<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนรุ่นใหม่  บริโภคข้าวน้อยลง   แต่....รู้จักข้าวไทยดีแล้วหรือยัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเทศไทยเป็นถิ่นกำเนิดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีคุณภาพนับหมื่นสายพันธุ์ หลากสีสัน หลายรสชาติ พร้อมคุณค่าทางสารอาหาร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ แต่ในทางกลับกัน กลับพบว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนเมือง บริโภคข้าวน้อยลง ซึ่งในงาน &amp;nbsp;&amp;ldquo;มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง&amp;rdquo; ที่จัดโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ณ ลานเมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม เมื่อเร็วๆนี้ &amp;nbsp; ได้ชูประเด็นนี้มารณรงค์ &amp;nbsp;กระตุ้นการบริโภคข้าวของคนไทย พร้อมกับเชิญชวนให้ลิ้มลองข้าวในช่วงที่ผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่กำลังออกสู่ตลาด &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวอร่อยที่สุด &amp;nbsp;

ภายในงานได้จัดแสดงนิทรรศการ &amp;ldquo;เพราะรักจึงชวนกินข้าวไทย&amp;rdquo; ให้ความรู้สายพันธุ์และคุณประโยชน์ของข้าวไทย รวมถึงสร้างการรับรู้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานข้าวหอมมะลิรูปพนมมือของกรมการค้าภายใน โชว์ปรุงอาหารต่างๆ ที่ใช้ข้าวไทยเป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวพัชรี พยัควงษ์&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การจัดงานรณรงค์บริโภคข้าวไทยดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563&amp;ndash;2567 ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ไทยเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก&amp;rdquo; โดยแบ่งกลุ่มข้าวตามความต้องการของตลาด จำนวน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ตลาดพรีเมี่ยม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิและข้าวหอมไทย ตลาดทั่วไป ได้แก่ ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวพื้นแข็งและข้าวนึ่ง และตลาดเฉพาะ ได้แก่ ข้าวเหนียวและข้าวสีหรือข้าวคุณลักษณะพิเศษ &amp;nbsp;หน้าที่ของกรมคือ ดำเนินการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของการบริโภคในประเทศและการผลิตในประเทศ &amp;nbsp;เพื่อดูแลเกษตรกรชาวนาไทย ให้ได้รับราคาผลผลิตที่เหมาะสม เกิดเสถียรภาพด้านราคา และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นคนไทยบริโภคข้าวน้อยลง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจของกรมฯ พบว่ากลุ่มคนเมือง และกลุ่มวัยรุ่น บริโภคข้าวน้อยลง อย่างเห็นได้ชัด อาจจะเนื่องด้วยเหตุผล การมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงเปลี่ยนพฤติกรรมหันไปบริโภคอาหารโปรตีนเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp; ประกอบกับวิถีชีวิตคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กลุ่มคนทำงานกับปัญหาความเร่งรีบในชั่วโมงเร่งด่วน &amp;nbsp;ตลอดจนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการบริโภคข้าว &amp;ldquo;ว่ากินข้าวแล้วทำให้อ้วน&amp;rdquo; ส่งผลให้ทุกวันนี้คนไทยบริโภคข้าวลดลงเฉลี่ยเหลือเพียงคนละประมาณ 83 กิโลกรัมต่อปี จาก 90 - 100 กิโลกรัมต่อปี ในปี 2562 นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19 ยังส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาในประเทศไทยได้ ส่งผลให้การบริโภคข้าวลดลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การจัดงาน &amp;nbsp;&amp;ldquo;มหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง&amp;rdquo; ซึ่งจัดในช่วงที่ผลผลิตข้าวฤดูใหม่กำลังออกสู่ตลาด ก็เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักพันธุ์ข้าว และทราบถึงคุณประโยชน์ของข้าวไทย &amp;nbsp;ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ &amp;nbsp;และตามความเชื่อโบราณ ถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลข้าวใหม่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ด้วยการบริโภคและทำบุญด้วยข้าวใหม่ &amp;nbsp;และที่สำคัญเราหวังให้คนไทยบริโภคข้าวมากขึ้น&amp;quot;

สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ในงาน ประกอบด้วย การโชว์รังสรรค์เมนูอาหารต่างๆ โดยใช้ข้าวไทยเป็นวัตถุดิบ โดยเชฟพลอย (ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ) Top Chef Thailand Season 2 ส่วนทรรศการ &amp;ldquo;เพราะรักจึงชวนกินข้าวไทย&amp;rdquo; เป็นการให้ความรู้สายพันธุ์ข้าวไทยในแต่ละกลุ่ม และคุณประโยชน์ของข้าว รวมถึงสร้างการรับรู้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานข้าวหอมมะลิรูปพนมมือของกรมการค้าภายใน พร้อมชวนชิม และเลือกซื้อข้าวไทยคุณภาพดีจากเกษตรกรและโรงสีโดยตรง

นอกจากนี้ &amp;nbsp;ยังมีการเชิญตัวแทนเกษตรกร ขาวนาที่ปลูกข้าวกลุ่มต่างๆในประเทศมาพูดคุย บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช้าว เริ่มจาก นายเจริญศักดิ์ พรายแก้ว เกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (GI Organic) จังหวัดศรีสะเกษ บอกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ตั้งอยู่ที่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวหอมพันธุ์ดีและมีรสชาติอร่อยที่สุดในโลก เป็นข้าวที่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI)ความโดดเด่นคือ เมล็ดข้าวสารเรียวยาว ขาวใส เมื่อหุงเป็นข้าวสุกจะมีความอ่อนนุ่ม รสชาติดี ไม่บูดเสียง่าย และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ก็มีการปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวอื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ ซึ่งข้าวแต่ชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายต่างกัน ต้องรู้จักเลือกกิน อย่างเช่น ข้าวขัดขาวซึ่งมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้พลังงาน เช่น คนที่ออกกำลังกาย แต่ถ้าเป็นคนทำงานออฟฟิศควรกินข้าวกล้องซึ่งมีไฟเบอร์หรือใยอาหาร ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ส่วนข้าวสีแดงพวกข้าวกล้องต่างๆ ช่วยบำรุงเลือดเพราะมีธาตุเหล็กสูง ข้าวสีม่วงและสีดำจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งพวกเรารู้สึกภาคภูมิใจในการเป็นเกษตรกรชาวนา ได้ปลูกข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ด้านนางยุพร สุขนึก ตัวแทนเกษตรกรจากวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบุฤาษี จังหวัดสุรินทร์ &amp;nbsp;พูดถึงกลุ่มวิสาหกิจในชุมชนตนเองว่า &amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบุฤาษี จังหวัดสุรินทร์ มีสมาชิกในกลุ่มประมาณ 300 ครัวเรือน มีการเพาะปลูกข้าว 5 สายพันธุ์ คือ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าว กข15 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล และข้าวหอมมะลิแดง โดยเอกลักษณ์โดดเด่นคือ ข้าวหอมมะลิ 105 ที่เราทำเป็นข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ซึ่งได้รับรางวัลโอทอป 5 ดาวจากจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งข้าวแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณหรือประโยชน์แตกต่างกัน

&amp;quot;ส่วนตัวแล้วรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการปลูกข้าวคุณภาพดีให้คนไทย เพราะเราทำนาปลูกข้าวเอง ทำปุ๋ยเองโดยเป็นปุ๋ยชีวภาพ แปรรูปเอง และขายเองทั้งผ่านระบบออนไลน์และศูนย์กระจายสินค้า อยากให้คนไทยหันมากินข้าวไทยกันเยอะๆ โดยเฉพาะข้าวอินทรีย์ เพราะเป็นข้าวที่ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี และมีประโยชน์ต่อร่างกายค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ส่วนนายกฤษฎา รุ่งเรืองด้วยบุญ ตัวแทนจากโรงสี ป.รุ่งเรืองธัญญา จังหวัดสิงห์บุรี พูดถึงประโยชน์ของข้าวไทยว่า ข้าวไทยมีความได้เปรียบประเทศอื่นๆ เพราะข้าวไทยมีพันธุ์ที่หลากหลายให้เลือกกิน ทั้งข้าวขาว ข้าวเหนียว รวมถึงข้าวกล้องซึ่งมีทั้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสินเหล็ก และข้าวหอมมะลิแดง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกเป็นอย่างมาก แต่เราหาไปซัพพอร์ตไม่ได้ เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นรอบๆ เท่านั้น และที่สำคัญคือ ข้าวแต่ละสายพันธุ์มีประโยชน์มากมาย มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกบริโภคหรือกินข้าวประเภทใดให้เหมาะสมกับตัวเรา ซึ่งการจัดงานมหัศจรรย์ข้าวไทย ความภูมิใจแห่งท้องทุ่ง เพื่อส่งเสริมการบริโภคข้าวไทย จะทำให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนไทยได้รับรู้ข้อมูลด้านคุณประโยชน์ของข้าวไทยสายพันธุ์ต่างๆ ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าข้าวยังคงเป็นอาหารหลักของคนไทย และช่วงนี้ข้าวฤดูกาลใหม่ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพดีกำลังทยอยออกสู่ตลาด จึงอยากเชิญชวนบริโภคข้าวไทยเพื่ออุดหนุนและเป็นกำลังใจให้เกษตรกรไทย
ก็หวังว่าคนไทยจะตระหนักในคุณค่าของข้าวไทย ที่อร่อยมีให้เลือกบริโภคหลากหลายสายพันธุ์ ขึ้นชื่อในระดับโลกว่าเป็นข้าวคุณภาพดีที่สร้างความภาคภูมิใจให้คนทั้งชาติ &amp;nbsp;แโดนหันมาบริโภคข้าวกันเหมือนเดิม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86950</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, ข้าวไทย, นางสาวพัชรี พยัควงษ์, มหัศจรรย์ข้าวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd88cc202b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชม&#039;นาล้ง&#039; นิทรรศการข้าวไทยกลางกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนรู้ประเพณีรับขวัญข้าวคู่วิถีชาวนาไทยที่นาล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุ่งนาเขียวขจีท่ามกลางสถาปัตยกรรมเก่าแก่หมู่อาคารจีนโดยมีแปลงนาจากเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่ระยะต้นกล้า แตกกอ ตั้งท้อง และออกรวงข้าวสวยงาม &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมประติมากรรมหุ่นฟางข้าวตระการตา ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อดั้งเดิมของเกษตรกรไทย เช่น พระแม่โพสพ ที่ชาวนาส่วนใหญ่นับถือกราบไหว้&amp;nbsp; เชื่อว่า เป็นเทพธิดาประจำต้นข้าว ผู้คุ้มครองดูแลต้นข้าวให้เจริญงอกงามสมบูรณ์ &amp;nbsp;ซึ่งเนรมิตขึ้นกลางล้ง 1919 มีประชาชนสนใจพากันมาเรียนรู้คุณค่าข้าวไทย ทดลองดำนาใส่งอบ สวมรองเท้าบู๊ท โดยมีพี่น้องเครือข่ายชาวนาคอยดูแลใกล้ชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทดลองดำนากลางกรุงเทพ กิจกรรมห้ามพลาดที่นาล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากยกแปลงนามาปลูกกลางกรุงริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว&amp;nbsp; ยังนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไทยอันหลากหลายมาไว้ที่นาล้ง มีตั้งแต่สินค้าประเภทอาหาร เช่น ข้าว น้ำ&amp;nbsp; ขนม คุกกี้ ชาข้าวหอมกรุ่นดีต่อสุขภาพ ครีม ไปจนถึงสินค้าประเภทของใช้อย่างกระเป๋าสาน กระเป๋าผ้า เสื้อ หมวก และผ้าพันคอ ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวไทยที่เกื้อกูลชาวนา แต่ละบูทข้าวมาจากหลากหลายถิ่นหลายสายพันธุ์ &amp;nbsp;อย่างบูทชาวนาไทอีสาน เด่นที่ข้าวเจ้าหอมเวสสันตะระ&amp;nbsp; มีความหอมกลิ่นใบเตย ส่วนข้าวเจ้าหอมเวสวิสุทธิ์ มีความหอมนุ่มหวาน ขณะที่ข้าวเหนียวหอมวิสุทธิ์ เมล็ดเรียวยาว ทั้งนุ่ม แถมหุงขึ้นหม้อ แต่ละวันมีให้ชิมข้าว อีกสิ่งที่จะพบในนิทรรศการข้าวไทยเป็นการบรรยายความรู้เรื่องข้าวและการดำนาจากกลุ่มชาวนาไทย Yong Farmers&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นบรรยากาศใหม่ของล้ง 1919 ที่ดึงดูดให้ทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp; โกดังเก็บข้าวตอนนี้ยังเปลี่ยนเป็นโซนนิทรรศการนำเสนอข้อมูลประวัติศาสตร์ของท่าเรือกลไฟ ฮ่วย จุ่ง ล่ง ซึ่งพระยาพิศาลศุภผล เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี 2393 &amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่สถานที่ประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าทางการค้าไทยจีน ที่ได้ชื่อว่า เป็นศูนย์กลางการค้าข้าว &amp;nbsp;ในโกดังยังเสนอพันธุ์ข้าวหายากนับร้อยสายพันธุ์ นวัตกรรมข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา อีกทั้งจำหน่ายข้าวสารราคาประหยัดกว่าในห้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการข้าวไทย นำเสนอพันธุ์ข้าวหายาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดนิทรรศการข้าวไทยให้คนทุกวัยเรียนรู้ภูมิปัญญาแบบไทยๆ ครั้งนี้ เพื่อฉลองการก้าวสู่ 100 ปี &amp;lsquo;ล้ง 1919&amp;rsquo; สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย อีกเกร็ดความรู้ที่นำมาไว้ในนาล้ง&amp;nbsp; นิทรรศการข้าวไทย เกี่ยวกับประเพณีรับขวัญข้าว&amp;nbsp; ได้จำลองพิธีรับขวัญไว้ที่นาล้ง ทั่วไปชาวนาทุกพื้นที่ของไทยนิยมทำในช่วงออกพรรษา ประมาณเดือน ต.ค.-พ.ย.ของทุกปี นิยมทำกันในวันศุกร์ แต่ละท้องถิ่นมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ประเพณีรับขวัญแม่โพสพ ประเพณีทำขวัญข้าว ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ&amp;nbsp; เชื่อว่า เป็นผู้คุ้มครองต้นข้าวให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และด้วยความเชื่อที่ว่า แม่โพสพเป็นผู้หญิงตกใจและเสียขวัญง่าย มักทำพิธีรับขวัญทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับต้นข้าว ทั้งช่วงตั้งท้อง เก็บเกี่ยว และนำข้าวเก็บขึ้นยุ้ง ชาวนาเชื่อว่าถ้าแม่โพสพพึงพอใจแล้ว ข้าวในนาจะอุดมสมบูรณ์ ไม่มีแมลงรบกวน &amp;nbsp;รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจชาวนาได้ดี ที่น่าสนใจของประกอบในพิธีตามความเชื่อ พระแม่โพสพเป็นหญิง อยากทานอาหารเหมือนคนท้อง เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว มะยม มะเฟือง รวมทั้งรักสวยรักงาม จึงมีเครื่องแต่งกาย เช่น สไบ สร้อยทอง หวีกระจก แป้งจันทร์ น้ำมันหอม&amp;nbsp; เชื่อว่า การรับขวัญข้าวแบบไทย คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ แวะเวียนมาชมและทำความรู้จักประเพณีคู่วิถีชาวนาไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูแปลงนากลางกรุง ชมประติมากรรมพระแม่โพสพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนใจสามารถมาสัมผัสแปลงปลูกข้าวกรุงที่นิทรรศการข้าวไทยได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 19 ส.ค.2561 ณ โครงการ ล้ง 1919 ถนนเชียงใหม่ ย่านคลองสาน &amp;nbsp;เปิดทำการทุกวัน จะล่องเรือเพื่อมาล้ง โดยสารรถสาธารณะ หรือขับรถส่วนตัวก็สะดวกรวดเร็วทันใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวไทย, ธนาคารกสิกรไทย, นากลางกรุง, นาริมแม่น้ำเจ้าพระยา, นาล้ง, นิทรรศการข้าวไทย, ล้ง1919</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b7161429036c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข้าวไทยได้เฮ ‘จีนสั่งซื้อแสนตันจีทูจี ลุ้นประมูลอีก 2.5แสนตันที่ฟิลิปปินส์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ไทยสามารถตกลงราคาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ในส่วนของข้าวแสนตันที่ 5 จากสัญญาซื้อขาย 1 ล้านตัน ที่ไทยและจีนได้ตกลงกันไว้ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ โดยกำหนดส่งมอบในเดือนมี.ค.-เม.ย.2561 และหลังจากนี้ ไทยจะเร่งเจรจากับจีนให้รับมอบข้าวในส่วนที่เหลืออีก 5 แสนตัน จนครบ 1 ล้านตันตามสัญญาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขณะนี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยหน่วยงานนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ (NFA) ได้ประกาศนำเข้าข้าวปริมาณ 2.5 แสนตัน โดยเปิดประมูลแบบจีทูพี (รัฐต่อเอกชน) และจะนำเข้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิ.ย.2561 คาด NFAอ จะประกาศเปิดประมูลอย่างเป็นทางการภายในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าไทยจะประมูลได้ และจะเป็นปัจจัยบวกต่อสถานการณ์ข้าวนาปรังปีการผลิต 2561 ของไทย เนื่องจากมีตลาดมารองรับผลผลิตข้าว และจะช่วยให้ราคาข้าวขาวที่เกษตรกรขายได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 บาทต่อตันข้าวเปลือก&amp;quot;นายอดุลย์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอดุลย์กล่าวถึงความคืบหน้าการระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่เหลืออยู่อีก 2 ล้านตัน ว่าจะไม่กระทบต่อผลผลิตข้าวนาปรังฤดูกาลการผลิตปี 2561 ที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาด และราคาที่เกษตรกรจะได้รับ เนื่องจากข้าวคงเหลือในสต๊อกของรัฐที่รอการระบายนี้ เกือบทั้งหมดเป็นข้าวที่จะระบายเข้าสู่อุตสาหกรรม ไม่ใช่ข้าวสำหรับการบริโภค อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้ระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลไปแล้วกว่า14.84 ล้านตัน ทำให้สามารถลดปริมาณข้าวส่วนเกินที่เป็นอุปสรรคและบิดเบือนระบบกลไกตลาดการค้าข้าวไทยมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวไทย, จีทูที, จีน, ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa00743a4866.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
