<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดร.จิราพร &quot;ตอก&quot;สุริยะ&quot;ไม่ได้เห็นดีเห็นงาม เลิกแบน3สารเคมี ยันที่ประชุมไม่ได้ลงมติ ไม่มีการนับองค์ประชุม ประธานเดินเครื่องเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 มีมติเลื่อนกำหนดห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2 ชนิด คือพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน ส่วนไกลโฟเซต เปลี่ยนจากการห้ามใช้เป็นเพียงการจำกัดการใช้ ซึ่งหลังจากการประชุมดังกล่าว รศ.ภญ.จิราพร นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ประกาศลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะ ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ได้ชี้แจงว่าที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านจนได้ข้อยุติโดยไม่มีใครคัดค้าน รวมทั้งได้ช่วยกันร่างข้อมูลโดยมีเลขานุการเป็นคนพิมพ์มติฯ และ รศ.ภญ.จิราพร ยังเป็นคนเดินไปให้ฝ่ายเลขาฯ แก้ไขข้อมูล จึงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมจึงเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดวันที่ 29 พ.ย. 2562 รศ.ภญ.จิราพร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;เรียน คุณสุริยะ ประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดิฉันไม่ได้ร่วมร่างมติ เพียงได้กล่าวในที่ประชุมให้คงข้อ 1 ที่ขอให้แบนสารทั้งสามตามมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค. โดยขอให้ย้ายมาเป็นข้อที่ 2 จึงเดินไปที่ฝ่ายเลขา และเมื่อเห็นว่ามีหลายคนกำกับ จึงเดินกลับด้วยความหดหู่ ย้ำอีกครั้งว่าในที่ประชุมไม่มีการลงมติ ไม่มีการนับองค์ประชุม ดังนั้น ในฐานะประธานจะไปแถลงข่าวอ้างเสียงมติเอกฉันท์ไม่ได้ ดิฉันขอยืนยันจุดยืนเดิมของดิฉันในการแบนสารเคมี 3ามชนิดมาโดยตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51401</URL_LINK>
                <HASHTAG>.จิราพร ลิ้มปานานนท์, คกก.วัตถุอันตราย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, เลิกแบน3สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0dc1b7ea05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่โยนเผือกแบน3สาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ขัดข้องขยายเวลาแบนสารพิษ ชี้เป็นเรื่องคกก.วัตถุอันตราย แค่ขอต้องหาวิธีและมาตรการที่เหมาะสม &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ยันไร้ความขัดแย้ง เชื่อเดี๋ยวก็คุยกันได้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ข้องใจคกก.วัตถุอันตรายไม่รับรองมติแบน 3 สารเคมีเดิมก่อนลงมติใหม่ จี้ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; แจงเหตุผล ลั่นเอาแน่คืนกรมวิชาการเกษตร &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ครวญโดนหักหลัง &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ปัด ก.เกษตรฯ ขอเลื่อนแบนสารพิษ โยนปลัดเกษตรฯ เสนอเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วัตถุอันตราย) มีมติการขยายเวลาการแบนสารพิษออกไปอีก 6 เดือน ว่าตนไม่ได้ขัดข้องในเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งเรื่องของการยกเลิกก็ไม่ได้ขัดแย้ง เพราะมองในแง่สุขภาพประชาชนและผู้บริโภค ซึ่งต้องมาดูรายละเอียดอีกที เมื่อ คกก.วัตถุอันตรายพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ต้องหาวิธีการและมาตรการที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็ว่ากันมา ผมไม่สามารถไปสั่งได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่ทำงานมา และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินการให้ได้ เพื่อลดความขัดแย้ง ลดปัญหาจากภาคเกษตรด้วย คงไม่ขัดแย้งในเรื่องนี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เดี๋ยวก็คงคุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า มติของ คกก.วัตถุอันตรายต้องย้ำว่าให้รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธาน คกก.วัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข มารายงานให้ทราบ ว่ายังไม่มีการลงมติใดๆ อีกทั้งมติเดิมก็ยังมีการรับรอง แล้วจะอย่างไรต่อไป ดังนั้นต้องไปถามนายสุริยะ ซึ่งตนจะรอฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังยึดหลักของ สธ. คือเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชน ต่อให้ คกก.วัตถุอันตรายมีมติอย่างไรก็ตาม แต่กระทรวงยืนยันว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามติที่ประชุมออกมาอย่างไรเราก็เคารพ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าตั้งแต่มีมติออกมาได้พูดคุยกับนายสุริยะแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้เจอกันนิดนึงที่สภา ก็ไม่มีอะไร เรื่องนี้อย่าเอาไปผูกกับการเมืองเป็นอันขาด คนละเรื่องกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของสารพิษ และเป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งนายสุริยะแม้เป็นประธานกรรมการ แต่ก็เป็นหนึ่งเสียงในคณะกรรมการชุดนั้น เป็นผู้นำการประชุม ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์ที่จะไปชี้นำหรือไปเปลี่ยนมติอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คกก.วัตถุอันตรายลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้แบน 3 สารนั้นในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ และกรมวิชาการเกษตรจะต้องทำเรื่องมาให้ที่ประชุมกรรมการลงนาม แต่ในการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการทำเรื่องมาให้ประธานกรรมการลงนาม และการประชุมดำเนินต่อไปอย่างไรไม่ทราบ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าที่กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือตรงถึงที่ประชุมเลย ไม่ผ่านน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตามสายงานถือว่าข้ามขั้นตอนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็เขาก็ข้ามขั้นตอนอย่างนี้มาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นตนก็ต้องไปพูดคุยกันในพรรคภูมิใจไทยเราก่อน ในเมื่อควบคุมกันไม่ได้และปวดหัวกันอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่าจะทู่ซี้คุมไปทำไม ก็ต้องเสนอไปถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ถ้าจะคืนก็ต้องทำหนังสือขอคืนด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ก็ต้องเขียนลงไป จากนั้นต้องให้นายเฉลิมชัยพิจารณาว่าจะให้ดูต่อหรือจะเปลี่ยนกรม ในเมื่อรัฐมนตรีเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญายืนยันทำเต็มที่แล้ว หลังจากนี้ประชาชนต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าตนเป็นคนอย่างไร และไม่คิดว่าโดนหักหลังจากมติดังกล่าว ในฐานะที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร อยากให้ประชาชนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้เรื่องการแบน 3 สาร อยู่นอกเหนือหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งถ้าส่งคืนกรมวิชาการเกษตรอยากแลกดูแลกรมชลประทานมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกหลัง คกก.วัตถุอันตรายพลิกมติการแบน 3 สารพิษ ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม หนึ่งใน คกก.วัตถุอันตราย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศขอลาออกจาก คกก.วัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของประธาน คกก.วัตถุอันตราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้งสาม และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค. และ 2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเซตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพ และไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&amp;quot; ภญ.จิราพรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงจุดยืน สธ.ต่อการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดยืนของ สธ.ไม่เคยเปลี่ยนแปลงต่อการแบน 3 สาร ต่อจากนี้ไปจะเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเยาวชนรุ่นหลัง ทั้งจากพัฒนาการล่าช้า และโรคต่างๆ เช่น โรคสมองเสื่อม มะเร็ง&amp;quot; นพ.สุขุมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ให้เป็นมติของ คกก.วัตถุอันตราย ว่าอย่างไรตนพร้อมปฏิบัติตามนั้น ซึ่งการที่นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไปเสนอขยายเวลาแบนสารออกไป ก็เป็นสิทธิของปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตนไม่ก้าวก่าย ไม่เคยสั่งการ และไม่มีหนังสืออะไรทั้งสิ้นออกไปจาก รมว.เกษตรฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้คุยเรื่องขยายเวลาแบนสารกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งการตัดสินใจอย่างไร ผมไม่ไปก้าวก่าย ทุกอย่างเป็นเรื่อง คกก.วัตถุอันตราย ผมขอยืนยันอีกครั้งไม่มีการสั่งการ ไม่มีหนังสือใดๆทั้งสิ้น ถ้าใครมีให้เอาออกมา ผมชี้แจงไปแล้วก็ยังไม่มีก็ยังไม่จบ&amp;quot; รมว.เกษตรฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ในการทำงานของ รมว.เกษตรฯ กับ รมช.เกษตรฯ อย่าง น.ส.มนัญญา จะเดินหน้ากันไปอย่างไร เมื่อเกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว และจะแลกกรมวิชาการเกษตรกับกรมชลประทานหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะให้กรมวิชาการเกษตรมาดู ใครทราบก็ตอบให้ด้วย และรอยร้าวไม่มี ไม่ต้องเคลียร์ ย้ำว่าในการทำงานไม่มีรอยร้าว ยังนัดกินข้าวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนัดกินกันตามปกติทั้งคณะอยู่แล้ว ไม่ใช่นัดกับนายอนุทินคนเดียว ส่วนกินเมื่อไหร่ไม่บอก เดี๋ยวเป็นประเด็นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย ส.ส.กลุ่มตัวแทนเกษตรกร แถลงขอบคุณ คกก.วัตถุอันตราย ที่มีมติขยายแบนสารอันตราย 2 ชนิด และยกเลิกการแบนสารไกลโฟเซต ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า วันนี้คนกลุ่มหนึ่งคิดว่าเมื่อยกเลิกสารเคมี 3 ตัวดังกล่าวแล้วจะทำให้พวกเขาปลอดภัยจากการซื้อผักผลไม้ในตลาดมารับประทาน แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ยังมีการใช้สารเคมีตัวอื่นที่เรายังไม่ได้ยกเลิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้อาจมีความเข้าใจผิดถึงการขยายเวลาแบนสารพิษ ไม่ใช่การตัดสินใจของนายสุริยะเพียงคนเดียวตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้น เป็นมติจากคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นการพูดคุยและหารือกันของผู้เชี่ยวชาญจากทุกๆ ด้าน ที่ผ่านมานายสุริยะแสดงท่าทีเคียงข้างและยึดประโยชน์ของประชาชนมาตลอด ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นานทุกฝ่ายจะหาทางออกเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมหลายประเภท&amp;quot; ส.ส.พรรค พปชร.กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51363</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, ขยายเวลาแบนสารพิษ, คกก.วัตถุอันตราย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfcc8be4682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาหี่!แบน3สารพิษ กลับมติยืดเวลาอีก6เดือนภูมิใจไทยพาเหรดจวกยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มติ &amp;quot;คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่&amp;quot; ยกเลิกแบนสารไกลโฟเซต แค่จำกัดการใช้ พร้อมขยายเวลายกเลิกสารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.63 อ้างข้อมูลการไกลโฟเซตยังไม่พบส่งผลเสียต่อสุขภาพ แฉ &amp;quot;กรมวิชาการเกษตร&amp;quot; ทำหนังสือขยายเวลาแบนไม่ผ่าน รมช.เกษตรฯ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ผิดหวังแต่ไม่เสียหน้า ยันไม่ใช่เกมการเมือง แค่จุดยืนทำงานต่างกัน &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ขอคืนกรมวิชาการเกษตรแลกกรมชลฯ บอกคุมไม่ได้แล้ว &amp;quot;ชาดา&amp;quot; ปลุก ปชช.จุดเทียนหน้าบ้านไม่เอาสารพิษ-รมต.หนุนสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมว.ยุติธรรม) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นประธานการประชุม คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่ เพื่อพิจารณาเรื่องการเลื่อนการยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร ประกอบด้วย พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะแถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จากจำนวนผู้เข้าประชุม 24 เสียง ให้เลื่อนการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส คือการปรับระดับสารเคมีทั้ง 2 จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ออกไปอีก 6 เดือน คือในวันที่ 1 มิ.ย.2563 จากเดิมที่กำหนดไว้ให้ยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สารทั้ง 2 ชนิดส่งผลต่อสุขภาพประชาชน ส่วนที่เลื่อนยกเลิกการใช้ออกไป เพราะหากยกเลิกการใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีสารเคมีทั้ง 2 ไว้ในครอบครอง ทำให้เกิดความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท&amp;quot; นายสุริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน คกก.วัตถุอันตรายกล่าวว่า ในส่วนสารไกลโฟเซต ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ใช้ได้ต่อไป แต่ต้องจำกัดการใช้ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเดิมเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2561 ซึ่งสาเหตุที่ให้ใช้ต่อ เพราะหากยกเลิกการใช้จะทำให้ไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ถั่วเหลืองไม่ได้ และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายอย่าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการหาสารเคมีทดแทนสารเคมีทั้ง 2 ชนิด ประธาน คกก.วัตถุอันตรายกล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเร่งหามา แล้วให้นำมาเสนอต่อที่ประชุมในอีก 4 เดือนข้างหน้า เช่นเดียวกับการหามาตรการลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบายเพิ่มว่า ขณะนี้ห้ามนำสารพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเข้าประเทศแล้ว แต่ยังสามารถขายและใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย.2563 ส่วนไกลโฟเซตที่ให้ใช้ได้ต่อตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข้อมูลทางวิชาการยังไม่พบว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพประชาชนและเกษตรกร ทั้งสหรัฐเองก็ไม่ได้ห้ามการใช้สารชนิดนี้ โดยปัจจุบันไทยมีสต๊อกของสารเคมีทั้ง 3 รวมกันอยู่ประมาณ 23,000 ตัน สำหรับสารไกลโฟเซต เป็นสารเคมีที่สหรัฐทำหนังสือให้รัฐบาลไทยทบทวนการยกเลิก&amp;quot; อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากผลการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการแบน สารไกลโฟเซต และขยายเวลาการยกเลิกการใช้สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือนนั้น กลุ่มงานสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้แจ้งหมายการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2562 ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย.2562 เวลา 09.30-11.00 น. ณ ห้องประชุมวีนัส ชั้น 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้วาระการประชุมจะมีเรื่องความคืบหน้าการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 พ.ศ.2562 การทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว และ 4รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง แต่เชื่อว่าหลังการประชุมแล้วนายอนุทิน น่าจะมีการแถลงท่าทีกรณี คกก.วัตถุอันตราย ที่ยกเลิกการแบนสารพิษดังกล่าว&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;#39;อนุทิน&amp;#39;ผิดหวังมติ คกก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังมติ คกก.วัตถุอันตรายออกมา น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตรที่แอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา 3 กรณี หลังจากมติแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยแบ่งเป็น 1.ขยายระยะเวลา 1 เดือน 2.ขยายระเวลา 3 เดือน 3.ขยายระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่แจ้งให้ทราบ มาแอบเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รองนายกฯ อนุทินและ รมช.มนัญญามีความไม่พอใจอย่างมากที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งที่เป็นหน่วยงานในการดูแลของ รมช.เกษตรฯ กลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเอกสารดังกล่าวลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำส่งเข้าที่ประชุมทันที&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นายอนุทินได้เรียก น.ส.มนัญญาไปที่รัฐสภา เพื่อประชุมพรรค แสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย และรอมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย อีกทั้งนายอนุทินไม่พอใจอย่างมากและคาดว่าประเด็นนี้จะเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ทราบจากตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข คือ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ร่วมประชุม คกก.วัตถุอันตรายว่า ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขยืนยันต่อที่ประชุมให้มีการแบนสารเคมีในภาคเกษตร ในวันที่ 1 ธ.ค. ตามมติเดิมของคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสียงข้างมากในที่ประชุมวันนี้ ก็ให้การแบนพาราควอตและคลอไพริฟอสออกไปอีก 6 เดือน ส่วนไกลโฟเซต ให้กลับไปใช้มติเก่าคือการจำกัดการใช้ แล้วกระทรวงสาธารณสุขจะไปทำอะไรได้ ต้องก้มหน้าก้มตารักษาคนไข้ต่อไป&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสข่าวเรื่องนี้มีผลต่อการร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการพิจารณาของกรรมการแต่ละคนที่มีความเป็นอิสระ ซึ่งท่าทีของกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าอะไรที่มีปัญหากับสุขภาพประชาชนจะเห็นด้วยไม่ได้ และก็ยืนยันให้มีการแบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่า คงต้องรอฟังก่อน เพราะกรรมการวัตถุอันตรายชุดนี้มีระดับ รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธาน ก็ต้องฟังที่ท่านแถลง จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการเป็นผู้บริหารจัดการประเด็นเหล่านี้ต่อไป กระทรวงสาธารณสุขสุดซอยแล้ว นางมนัญญาก็สุดซอยแล้ว ทำเต็มที่เพื่อปกป้องสุขภาพ และรักษาชีวิตพี่น้องประชาชนแล้ว เมื่อมีมติออกมาแล้ว ฝ่ายปกป้องชีวิตประชาชนเป็นเสียงข้างน้อยจะให้ทำอะไร ก็ต้องทำตามกฎหมาย เพราะมตินี้ออกโดยคณะกรรมการฯ ถ้าออกโดยรัฐมนตรีค่อยเป็นประเด็นทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวผิดหวัง แล้วจะอย่างไร หากมีกฎหมายที่ รมว.สาธารณสุขสามารถหักล้างมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ และสามารถสั่งการได้เอง ผมจะเซ็นเดี๋ยวนี้เลย แต่นี่ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแบนสารพิษนั้นไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เราต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีคณะกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาคส่วนต่างๆ เมื่อออกมติออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับเท่ากับเราไม่เคารพกฎหมาย อีกหน่อยถ้าเราออกอะไรบ้างเขาไม่ยอมรับบ้างก็จะไม่จบ ดังนั้นเรื่องนี้ก็ต้องยอมรับไป กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ถ้ามีปัญหาก็ขอให้ทุกคนโชคดี ส่วนกระทรวงสาธารณสุขก็ยินดีรับรักษา&amp;quot; รองนายกฯและ รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า เรื่องนี้จะเป็นรูเล็กๆ บนเรือเหล็กที่อาจจะเป็นเหตุให้เรือล่ม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ตนเป็นช่างอ๊อก จบวิศวกรรมโลหะ&amp;nbsp;
ฉุนกรมวิชาการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า ดูเหมือนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการขับเคลื่อนให้มีการแบนสารเคมีภาคเกษตร แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับเป็นอีกแนวทางหนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนมีภารกิจต่างกัน อุตสาหกรรมก็มีมุมมองทางด้านอุตสาหกรรม เกษตรก็มีมุมมองทางด้านเกษตร ส่วนสาธารณสุขก็มีมุมมองทางด้านสาธารณสุข สมมติว่าไม่มีกรรมการชุดนี้ก็แพ้อยู่ดี เพราะ 2 ต่อ 1 แต่เราต้องไม่แพ้แบบนักเลง เราต้องยอมรับว่าในเมื่อ 3 คนต้องมาให้ความเห็นร่วมกัน อย่างที่บอกว่าหากอยากให้มาเอาตามเราต้องไปขอกฎหมายที่เราสามารถทำได้ หากตนสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็ทำอยู่แล้ว แต่นี่ทำไม่ได้ จึงต้องพยายามให้เกิดการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดกับประชาชน กับเกษตรที่ใช้สารเคมีเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.มนัญญายืนยันว่า การประชุมวันนี้ไม่ได้มีการโหวต ยังเป็นมติเดิมของวันที่ 22 ต.ค. เพราะการประชุมครั้งนี้ไม่มีการสอบถาม ไม่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงผลการประชุม จึงอยากถามว่าเขามาจากประชาธิปไตยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เผด็จการ ส่วนตนจะเดินหน้าอย่างไร ก็ขอให้ไปถามคณะกรรมการฯ ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ถ้าจะเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่ที่ประชาชน ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการคืนกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ น.ส.มนัญญากล่าวว่า ถ้าอยากจะเอากรมที่เราชอบ ขอเป็นกรมชลประทาน และเอาวิชาการเกษตรคืนไป เพราะเรากำกับดูแลไม่ได้ และคนที่คิดว่ากำกับและสั่งการได้ก็เอาไปดูแลเลย เพราะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ อยู่แล้ว เพราะตอนนี้กรมชลฯ ถูกทอดทิ้งชาวนาไม่มีน้ำใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม หากเกิดอะไรขึ้นต่อประเทศนี้ในเรื่องของสารพิษ และต้องบอกให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไรจึงมีมติยกเลิกแบบนี้ออกมา จะต้องบอกให้ชัดเจนว่าเป็นการลงมติหรือการแถลง ซึ่งตามขั้นตอนแล้วจะต้องยกเลิกมติเดิมก่อน แล้วจึงจะมีการประชุมเพื่อขอมติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่เราทราบมายังไม่ได้มีการลงมติเลย แต่มีการออกมาแถลงรวมๆ ถามว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วมาอ้างว่ากรมวิชาการเกษตรไม่ทำอะไรเลย ซึ่งผมมองว่าหากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่น่าอยู่แล้วกรมวิชาการเกษตร เพราะในช่วงเวลา 1 เดือน ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีแผน ไม่มีการทำอะไรเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมวิชาการเกษตรขาดไม่ได้เลยกับสารนี้ น่าจะเอาไปกินที่บ้าน&amp;quot; นายชาดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้มีการพูดคุยกับ น.ส.มนัญญาเรื่องใดบ้าง นายชาดา กล่าวว่า ก็คุยกันตามประสาพี่น้อง ว่าวันนี้เราทำหน้าที่และพยายามเต็มที่แล้ว แล้วเราจะคืนกรมวิชาการเกษตรให้กับรัฐมนตรีว่าการไปดูแลเอง เราขอเปลี่ยนกรมใหม่ เพราะหากอยู่ในสภาพแบบนี้เรารับไม่ได้ ส่วนกรมวิชาการเกษตรจะเอาไปให้ใครดูแลก็แล้วแต่ รมว.เกษตรฯ อย่างไรก็ตาม เท่าที่คุยกับ น.ส.มนัญญาก็ไม่แฮปปี้ ใครจะไปพอใจทุกคนก็ไม่แฮปปี้อยู่แล้ว แต่มันก็สุดทางเราแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะลาออกทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะคนที่จะต้องลาออกน่าจะเป็นคนที่ทำไม่ถูกต้อง วันนี้ตนคิดว่าประชาชนต้องออกมาดีกว่า หรือว่าจะให้จุดเทียนหน้าบ้าน ถ้าประชาชนจุดเทียนหน้าบ้านทุกหลังว่าไม่เอาสารพิษ รัฐมนตรีที่เอาสารพิษก็จบทุกอย่าง และต้องพิจารณาตัวเอง&amp;quot; นายชาดาตอบข้อถามที่ว่ามีความจำเป็นที่ น.ส.มนัญญาต้องลาออกหรือไม่.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51287</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, กรมวิชาการเกษตร, คกก.วัตถุอันตราย, ยกเลิกแบนสารไกลโฟเซต, ยังไม่พบส่งผลเสียต่อสุขภาพ, ยืดเวลาอีก6เดือน, รมต.หนุนสารพิษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7ac30ae67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโอไทย&quot;จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี  เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ย.62-หลังคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับลำ มีมติไม่แบน 3 สารเคมีเกษตร ทั้งที่มีมติแบนไปแล้วและจะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.2562 &amp;nbsp;โดยให้ยืดอายุการใช้งานของพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;ส่วนไกลโฟเซต ให้ใช้อย่างมีการควบคุม &amp;nbsp;ล่าสุดเพจของBIOTHAI ได้โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสนับสนุนการแบน 686 องค์กรผิดหวังกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่อนุญาตให้มีการใช้ไกลโฟเซตต่อไป และยืดเวลาการบังคับใช้การแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไปอีก 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจ ซึ่งมาจากการผลักดันและสนับสนุนโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืช โดยผลักภาระความเสี่ยงแก่ประชาชนทั้งประเทศทั้งเกษตรและผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุญาตให้ใช้สารไกลโฟเซตซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติระบุว่าเป็นสารน่าจะก่อมะเร็ง และศาลสหรัฐตัดสินให้บริษัทมอนซานโต้-ไบเออร์ต้องเยียวยาและชดใช้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนเงินมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยืดเวลาการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไป เป็นการเอื้อเฟื้อบริษัทสารพิษให้ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อคสินค้าทั้งๆที่พวกเขานำเข้ามาเพื่อเก็งกำไรจำนวนมหาศาลก่อนหน้านี้ โดยปล่อยช่วงเวลาอีก 6 เดือนเพื่อจำหน่ายต่อเกษตรกรทั้งๆที่รู้ว่าเป็นสารที่มีผลต่อสุขภาพทั้งของเกษตรกร ผู้บริโภค และเด็กๆของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจนี้ต้องเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจนี้ และประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศที่สนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงจะเดินหน้า ขับเคลื่อนให้มีการยกเลิกการใช้ไกลโฟเซต และสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป และจะแถลงมาตรการและแนวทางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พฤศจิกายน 2562
เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51257</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต, แบนพาราควอต, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde3faacbc58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายสตรีแห่ให้กำลังใจ &#039;มนัญญา&#039;ยันไม่ท้อลุยแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความขอบคุณที่กลุ่มเครือข่ายสตรีในชุมชน กทม. กับมูลนิธิเครือข่ายหญิงชายก้าวไกล&amp;nbsp; ที่มาให้กำลังใจที่กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp; ซึ่งแม่ได้อุ้มลูกชายแบเบาะวัยเพียงเดือนเศษ และหญิงตั้งครรภ์ เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมชูป้าย ติดแฮทแท็กเซฟมนัญญา ให้เดินหน้าแบน 3 สารต่อไปเพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดย น.ส.มนัญญา มาถึงกระทรวงฯ ลงจากรถมาอุ้มเด็กชาย พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคนที่มายืนเคียงข้าง จะเดินหน้าทำในเรื่องที่ดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามาด้วยความมุ่งมั่นสิ่งที่ทำจะเกิดสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศและคนไทย โดยก่อนหน้านี้มีคนบอกแล้วว่า ถ้ารัฐมนตรีจะรับเงินง่ายกว่า แต่รัฐมนตรีแบนทำยาก ถามว่ารับเงินแล้วไปทำอะไร&amp;nbsp; แต่แบนสารพิษมีผลประโยชน์กับผู้หญิง และเด็กที่กำลังจะเกิดมาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีสมองดี เรื่องการแบนสารเคมีผลประโยชน์กับประชาชนทุกคน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูสิเด็กเล็กๆ เขารับรู้อะไร อยู่ดีๆ มารับสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำเอาไว้&amp;nbsp; พี่ไป อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย&amp;nbsp; เด็กนักเรียนที่นั่นน่าสงสารมาก ทางสาธารณสุขไปตรวจเลือด พบมีสารตกค้างในเลือด ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่อึดใจ จะรู้มติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย พี่ไม่หนักใจเพราะยืนยันทุกอย่างทำเพื่อสุขภาพพี่น้องคนไทยได้ผลักดันการแบน 3 สาร เต็มที่แล้ว ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรจะเดินหน้าต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นส.มนัญญา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันนี้ กรมวิชาการเกษตรเสนอให้ขยายระยะเวลาหลังจากแบน 3 โมเดล คือ ยืดจากมีประกาศแบนไป 1 เดือน&amp;nbsp; ยืดไป 3 เดือน และ ยืดไป 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวอังคณา อินทะสา ตัวแทนมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้กำลังใจ น.ส.มนัญญา หลังถูกโจมตีจากฝ่ายสนับสนุนให้ใช้สารเคมี เพื่อให้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชนต่อไป และถือเป็นความกล้าหาญทางนโยบายที่จะถูกบันทึกไว้ เพราะมีกลุ่มที่เสียประโยชน์จากการแบนครั้งนี้ต้องการขัดขวางและยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน ไม่ควรมีการขยายเวลาต่อไปอีก ในฐานะผู้บริโภคต้องการวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการทำอาหาร และผลักดันการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, มนัญญา, มูลนิธิเครือข่ายหญิงชายก้าวไกล, ยืด6เดือน, เครือข่ายสตรี, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da47d93deb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบบีบรัฐเลิกมติแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ม็อบชุดดำ&amp;quot; ต้านแบน 3 สารเคมีมาตามนัด บุกจี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยุติการแบน อ้าง รธน.มาตรา 73 เปิดช่องให้อำนาจเกษตรกรมีสิทธิ์เลือก ตะเพิด &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; พ้นเก้าอี้ เซ่นสร้างความเดือดร้อน &amp;quot;กลุ่มหนุน&amp;quot; ไป สธ. เดินหน้ายกเลิกใช้ 3 สารพิษต่อ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; ขอ 2 ฝ่ายคุยกันหาทางออก &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำถ้าอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันไม่ได้ &amp;quot;รมช.เกษตรฯ&amp;quot; ขอรอฟังมติ คกก.วัตถุอันตรายหารือ 27 พ.ย.นี้ ลั่นหากล้างมติเดิมต้องมีเหตุผลมากกว่าแบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย. กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ประมาณ 2,000 คน ซึ่งนัดหมายสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรปลอดภัย นำโดยนายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรปลอดภัย, กลุ่มเครือข่ายคนรักแม่กลอง นำโดย น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร, กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและแนวร่วมผู้ได้รับผลกระทบจากการเเบน 3 สารเคมีเกษตร นำโดยนายชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่าย และกลุ่ม 3 สมาคม นำโดย ดร.วีระวุฒิ กตัญญูกุล ประธานสมาคมไทยธุรกิจเกษตร, ดร.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ ประธานสมาคมอารักขาพืชไทย และ ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮ้าส์ ประธานสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย รวมทั้งเกษตรกร รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเดินเท้าไปยังบริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการแบน 3 สารเคมี ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้ทบทวนมติการแบนสารเคมีดังกล่าว มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตราย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านการยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในภาคการเกษตร เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ และจนถึงขณะนี้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยังมิได้มีมาตรการรองรับผลกระทบจากการยกเลิกต่อเกษตรกร อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ตลอดจนผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ชนิดอย่างเร่งรีบและไม่มีมาตรการรองรับ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 มาตรา 73 เนื่องจากการยกเลิกส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรจำนวนมากกว่า 2 ล้านครัวเรือนไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นทางกลุ่มจึงขอให้รัฐบาลดำเนินการยุติการยกเลิกศาลทั้งสามชนิดจนกว่าจะมีผลการศึกษาทบทวนข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างถี่ถ้วน รอบคอบและเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบผลการศึกษาอย่างชัดเจน และให้บังคับใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระหว่างมีการศึกษาทบทวน เพื่อส่งเสริมการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยภายใต้แนวทางของเกษตรกรปลอดภัย&amp;quot; ท้ายแถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อัญชุลี หนึ่งในแกนนำ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;5 ข้อ คือ 1.เกษตรกรขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในมาตรา 43 (3) ประกอบมาตรา 77 ทวงสิทธิ์ผลการรับฟังความคิดเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สาร 2.ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยในมติหรือการให้ความเห็นของคณะกรรมการ การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายอื่น และการออกประกาศของ รมว.อุตสาหกรรม หรือรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ ให้คำนึงถึงสนธิสัญญาและข้อผูกพันระหว่างประเทศอื่นประกอบด้วย 3.ขอเรียกร้องให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่สร้างความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงให้แก่เกษตรกรทั้งประเทศจนนำมาสู่การชุมนุมคัดค้านในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ตลอดจนข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานโยบายด้านสารเคมีแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เสนอการแบนสารเคมีทางเกษตรทั้ง 3 ชนิด ให้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะใบรายงานการตรวจสอบที่ยืนยันว่า ตรวจสารตกค้างของสารทั้ง 3 ชนิด ออกมายืนยัน 5.ขอเรียกร้องให้นักวิชาการแสดงความรับผิดชอบและยืนยันว่างานวิชาการที่ตนวิจัยนั้นมีความถูกต้องตามหลักวิชาการจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. ทางกลุ่มเดินเท้าต่อไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือกับทางรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการแบน 3 สารเคมีอันตรายดังกล่าวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 27 พ.ย. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ รมว.สาธารณสุขด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนหลายเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ, เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา, &amp;nbsp;เครือข่ายเยาวชนนักขับเคลื่อนสังคม, เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ฯลฯ กว่า 40 คน ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ผ่านทางนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน สธ.และรัฐบาล เดินหน้าแบน 3 สารพิษอันตราย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกหลานไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มค้านแบน 3 สารพิษ และกลุ่มสนับสนุนแบน 3 สารพิษว่า เมื่อความเห็นเป็นสองฝ่าย ต้องหาทางออกที่เหมาะสม โดยหารือร่วมกัน การแสดงออกทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนน่าจะอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันถึงขนาดเกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปหาข้อมูล ซึ่งผมรับฟังข้อมูล โดยเฉพาะเกษตรกรที่บอกว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีและยังไม่พร้อมจะใช้สารชนิดอื่น เพราะเกรงว่าจะมีราคาแพง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะให้หยุดใช้ ก็พิจารณาบนพื้นฐานของสุขภาพประชาชน จึงต้องเก็บข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณาว่าจะหาทางออกอย่างไร&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ยืนยันไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งอะไรกับกลุ่มคัดค้านการแบน 3 สารพิษ แต่เรื่อง 3 สารเคมีทางการเกษตรก็ยังเป็นไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งชัดเจนแล้วว่าทั้ง 3 สารจะต้องหยุดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อเรียกร้องที่จะให้ขยายเวลาจากวันที่ 1 ธ.ค. ออกไป มีการพูดคุยกันหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯ เราต้องรับฟังทุกฝ่ายและมาประเมินว่าควรจะทำอย่างไรให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด แต่ผมรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข นโยบายคืออะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันให้ไม่ได้&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 พ.ย.นี้ก่อน แล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งแม้จะมีการชุมนุมคัดค้านการแบน 3 สารพิษออกมาเคลื่อนไหว สำหรับตนเองไม่มีผล เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และตามมติของคณะกรรมการฯ ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่คณะกรรมการฯ จะเดินหน้าไปแบบไหนมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก็ต้องให้หลายฝ่ายเป็นผู้ตัดสินดู ตอนนี้เรายื่นสุดมือแล้ว จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางคณะกรรมการฯ ที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหน ซึ่งหลังจากวันที่ 27 พ.ย. เราจะมาประชุมกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางออกมาแบบไหน แต่ความจริงการลดละเลิกเป็นนโยบายของนายกฯ อยู่แล้ว ที่ต้องการจะลดละเลิกการใช้สารเคมีในประเทศไทยให้น้อยลง เราทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51194</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, ต้านแบน 3 สารพิษ, รธน.มาตรา 73, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกรมีสิทธิ์เลือก, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd39b80fcd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิชาการเกษตร จับมือกระทรวงอุตฯ ดิ้นพราดๆ ออกแบบฟอร์มให้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็น เห็นด้วยหรือไม่ รายชื่อ3สารเคมีที่ถูกแบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4พ.ย.62-รายงานช่าวแจ้งว่า ในเว็บไซต์ www.doa.go.th &amp;rsaquo; mainกรมวิชาการเกษตร &amp;nbsp;เปิดรับฟังความคิดเห็น &amp;nbsp;เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อ 3สารเคมีเกษตร ที่ถูกประกาศว่าจะมีการแบน &amp;nbsp; และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค.2562 &amp;nbsp; ทั้งนี้ในเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร ได้ขึ้นข้อความให้ผู้ที่สนใจ เข้าไปแสดงความคิดเห็น ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการแบน 3 สารเคมี และให้เข้าไปแสดงความคิดเห็น &amp;nbsp;ผ่านทางที่แบบฟอร์มของคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp; http://www.doa.go.th/main/?page_id=7161 &amp;nbsp;ภายในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการแนบรายละเอียดบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ดาว์นโหลที่ http://www.doa.go.th/rubfung/ard/opinion.pdf มาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ แบบฟอร์มดังกล่าว ที่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น ลงชื่อโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, การแบน3สารเคมี, คกก.วัตถุอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfb1551eca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
