<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลอันดามัน&#039; อ่วมเจอพิษโควิดไร้นักท่องเที่ยว เข้าไม่ถึงเยียวยา วอนรัฐผ่อนปรนจับปลาแลกข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน เปิดเผยว่า ชุมชนชาวเลมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ประกาศปิดการท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้จากการขายของที่ระลึก ที่ถือเป็นรายได้หลักในระยะหลัง ส่วนชาวบ้านที่ออกไปทำงานข้างนอกก็ถูกเลิกจ้าง ทำให้ต้องกลับมาอยู่บ้านในสภาพตกงาน ขณะที่การหาปลาที่เคยเป็นอาชีพหลัก ตอนนี้ชาวบ้านไม่สามารถจับปลาขายได้ เพราะอุทยานฯ อนุญาตให้จับปลาเพื่อกินในครัวเรือนเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านบางคนต้องเสี่ยงตายออกไปดำน้ำจับปลาในทะเลลึก ซึ่งต้องเสี่ยงกับโรคน้ำหนีบอันตรายอาจพิการหรือเสียชีวิต จึงต้องการให้อุทยานฯ ผ่อนปรนให้สามารถจับปลาขายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านยังไม่ฟื้นจากเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อปีก่อน พวกเขาต้องสร้างบ้านใหม่ทั้งชุมชน เจอสถานการณ์โควิดครั้งแรก แทบไม่มีนักท่องเที่ยว ออกไปจับปลามาขายก็ไม่ได้ อุทยานฯส่งเสริมให้ชาวบ้านทำสร้อยที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว ลงทุนไปรายละ 5,000- 10,000 บาท จำนวน 87 ราย เป็นเงินมากกว่า 5 แสนบาท พอมาเจอโควิดรอบสองก็ไม่มีนักท่องเที่ยวอีก ต้องขาดทุนทั้งหมด ความเดือดร้อนเร่งด่วนตอนนี้คือ นมผงเด็ก กับข้าวสาร ที่ต้องช่วยชาวบ้านก่อน&amp;rdquo; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัส กล่าวต่อว่า ตอนนี้เครือข่ายชาวเลอันดามันกำลังทำโครงการข้าวแลกปลา เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 รอบสอง แต่ชาวเลเกาะสุรินทร์ไม่สามารถหาปลามาร่วมแลกได้ จึงเตรียมนำสร้อยที่ระลึก เรือกาบางจำลอง ออกมาขายหรือร่วมโครงการแลกข้าวสารให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เพราะคิดว่าต้องอยู่ในสถานการณ์นี้ในระยะยาว นอกจากนี้ชาวบ้านที่มีบัตรประชาชน 170 ราย อาจจะไม่ได้รับเงินเยียวยารอบ 2 จากรัฐบาล จำนวน 7,000 บาท เพราะในรอบแรกก็ไม่ได้รับการเยียวยา เนื่องจากไม่ได้รับข่าวสารและไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนเกาะ ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพิจารณาเงินเยียวยากรณีพิเศษสำหรับกลุ่มชาวเลเกาะสุรินทร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแลกปลา, จังหวัดพังงา, หมู่เกาะสุรินทร์, เครือข่ายชาวเลอันดามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6001889e55970.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมสู้โควิด &#039;วินัยคนไทยฝ่าวิกฤต-ทีมแพทย์เสียสละ-ข้าวแลกปลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 ก.ย. -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และสื่อสารสู่สาธารณะ และ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) แถลงข่าว &amp;rdquo;10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19 &amp;ldquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ได้เกิดปรากฏการณ์เรื่องราวดี ๆ ของคนไทยที่สะท้อนถึงการมีคุณธรรมและความสามัคคีของคนไทย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้ประเทศไทยลดความรุนแรงการแพร่ระบาดของเชื้อได้อย่างดีจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงจัดตั้งโครงการ 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19 ขึ้นมา โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคล ประชาชน องค์กร ชุมชน เครือข่าย และกิจกรรม โครงการ เหตุการณ์ที่เป็นปรากฏการณ์เด่นที่ถูกนำเสนอเข้ารับการคัดเลือกต้องมีพฤติกรรมหรือผลงานที่แสดงออกตามหลักเกณฑ์ 1. มีพฤติกรรมแสดงออกที่สะท้อนการมีคุณธรรม ควรค่าแก่การยกย่อง เชิดชูเกียรติ 2.เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ในสถานการณ์โควิด อีกทั้งประชาชนได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ปรากฏต่อสาธารณะชัดเจน และได้ส่งต่อหรือได้นำไปประยุกต์หรือปรับใช้ขยายผลได้จริง และ 3.เป็นพฤติกรรมที่ทำมากกว่าการทำงานในบทบาทหน้าที่ปกติที่หน่วยงานหรือองค์กรต้องทำอยู่แล้ว จากการเปิดรับการเสนอชื่อทั่วประเทศ ได้มีประชาชน หน่วยงาน องค์การและโครงการทุกภาคส่วนได้ให้ความสนใจส่งผลงานกันเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งทางคณะกรรมการได้คัดเลือกและมีการประกาศผลเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรมฯ กล่าวว่า ในการประกาศ ยกย่อง เชิดชูเกียรติผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็น 10 ปรากฏการณ์คุณธรรมในสถานการณ์โควิด-19 มีรายชื่อดังนี้ 1. วินัยและคุณธรรมของคนไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19 2.แพทย์ พยาบาลและบุคลลากรทางการแพทย์ เสียสละทุ่มเทมากกว่า คำว่า หน้าที่ 3.สร้างนวัตกรรมสู้โควิด โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.พลังสาธารณสุขจิตอาสา (อสม.) 5. การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน- ข้าวแลกปลาและขนส่งโดยกองทัพอากาศ 6. โครงการเชฟจิตอาสา Chef Cares อาหารที่ดีเพื่อทีมแพทย์ 7. การดูแลนักท่องเที่ยวที่ตกต้าง- วัดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ตและสื่อฝรั่งเศสตีข่าว 2 ครอบครัวหนีโควิด มีความสุขกับการกักตัวอยู่บนเกาะสมุยเมืองสวรรค์ 8. พระพะยอมเปิดวัดช่วยจ้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน 9. ตู้ปันสุข- หยิบแต่พอดี ถ้าท่านมีใส่ตู้แบ่งปัน และ 10. ผู้ว่าราชการจังหวัดไถ่ของจากโรงจำนำช่วยประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทุกปรากฏการณ์จะได้รับยกย่อง เชิดชูเกียรติ มีการยกย่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จาก ศบค. โล่เกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รวบรวมเรื่องราวเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจโดยประสาน แจ้ง ส่งต่อผลไปยังหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นเพื่อรับทราบต่อไป  รับใบประกาศเกียรติคุณจากศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) จัดทำเป็นสื่อเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ ของโครงการนี้ &amp;ldquo; นายวีระ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ฯ กล่าวต่อว่า ทางศูนย์คุณธรรมจะจัดทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์ &amp;ldquo;10 ปรากฏการณ์คุณธรรมของสังคมไทยในสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; โดยผู้กำกับชื่อดังของเมืองไทย เพื่อนำเผยแพร่และสะท้อนถึงการมีคุณธรรม &amp;ndash; ความสามัคคีของคนไทยในการฝ่าฟันวิกฤตโควิดในครั้งนี้ ด้วยความมีวินัย พอเพียง สุจริตและจิตอาสา โดยจะเผยแพร่ทางสื่อทั้งในและต่างประเทศต่อไป เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติที่ร่วมมือร่วมใจกันและเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทยได้สืบสานคุณธรรมความดีต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78354</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ข้าวแลกปลา, ตู้ปันสุข, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, พลังอสม., รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี, ศูนย์คุณธรรม, เชฟจิตอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ae1fedf67f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเลเกาะยาว นำ &#039;ปลาฉิ้งฉ้าง-กะปิ&#039; ขึ้นเครื่องบินแลกข้าวชาวนาอีสานสู้ภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต &amp;nbsp;นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายก อบจ.พังงา ร่วมต้อนรับ พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ซึ่งเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนสินค้าของโครงการทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้าร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวว่า จังหวัดพังงาได้บูรณาการร่วมกันกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร ระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดศรีสะเกษ โดยนำสินค้าเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดพังงา สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.พังงา จำกัด ได้แก่ ปลาฉิ้งฉ้าง กะปิ&amp;nbsp;ปริมาณรวม 1.70 ตัน มูลค่า 246,000 บาท แลกเปลี่ยนกับสินค้าเกษตรของจังหวัดศรีสะเกษ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ จำกัด ได้แก่ ข้าวสารหอมมะลิ 100% ข้าวสารหอมมะลิเอไรซ์ 100 % ปริมาณรวม 10 ตัน มูลค่า 320,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้ เป็นการนำกลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการตามหลักการ อุดมการณ์ และวีธีการสหกรณ์ มุ่งเน้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันและนำการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์เข้ามาดำเนินการ โดยผ่านสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พังงา จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ศรีสะเกษ จำกัด จังหวัดศรีสะเกษ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ เปิดเผยว่า โครงการทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 เป็นโครงการต่อเนื่องและต่อยอดจากการที่กองทัพอากาศได้เข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการทัพฟ้าช่วยชาวนา และโครงการขนข้าวชาวนาเปลี่ยนปลาชาวเล เป็นต้น โดยในครั้งนี้เป็นการร่วมกับกลุ่มเครือข่ายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้วแต่มีข้อจำกัดในการหาตลาด ระบายสินค้า และมีความต้องการแบ่งปันความช่วยเหลือไปสู่กลุ่มเครือข่ายใหม่ จึงก่อเกิดเป็นความร่วมมือภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้ามาประชิด ช่วยธุรกิจเพื่อสังคม&amp;rdquo; โดยใช้ชั่วโมงบิน การฝึกบินเครื่องบินลำเลียงซี 130 มาสนับสนุนการขนส่งทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแลกปลา, จังหวัดพังงา, ทัพฟ้า, ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf64966080e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลาฉิ้งฉ้าง&#039; ของดีเกาะยาวขึ้นเครื่องบิน ซี 130 แลกข้าวสารชาวพะเยาสู้ภัยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา นายบำรุง&amp;nbsp;ปิยนามวาณิช นายก อบจ.พังงา ร่วมต้อนรับ พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ซึ่งเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนสินค้าของโครงการทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้ามาประชิด ช่วยธุรกิจเพื่อสังคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวว่า จังหวัดพังงาได้บูรณาการร่วมกันกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดพะเยาโดยนำสินค้าเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ในจังหวัดพังงา&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.พังงาจำกัด ได้แก่ ปลาฉิ้งฉ้าง กะปิ จากอำเภอเกาะยาว และมังคุดทิพย์พังงาจากอำเภอกะปง ปริมาณรวม 3.48 ตัน &amp;nbsp;มูลค่า 226,200 บาท แลกเปลี่ยนกับสินค้าเกษตรของจังหวัดพะเยา สหกรณ์การเกษตรบ้านร่องส้าน จำกัด ได้แก่ ข้าวสารและมะม่วง ปริมาณร่วม 10 ตันมูลค่า 239,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้ เป็นการนำกลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการตามหลักการ อุดมการณ์และวิธีการสหกรณ์ มุ่งเน้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันและนำการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างสหกรณ์เข้ามาดำเนินการ โดยผ่านสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.พังงา จำกัด และสหกรณ์การเกษตรบ้านร่องส้าน จำกัด จังหวัดพะเยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ เปิดเผยว่า โครงการทัพฟ้าช่วยไทย ต้านภัยโควิด-19 เป็นโครงการต่อเนื่องและต่อยอดจากการที่กองทัพอากาศได้เข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการทัพฟ้าช่วยชาวนา และโครงการขนข้าวชาวนาเปลี่ยนปลาชาวเล เป็นต้น โดยในครั้งนี้เป็นการร่วมกับกลุ่มเครือข่ายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้วแต่มีข้อจำกัดในการหาตลาด ระบายสินค้า และมีความต้องการแบ่งปันความช่วยเหลือไปสู่กลุ่มเครือข่ายใหม่ จึงก่อเกิดเป็นความร่วมมือภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้ามาประชิด ช่วยธุรกิจเพื่อสังคม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแลกปลา, จังหวัดพังงา, ปลาฉิ้งฉ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec63bf9b15e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเล-กะเหรี่ยงปลื้มแลกข้าวปลาสำเร็จลุล่วงด้วยดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชาวเล-กะเหรี่ยงสุดปลื้มแลกข้าวแลกปลาลุล่วงด้วยดี นำไปแบ่งปันทั่วอันดามัน เผยเป็นกิจกรรมช่วยกระชับความสัมพันธ์ในชุมชนให้ดีขึ้นมาก แนะรัฐสนับสนุนฐานการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 รถบรรทุกข้าวจากชุมชนกะเหรี่ยงภาคเหนือ ซึ่งได้บรรทุกข้าวสารกว่า 7 ตันจาก จ.เชียงใหม่ และออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ได้มาถึงชุมชนชาวเลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เพื่อนำข้าวสารของชาวดอยแลกปลาของชาวเล โดยมีชาวเลกว่า 100 คนออกมาให้การต้อนรับและร่วมแบ่งปันข้าวสารครอบครัวละ 10 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนิท แซ่ชั่ว ชาวเลชุมชนราไวย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมปลาตากแห้งไว้แล้ว คาดว่าจะได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัม เพื่อส่งไปตอบแทนน้ำใจพี่น้องชาวเหนือ อย่างไรก็ตาม ข้าวสารที่ได้รับนี้ นอกจากแบ่งปันให้กับชาวบ้านในชุมชนราไวย์แล้ว จะนำไปมอบให้ชาวเลในพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง จ.สตูล เกาะพีพี เกาะจำ เกาะลันตา จ.กระบี่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเกาะในจังหวัดพังงาและระนอง &amp;nbsp;ขณะเดียวกันชาวเลในหลายพื้นที่ก็กำลังออกหาปลาและทำปลาตากแห้งส่งมาร่วมแลกเปลี่ยนในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการนำข้าวมาแลกปลาครั้งนี้เป็นเรื่องสุดยอด มันเหมือนกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเราสมัยก่อนที่พ่อแม่ปู่ย่านำปลาไปแลกข้าว ผัก ผลไม้ โดยไม่ต้องใช้เงินตรา ที่ผมดีใจมากคือความสัมพันธ์ของคนในชุมชนดีขึ้นมาก จากวันแรกที่มีเรือของผมออกไปหาปลามาแลกข้าวเพียงลำเดียว เพราะคนอื่นเขาไม่เชื่อว่าจะเอาปลาไปแลกข้าวได้อย่างไร แต่เมื่อเขาเห็นว่ามีช่องทางเป็นไปได้และเราเอาจริง เขาก็เลยเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรือทั้งหมด 43 ลำของชาวเลราไวย์ต่างออกไปหาปลามาแลกข้าวกันหมด ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศเช่นนี้มาร่วม 30-40 ปีแล้ว&amp;rdquo; นายสนิทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนิทกล่าวว่า ผลที่ได้รับอีกประการหนึ่งคือ การที่เราใช้พื้นที่หน้าหาดในการทำกิจกรรมทำและตากปลา เมื่อข้าราชการหลายหน่วยงานมาร่วมสังเกตการณ์ ทำให้เขาเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ชุมชนใช้ร่วมกันจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยขอให้หน่วยงานราชการมารังวัดเพื่อกันให้เป็นที่ดินสาธารณะ แต่ไม่มีหน่วยงานใดกล้ามายืนยัน ดังนั้นการที่เขาได้มาเห็นข้อเท็จจริง ทำให้เราหวังว่าการกันพื้นที่นี้ให้เป็นสาธารณะจะง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเสียดายที่ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์ไม่สามารถหาปลามาร่วมกับพวกเราได้ เพราะถูกห้าม ทั้งๆ ที่ชีวิตของพวกเขาอยู่ติดกับทะเลเหมือนพวกเรา เขาต้องการหาปลามาแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้พี่น้องทั่วประเทศได้มีอาหารการกิน&amp;rdquo;นายสนิทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ศิลปินชาวปกาเกอะญอ และนักวิชาการศูนย์การจัดการภูมิวัฒนธรรม วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ข้าวไปถึงพี่น้องชาวเลแล้ว ถือว่าเป็นการส่งต่อความอร่อยให้พี่น้องทั่วทะเลอันดามัน สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นคือ การที่พวกเราเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ได้ ก็สามารถนำมาแบ่งปันจากประชาชนสู่ประชาชนได้ นอกจากพวกเรามีทรัพยากรฐานการผลิตแล้ว เรายังมีทักษะทางวัฒนธรรมในการสร้างอาหารที่เพียงพอในการแลกเปลี่ยนกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่รู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร หากคนบนดอยไม่สามารถปลูกข้าวในที่ดินของตัวเอง ไม่สามารถทำไร่หมุนเวียนของเราได้ เช่นเดียวกับพี่น้องชาวเล หากไม่มีสิทธิจับปลาในทะเลที่พวกเขาอยู่มาเนิ่นนานได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไปเราก็ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ ดังนั้นจะต้องทำอย่างไรที่จะสนับสนุนให้มีการผลิตเช่นนี้ มันไม่ใช่ความมั่นคงทางอาหารเฉพาะพวกเราอย่างเดียว แต่เป็นความมั่นคงของการเผื่อแผ่ไปถึงพี่น้องของเราด้วย&amp;rdquo; นายสุวิชานกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64443</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวแลกปลา, ชาวเล-กะเหรี่ยง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แบ่งปันทั่วอันดามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6cb8f6bb95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
