อนและทำให้จิตใจสดชื่นจากน้ำลอยดอกมะลิที่ใส่ในข้าวแช่อีกด้วย แต่เพื่อสุขภาพที่ดีแนะนำว่า เนื่องจากข้าวแช่แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็ให้พลังงานที่มากเช่นกัน คือมีความหวานและความเค็มอยู่ในตัวเครื่องเคียง ดังนั้นผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง แนะนำว่าให้รับประทานแค่พอหายอยาก หรือให้เน้นกินตัวข้าวแช่และน้ำลอยดอกมะลิให้มากที่สุด ส่วนหมูเค็มและเนื้อหวานก็ควรตักให้น้อยที่สุด เนื่องจากเป็นอาหารแปรรูปที่มีพลังงานสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(&amp;#39;น้ำปลาหวาน&amp;#39;&amp;nbsp;อาหารกินเล่นที่กินน้อยดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องจิ้มให้น้อยที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ &amp;ldquo;มะม่วงน้ำปลาหวาน&amp;rdquo; อาหารกินเล่นที่มาพร้อมหน้าร้อน ซึ่งอุดมไปด้วยเกลือแร่หรือความเค็มของกะปิ และน้ำตาลที่ใช้เคี่ยวน้ำจิ้ม ดังนั้นหากผู้สูงอายุต้องการบริโภคเมนูนี้ แนะนำว่าในน้ำปลาหวานค่อนข้างมีโซเดียมเยอะ ซึ่งอาจจะกระตุ้นโรคความดันโลหิตให้สูงขึ้น รวมถึงทำให้อาการเบาหวานกำเริบได้ ดังนั้นถ้าคุณตาคุณยายจำเป็นต้องจิ้ม ควรจิ้มบางๆ หรือเอาง่ายๆ ว่าอย่ากินจนหมดถ้วย ในส่วนของมะม่วงก็ให้รับประทานได้ประมาณ 7-8 ชิ้นเล็กๆ พอคำ ซึ่งเท่ากับ 1 จานเล็ก หรือคิดง่ายๆ ว่า ให้กินมะม่วงเพียงครึ่งลูกสำหรับผลขนาดกลาง สรุปได้ว่า เมนูน้ำปลาหวานสามารถปรุงรสเผ็ดได้ เปรี้ยวได้ แต่สำหรับรสหวานและรสเค็มก็ต้องรับประทานให้น้อยที่สุด เนื่องจากผู้สูงอายุยังจำเป็นต้องการสารอาหารที่ครบ 5 หมู่จากเมนูอาหารที่หลากหลายค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแช่, คุณภาพชีวิต, น้ำปลาหวาน, อาหาร5หมู่, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf28e79fbca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
