<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 311 ล้าน คุ้มครองภัยธรรมชาติ-โรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 วงเงินงบประมาณ 311.41 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทดลองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยก่อน และรัฐบาลจะชดเชยเงินตามจำนวนที่จ่ายจริง พร้อมด้วยอัตราต้นทุนเงิน ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ธ.ก.ส. บวก 1 ในปีงบประมาณถัดไป ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อให้เกษตรกรมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย และเป็นการต่อยอดความช่วยเหลือของภาครัฐในการรองรับต้นทุนการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีการผลิต 2563 โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยโครงการปีการผลิต 2564 รวม 2.92 ล้านไร่ 2.ค่าเบี้ยประกันภัย (ไม่รวมค่าอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งเป็น 1.ค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน Tier 1 แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส. ค่าเบี้ยประกันภัย 160 บาทต่อไร่ พื้นที่เป้าหมาย 2.8 ล้านไร่ โดยรัฐจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 96 บาทต่อไร่ และ ธ.ก.ส.จะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้อีก 64 บาทต่อไร่ และกลุ่มลูกค้าเกษตรกรทั่วไป ค่าเบี้ยประกันภัยแยกเป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ 150 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง 350 บาทต่อไร่ พื้นที่ความเสี่ยงสูง 550 บาทต่อไร่ พื้นที่เป้าหมาย 6 หมื่นไร่ โดยรัฐจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ 96 บาทต่อไร่

2.ค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ Tier 2 ซึ่งเกษตรกรซื้อเพิ่มเติมและจะต้องจ่ายค่าเบี้ยเองตามระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ คือ พื้นที่เสี่ยงภัยต่ำ 90 บาทต่อไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง 100 บาทต่อไร่ และพื้นที่เสี่ยงภัยสูง 110 บาทต่อไร่ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 6 หมื่นไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวงเงินความคุ้มครอง ครอบคลุมภัยพิบัติธรรมชาติ 7 ภัย ได้แก่ น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ ช้างป่า และภัยศัตรูหรือโรคระบาด โดย Tier1 ให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน 1,500 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูหรือโรคระบาด จำนวน 750 บาทต่อไร่ ส่วน Tier2 ให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน 240 บาทต่อไร่ และภัยศัตรูหรือโรคระบาด จำนวน 120 บาทต่อไร่ ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินโครงการปีการผลิต 2563 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรผู้เอาประกันภัยพื้นฐาน Tier 1 จำนวน 120,607 ราย พื้นที่เข้าร่วมจำนวน 2.14 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 76.43 ของจำนวนพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 2.8 ล้านไร่ และเกษตรกรผู้เอาประกันภัยแบบสมัครใจ Tier 2 มีจำนวน 86 ราย ส่วนคำขอรับค่าสินไหมทดแทน ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2564 มีเกษตรกรยื่นจำนวน 3,396 ราย รวมเป็นเงิน 34.29 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเสร็จสิ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102561</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวโพด, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, มติครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097750218da2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวไร่อ้อย-ข้าวโพดจี้“คลัง”เร่งออกประกันรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2562 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงปัญหาด้านการเกษตรตกต่ำและการสำรวจเหมืองแร่ในพื้นที่ โดยพบว่าชาวไร่อ้อยและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังประสบปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำและผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาของราคาอ้อยได้ลดลงต่ำกว่าตันละ 700 บาท ซึ่งจะนำเรื่องเสนอให้ รมว.อุตสาหกรรม พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไข ขณะที่ปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกิดโรคระบาด จะนำเรื่องเสนอถึงนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ อำเภอบึงสามพัน ที่ออกมาคัดค้านการให้อาชญาบัตรสำรวจเหมืองแร่ทองคำเพราะห่วงว่าอาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น คงต้องนำข้อร้องเรียนและความกังวลที่เกิดขึ้นไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขลดผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด ขณะนี้คือปัญหาการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดที่ระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้เกษตรกรต้องใช้ยาปราบศัตรูพืชมากขึ้น ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มอีกไร่ละ 1,000 บาท จึงขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้วยการประกันราคาข้าวโพดที่กก.ละ 9 บาท และจ่ายเงินชดเชยปัญหาภัยแล้งอีกไร่ 1,000 บาท เพราะปัจจุบันราคาตกลงมาเหลืออยู่แค่ กก. 6-7 บาทเท่านั้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถนอม โพธิ์พิกุล นายกสมาคมชาวไร่อ้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาอ้อยตกต่ำมากเหลือแค่ 700 บาทต่อตัน ต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกรที่สูงเกินกว่าตันละ 700 บาท ซึ่งราคาที่คิดว่าเหมาะสมควรไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อตัน นอกจากนี้ยังเกษตรกรยังประสบปัญหาราคาอ้อยไฟไหม้ที่ราคาตกลง 5 -15 % ก็จะทำให้ราคาขายลดต่ำกว่า 700 บาทต่อตันอีก จึงขอให้รัฐบาลเห็นใจและเร่งหามาตรการเข้ามาช่วยเหลือเป็นการด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ชาวไร่อ้อย, ประกันรายได้, รมช.คลัง, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cddbae033c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเสียค่าโง่กว่าแสนล.บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่อเสียค่าโง่กว่าแสนล้านบาท! เหตุ &amp;ldquo;อคส.-อ.ต.ก.&amp;rdquo; ส่อแววฟ้องแพ่งคดีจำนำข้าว 882 คดีไม่ทัน ยังไม่นับสารพัดโครงการสินค้าเกษตร &amp;ldquo;สนธิรัตน์-อินทิรา&amp;rdquo; ประสานเสียงไม่เกินเส้นตายสิ้นปี 2561 แน่ สุดทะแม่ง อคส.ฟ้องผิดจนอัยการตีกลับ เชื่อมีหมดอายุความแล้วหลายกรณี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้ากรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ รวมทั้งป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนราชการในอนาคต โดยต้องส่งให้อัยการสูงสุด (อสส.) ให้ทันภายในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังได้มีมติเร่งรัดฟ้องร้องคดีเรื่องดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ที่ อคส.ต้องเร่งส่งฟ้องทางแพ่งรวม 244 สัญญา หรือ 882 คดี เพราะคู่สัญญากับ อคส. มีทั้งเจ้าของคลังสินค้าที่รัฐเช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ โรงสี หรือผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) ทำผิดสัญญา เช่น ข้าวหายไปจากโกดัง เป็นต้น ซึ่งหลังจากส่งฟ้องอาญาฐานลักทรัพย์ ฉ้อโกง หรือยักยอกทรัพย์ไปแล้ว ยังต้องส่งฟ้องทางแพ่งเพื่อให้คู่สัญญาชดใช้ความเสียหายให้รัฐ โดยทั้ง 882 คดีจะหมดอายุความทางแพ่งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561-ก.ค.2562 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นมากกว่า 100,000 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกเหนือจากคดีจำนำข้าว ยังมีคดีที่เกิดขึ้นในโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2548-2557 อีก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง หอมแดง และกุ้ง ที่ อคส.ต้องส่งฟ้องแพ่งเช่นเดียวกัน โดยบางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว และบางคดีที่ อคส.ส่งฟ้องไปแล้ว แต่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะหลักฐานอ่อน ส่งผลให้ อคส.ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่สัญญาได้ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งรัดนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. ไปแล้ว ให้ส่งฟ้องทางแพ่งให้ทันก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ และให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการทุกๆ 15 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พิเศษดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) อคส. กล่าวว่า ที่ผ่านมาบอร์ดได้เร่งรัดให้นางอินทิราดำเนินการกับคดีค้างเก่ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งดำเนินคดีกับคู่สัญญาของ อคส. ที่ทำให้รัฐเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางอินทิรากล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ อัยการ สำนักงานนโยบายรัฐ และสำนักกฎหมายของ อคส. เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวและสินค้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อให้ทันระยะเวลาของอายุความในแต่ละคดี โดยให้รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รายงานให้ รมว.พาณิชย์ทราบแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดมีคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ต้องเร่งดำเนินการ 244 สัญญา แต่มูลค่าความเสียหายไม่ชัดเจน ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้เจ้าหน้าที่เร่งส่งอัยการฟ้องร้องทางแพ่งภายในเดือน ก.ย.2561 ส่วนการฟ้องทางอาญาทั้ง 244 คดีนี้ได้ส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว ยืนยันว่าการส่งฟ้องทางแพ่งจะทันกับเส้นตายที่ ครม.กำหนดภายในเดือน ธ.ค.2561 แน่นอน ส่วนคดีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ให้เร่งส่งฟ้องทางแพ่งก่อนหมดอายุความเช่นเดียวกัน&amp;quot; นางอินทิรากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอินทิรายืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคดีใดหมดอายุความ ขณะที่บางคดีที่อัยการไม่สั่งฟ้อง เพราะ อคส.ทำพยานหลักฐานอ่อนนั้น ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ส่วนสาเหตุที่อัยการไม่ฟ้อง เพราะ อคส.ส่งฟ้องผิดคลัง เช่น คู่สัญญาที่เก็บข้าวรัฐในบางคลังทำผิดสัญญา แต่ อคส.กลับส่งฟ้องคลังที่ไม่ผิดสัญญา อัยการจึงไม่สั่งฟ้อง แต่ อคส.ได้ทำพยานหลักฐานใหม่ และจะส่งฟ้องใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า มีหลายคดีที่หมดอายุความไปแล้ว โดย อคส.ไม่สามารถฟ้องได้ทัน ทำให้รัฐไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากภาคเอกชนได้ ซึ่ง อคส.กำลังอยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขว่าเสียหายเป็นจำนวนเงินเท่าใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13463</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, พ.อ.พิเศษดิเรก ดีประเสริฐ, มันสำปะหลัง, วิษณุ เครืองาม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอมแดง, อัยการสูงสุด, อินทิรา โภคปุณยารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d2348522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
