<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.วัคซีนฯปูพรมฉีดเข็มแรก ไฟเขียวปชช.&quot;Walk in&quot; ฉีดวัคซีน ควบคู่นัดผ่าน&quot;หมอพร้อม&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 พ.ค.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมทั้งในที่ประชุมและรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้รับทราบนโยบายของรัฐบาลที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ในการจัดหาและให้บริการวัคซีนโควิด 19 ให้เพียงพอกับคนไทยทุกคนและผู้อาศัยอยู่ในประเทศไทยใน 3 แนวทาง คือ 1.การเพิ่มจำนวนวัคซีนจากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ 100 ล้านโดส &amp;nbsp;เป็น 150 ล้านโดส 2.การเร่งทำงานเชิงรุกเพื่อเจรจากับผู้ผลิตหลายรายมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น และ 3.การปรับแนวทางการฉีดวัคซีน โดยเร่งปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชนจำนวนมากที่สุด ช่วยลดโอกาสรับเชื้อ ลดความรุนแรงและการเสียชีวิต ดังนั้น จึงต้องลดอุปสรรคการเข้าถึงวัคซีน จึงให้มีการเข้าถึงทั้งรูปแบบการนัดผ่านหมอพร้อม ผ่านองค์กรต่างๆ ที่นำบุคลากรมาฉีดเป็นกลุ่ม และการเดินเข้ามารับวัคซีน ดำเนินการทั่วประเทศ โดยจังหวัดไหนพร้อมสามารถดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ละจังหวัดจะต้องฉีดให้ได้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร โดยการกระจายวัคซีนจะเน้นพื้นที่ระบาดก่อนเพื่อควบคุมโรค โดยจังหวัดจะกำหนดจุดฉีดวัคซีน และแบ่งสัดส่วนวัคซีนสำหรับระบบนัดและการเดินเข้ามารับวัคซีน ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม แต่ทุกจุดฉีดวัคซีนต้องดำเนินการตามมาตรฐาน เฝ้าระวังอาการหลังฉีด ไม่ว่าเข้ามาในรูปแบบใด เมื่อรับวัคซีนแล้วจะมีการบันทึกข้อมูลในหมอพร้อมเพื่อติดตามอาการ นัดมารับวัคซีนเข็มที่สอง และออกใบรับรองการฉีดวัคซีน&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดหาวัคซีนโควิด 19 สำหรับประชากรไทยในปี 2565 โดยให้เร่งรัดเจรจากับผู้ผลิตที่มีการพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 ที่สามารถครอบคลุมไวรัสกลายพันธุ์ ส่งมอบได้ภายในไตรมาส 1 ของปี 2565 และเร่งรัดการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วยแพลตฟอร์มใหม่ สนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนแบบรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส แนวทางการขึ้นทะเบียนวัคซีนที่วิจัยพัฒนาในประเทศ และแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศในการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 3 โดยจะรายงาน ศบค.รับทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดหาวัคซีนไม่ได้เป็นการซื้อครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกรอบกว้างๆ เพื่อจัดหาวัคซีนให้ได้มากที่สุด ให้ประเทศไทยมีทางเลือกวัคซีนรุ่นใหม่ ยี่ห้อใหม่ ครอบคลุมสายพันธุ์เพิ่มเติมให้มากที่สุด หากประเทศผู้ผลิตต้นทางเกิดสถานการณ์การระบาดที่อาจมีการชะลอการจัดส่ง ทำให้ประเทศไทยมีทางออกในหลายทาง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102704</URL_LINK>
                <HASHTAG>#walk in แีดวัคซีน, #ฉีดวัคซีน, คกก.วัคซีนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bc495f2c6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายบอร์ดสุขภาพรอดูท่าทีป.ป.ช.ก่อนตัดสินใจลาออกหรือไม่ ส่วนกก.&quot;สช.&quot;ยื่นแล้ว 8คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ธ.ค.61&amp;nbsp;-นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)กล่าวว่า คณะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บอร์ด คือ บอร์ดนโยบาย มีการลาออกไป 5&amp;nbsp;คน และบอร์ดบริหารมีการลาออก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน ภายหลังมีประเด็นการยื่นทรัพย์สินตามประกาศของ ป.ป.ช. ซึ่งการลาออกไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะถูกตรวจสอบแต่เนื่องมาจากการที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นภาระมากเกินไป&amp;nbsp;เพราะการที่มาเป็นกรรมการส่วนใหญ่ก็มาด้วยจิตอาสาไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ ตนก็ไม่สามารถห้ามหรือยับยั้งได้ ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พลเดช กล่าวอีกว่า ภายหลังที่ ป.ป.ช.บอกว่าจะมีการทบทวนก็ต้องมาดูว่า จะทบทวนเปลี่ยนแปลงไปทางไหน อย่างไร ก่อนจะพูดคุยกับคณะกรรมการที่ลาออกว่าจะเปลี่ยนใจหรือไม่หากสถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะกรรมการที่เหลือก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการลาออกเพิ่ม ต่างรอดูท่าทีของ ป.ป.ช.ก่อน เพราะเมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ย.2561&amp;nbsp;ทาง สช.ได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. มาชี้แจงต่างๆและเปิดให้มีการซักถามก็มีคณะกรรมการจากบอร์ดอื่นมาร่วมรับฟังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารรพ.บ้านแพ้ว(บอร์ดรพ.บ้านแพ้ว) และกรรมการวัคซีนแห่งชาติ(บอร์ดวัคซีน) กล่าวว่า รพ.บ้านแพ้วเป็นองค์การมหาชน&amp;nbsp;ตามประกาศของป.ป.ช. คณะกรรมการบริหารรพ.บ้านแพ้วจะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบอร์ดชุดใหม่แทนบอร์ดชุดเดิมที่หมดวาระเมื่อเดือนพ.ย.2561&amp;nbsp;แต่บอร์ดชุดเดิมที่ต้องรักษาการไปจนกว่าจะได้บอร์ดชุดใหม่จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ส่งผลให้บอร์ดรพ.บ้านแพ้วในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;คนจาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คนแสดงความจำนงในการลาออกเพราะไม่ต้องการที่จะยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ป.ป.ช.มีการขยายเวลาการดำเนินการเรื่องนี้ออกไปก่อน จึงได้มีการระงับการขอลาออกดังกล่าวไว้ อาจเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงรักษาการและอาจจะได้บอร์ดชุดใหม่ก่อนระยะเวลาที่ป.ป.ช.ขยายเวลาออกไป ในส่วนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ(บอร์ดวัคซีน)ยังไม่มีกรรมการท่านใดแสดงความประสงค์ที่จะลาออกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวในแวดวงสาธารณสุข กล่าวว่า&amp;nbsp;ประกาศของป.ป.ช.เป็นเรื่องที่มีเจตนาที่ดี ซึ่งตามหลักกฎหมายจำเป็นที่จะต้องป้องกันการคอรัปชั่นแต่เป็นการดำเนินการที่ผิดสัดส่วน&amp;nbsp;โดยก่อนที่ป.ป.ช.จะออกประกาศเช่นนี้ ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับองค์กรต่างๆก่อน ไม่ใช่ออกมาแบบเหมาเข่ง จากนั้นจึงกำหนดความจำเป็นในการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้เหมาะสมตามสัดส่วน โดยองค์กรที่มีอำนาจมาก หรือมีงบประมาณมากควรให้ทั้งแสดงบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการคอรัปชั่นได้มาก ส่วนองค์กรที่มีอำนาจน้อยและมีงบประมาณไม่มีอาจกำหนดเพียงให้แสดงบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และเมื่อกำหนดหลักเกณฑ์แล้วก็ควรต้องใช้เวลาเพื่อให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดองค์กรต่างๆมีเวลาในการคิดและตัดสินเลือกเองว่าจะยังต้องการเข้ามาเป็นบอร์ดอยู่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีขององค์กรต่างๆด้านสุขภาพและสาธารณสุข เช่น รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ได้รับประมาณสนับสนุนจากรัฐน้อยกว่ารพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎ หรือรพ.มหาราชนครราชสีมากถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เท่า แต่ต้องโชว์บัญชีทรัพย์สินแต่รพ.อื่นๆไม่ต้องโชว์ หรือกรณีร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ บอร์ดก็ต้องแสดงทรัพย์สิน ขณะที่ร.ร.อื่นๆอีกมากไม่ต้องแสดง หรือสวรส.และสรพ.ที่ได้รับงบประมาณปีละราว&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;ล้านบาท ลำพังมาใช้เป็นค่าตอบแทนบุคลากรก็แทบจะไม่เหลือแล้ว และบอร์ดก็ได้รับเพียงเบี้ยประชุมเดือนละ6,000-12,000&amp;nbsp;บาทไม่มีเงินเดือนหรือเงินอื่น ก็น่าจะกำหนดเฉพาะให้แสดงบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะก็เพียงพอแล้ว ขณะที่สปสช.ที่มีงบประมาณหลักแสนล้านบาท แต่แท้จริงก็เป็นเงินเดือนบุคลากรสาธารณสุขและจัดสรรให้รพ.เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็กำหนดการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัคซีนแห่งชาติ, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, บอร์ดสช.ลาออก, ป.ป.ช., รพ.บ้านแพ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1481297f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
