<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ประชุมคกก.นโยบายข้าว เห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปี 64-65 รอบที่ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ส.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้อง&amp;nbsp;PMOC&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์โดยมี&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ข้าวโลกข้าวไทย&amp;nbsp;ความต้องการใช้ข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ความคืบหน้าผลการดำเนินมาตรการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2563/64&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการประชุม&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;บูรพชัยศรี&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเกษตรกร&amp;nbsp;จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลเกษตรกรและประชาชนให้ดีที่สุด&amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังแสดงความห่วงใยต่อปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแข่งขันกับต่างประเทศที่มีราคาข้าวถูกกว่าของไทย&amp;nbsp;การขาดแคลนตู้สินค้าค่าระวางเรือที่สูง&amp;nbsp;โรงสีขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;แม้ผู้ส่งออกจะได้รับผลดีในเรื่องของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าถึงร้อยละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก&amp;nbsp;รวมถึงการบริหารจัดการตู้สินค้าสำหรับข้าวให้เพียงพอ&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังเสนอแนะแนวทางช่วยเหลือชาวนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ทำนาได้ปีละครั้ง&amp;nbsp;โดยให้หันมาปลูกพืชอื่นควบคู่การปลูกข้าวให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนสามารถมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้นในการเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวแทนการเข้ามาหางานทำในเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการมาตรการคู่ขนาน&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือแนวทางการจัดสรรงบประมาณพร้อมจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อนำเสนอครม.&amp;nbsp;พิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินโครงการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อประชาชนเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมยังเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ครบวงจรในระยะที่&amp;nbsp;2 (ปี&amp;nbsp;2565 &amp;ndash; 2568)&amp;nbsp;โดยกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ร่วมเป็นหน่วยงานร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;และให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ร่วมดำเนินการประชาสัมพันธ์และการตลาดข้าวอินทรีย์และข้าว&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;รวมทั้งเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จัดสรรโควตาร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของโควตาการส่งออกข้าวไปยังสหภาพยุโรป&amp;nbsp;(EU)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,700&amp;nbsp;ตันต่อปี&amp;nbsp;สำหรับจัดสรรให้เฉพาะผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;และเห็นชอบให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในโครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ที่ดำเนินโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประโยชน์ที่จะได้รับคาดว่าคือ&amp;nbsp;เกษตรกรมีตลาดรองรับผลผลิตข้าวคุณภาพที่แน่นอนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;(ข้าว&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นตันละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ข้าวอินทรีย์เพิ่มขึ้นตันละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;รวมถึงขยายพื้นที่การผลิตข้าวคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์และข้าว&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;ไร่นอกจากนี้&amp;nbsp;เกษตรกรและผู้บริโภคยังมีสุขภาพที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ลดการนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรและสารตกค้างในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114243</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.นโยบายข้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61234fd64ed8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
