<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อ เห็นชอบ 4 ข้อ เตรียมการเปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 8/2564โดยมีนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมการประชุมและประชุมผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ของไทยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อคงตัว วันนี้มีผู้ติดเชื้อใหม่ 17,491 ราย รักษาหาย 22,134 ราย เป็นผลจากมาตรการต่างๆ เช่น การล็อคดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม การตรวจค้นหาเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK และนำเข้าระบบการรักษาที่บ้าน/ ชุมชน การเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุม ตั้งแต่เดือนนี้มีวัคซีนเข้ามาเพิ่มทั้งไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ส่งไปทั่วประเทศ ขณะนี้ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 27 ล้านโดส ผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มคิดเป็นร้อยละ 28 โดยวันนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้หารือ 4 ประเด็นสำคัญในการควบคุมโรคโควิด 19 คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การเปิดประเทศอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ (Smart Control and Living with Covid-19) เตรียมเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านภาวะวิกฤต มีเป้าหมายเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ให้จำนวนผู้ป่วยหนักไม่เกินศักยภาพระบบสาธารณสุขรองรับได้ ใช้กลยุทธ์ ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงการพัฒนาวัคซีนใหม่อย่างครบวงจร มาตรการ DMHTT และ Universal Prevention เพิ่มการทำงานเชิงรุกด้วยหน่วยเยี่ยมบ้านเคลื่อนที่ (CCRT) ใน กทม. ปริมณฑล และพื้นที่ระบาด ให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจโควิดด้วยตัวเอง และคัดกรองด้วย Antigen Test Kit &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2. เห็นชอบหลักการมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and seal) สำหรับสถานประกอบกิจการ ในพื้นที่ที่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ใช้แนวคิดกลุ่มคนที่แข็งแรงและอยู่เป็นกลุ่มในพื้นที่จำกัด ไม่ปะปนกับบุคคลภายนอก ใช้การสุ่มตรวจเพื่อประเมินสถานการณ์ ถ้าพบการติดเชื้อเกิน ร้อยละ 10 แยกไปรักษาที่รพ.สนาม และเฝ้าระวังคนที่เหลือให้สามารถทำงานต่อไปได้ เมื่อครบ 28 วัน ตรวจภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ตรวจพบภูมิคุ้มกันจะสามารถทำงานต่อไป กลับบ้านได้ ผลดีคือ ไม่ต้องปิดโรงงาน แรงงานได้ค่าจ้าง เศรษฐกิจไปต่อได้ โดยมีกลไกด้านการสื่อสารทำความเข้าใจ ให้คำแนะนำและระบบพี่เลี้ยง ด้านกำกับประเมินผล ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3.เห็นชอบร่างกฎกระทรวง เรื่อง การแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่พาหนะจะเข้ามาถึงด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. .... และร่างกฎกระทรวง เรื่อง การยื่นเอกสารต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พ.ศ. ....เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับพาหนะจากต่างประเทศที่จะเข้ามาประเทศไทยทั้งในด่านบก เรือ และอากาศ
&amp;nbsp;และ 4.สนับสนุนให้มีผู้แทนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดร่วมประชุมในคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ตามมติคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 เพื่อให้มีตัวแทนประชาชนในพื้นที่ร่วมรับรู้และร่วมดำเนินมาตรการควบคุมโรคภายในจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ยังได้รับทราบมติคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่เห็นชอบให้ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีน Sputnik V เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114239</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, 120 วันเปิดประเทศ, คกก.โรคติดต่อ, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6123497802fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอโอภาส&quot;สั่งคกก.โรคติดต่อจังหวัดตรวจสอบด่วน กรณี&quot;ไฟเซอร์ &quot;ฉีดนอกกลุ่มหมอ พยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ส.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า หลังจากกระทรวงสาธารณสุขมีการจัดสรรวัคซีน Pfizer ล็อต 1.5 ล้านโดส ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้ไทย ไปยังพื้นที่ต่างๆตามกลุ่มเป้าหมาย กลับพบว่า ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีการจัดสรรวัคซีนให้นอกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นสายงาน Back office &amp;nbsp;ทำหน้าที่ด้านเอกสารได้รับวัคซีนก่อนบุคลากรด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจง กรณีนี้ว่า &amp;nbsp; กรมควบคุมโรคมีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ เป็นไปตามจำนวนที่มีการสำรวจ และจัดสรรให้กับกลุ่มเป้าหมายตามที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อจัดส่งให้กับพื้นที่ต่างๆ พื้นที่เหล่านั้น ต้องดำเนินการตามนโยบาย ให้บริการวัคซีนไฟเซอร์กับกลุ่มเป้าหมายก่อน &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อมีข้อร้องเรียนว่าว่ามีการฉีดให้คนนอกกลุ่มนอกเป้าหมาย จึงได้ให้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ว่าจังหวัดใดก็ตามหากมีเรื่องลักษณะนี้ ให้เร่งลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตรวจสอบแล้ว ขอให้รวบรวมข้อมูลส่งเรื่องเข้ามาที่ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง จะมีคณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 &amp;nbsp;กรณีวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป &amp;nbsp;เนื่องจาก ตามนโยบายการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ล็อตนี้ต้องเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด &amp;nbsp;โดยต้องเน้นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิดก่อน และกลุ่มเสี่ยง&amp;rdquo; นพ.โอภาส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาส กล่าวว่า &amp;nbsp;สถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิดในประเทศไทย ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 14 ส.ค.2564 เวลา 18.00 น. มีผู้รับบริการฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 23,476,869 โดส หากแยกรายละเอียดเข็มที่ 1 จำนวน 17,879,206 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ &amp;nbsp;24.8 &amp;nbsp;ส่วนผู้รับบริการที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มมีจำนวน &amp;nbsp;5,073,672 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 7 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์จะฉีดให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 &amp;nbsp; 2.ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังอายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป &amp;nbsp; 3.ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง &amp;nbsp;4.ผู้ที่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113380</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, คกก.โรคติดต่อ, น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2c4497b709.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตราดผวาคลัสเตอร์ใหม่ระบาด50ราย! เลื่อนเปิดเทอมไป1ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ที่จังหวัดตราด จากการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด ที่มีนายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด เป็นประธานประชุมพิจารณาการขยายเวลาการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาจังหวัดตราด เนื่องจากจังหวัดตราดพบคลัสเตอร์ใหม่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อกว่า 50 ราย ที่ซอยกลางนา ม.1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวทิวา ยายไกล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จันทบุรี ตราด กล่าวว่า มีโรงเรียนระดับมัธยมจำนวน 4 โรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ยังยืนยันที่จะเปิดโรงเรียนที่ 14 มิถุนายน 2564 โดยทั้ง 4 โรงเรียน ผ่านมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนโรงเรียนที่เหลือขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิชชา ครุปิติ รอง ผอ.สพป.ตราด กล่าวว่า ในระดับประถมศึกษามีโรงเรียนจำนวน 4 โรงที่ขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดวิด ส่วนอีก กว่า 100 โรงเรียน ยังคงเปิดตามปกติในที่ 14 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ตราด ได้รับทราบเหตุผลทางหน่วยงานต้นสังกัดที่ดูแลรับผิดชอบสถานศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยมแล้ว ก่อนที่จะมีมติเห็นชอบให้ทุกโรงเรียนเลื่อนเปิดโรงเรียนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ทุกโรงเรียน ตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก ระดับประถม ระดับมัธยมและระดับอาชีวะ เนื่องจากสถานการณ์ของจังหวัดตราดในตอนนี้ มีความเสี่ยงในของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์ซอยกลางนา มีพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วกว่า 50 ราย ในตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106320</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ก.ค., คกก.โรคติดต่อ, ตราด, เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6ee65aa6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบฉีดวัคซีนซิโนแวค ให้ผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;7 พ.ค.64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 โดยมีนพ. โสภณ เมฆธน ผู้ช่วย รมว.สธ. &amp;nbsp;นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมการประชุมและประชุมทางไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 ไปแล้วกว่า 1.6 ล้านโดส ในเดือนพฤษภาคมนี้ มีวัคซีนของซิโนแวคเข้ามาจำนวนมากรวม 3.5 ล้านโดส และกระทรวงสาธารณสุขกำลังจัดหาเพิ่มให้ได้อย่างน้อย 100 ล้านโดส โดยได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการให้บริการวัคซีน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมการให้วัคซีนโดยเร็วที่สุด มีเป้าหมายการให้วัคซีนแก่บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวม 50 ล้านคน ภายในเดือนธันวาคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมี 3 ประเด็นสำคัญต่อการควบคุมโรคโควิด 19 คือ 1. สธ. และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเครือข่ายภาคเอกชน ดูแลวัยทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อยู่ในระบบประกันสังคมจำนวนกว่า 16 ล้านคน โดยภาคเอกชนจะสนับสนุนการจัดบริการฉีดวัคซีน เช่น เพิ่มจุดให้บริการฉีดวัคซีนที่ได้มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขใน กทม. 82 แห่ง และต่างจังหวัด 300 แห่ง โดยมีบุคลากรภาคเอกชนมาร่วมดำเนินการด้วย ซึ่งเพิ่มจากระบบบริการที่เตรียมไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;2.เห็นชอบในหลักการแนวทางปฏิบัติการให้วัคซีนซิโนแวคในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีการวิจัยที่ประเทศจีนว่า การฉีดวัคซีนซิโนแวคในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพดี พบว่ามีความปลอดภัยและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี โดยมอบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการด้านกฎหมายต่อไปหากไม่มีข้อขัดข้องใด ๆ และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;3.การออกกฎหมายลูก (อนุบัญญัติ) ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คือ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ กรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกนอกเคหสถาน ซึ่งมีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและรับเชื้อ ซึ่งจะปรับเกณฑ์การปรับ &amp;nbsp;โดยมีการพิจารณาอนุโลม ยกเว้นหรือลดค่าปรับตามความเหมาะสม เพื่อมิให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับประชาชนจนเกินไปในยุคโควิดที่ลำบากอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังออกประกาศแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเพิ่มเติม ได้แก่ ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ตามตำแหน่งที่กำหนด และข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากการให้วัคซีนแก่ประชาชนคนไทยและการใช้กฎหมายในการควบคุมโรคแล้ว เครื่องมือสำคัญที่ทุกคนสามารถทำได้ คือ มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล ทั้งการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ สแกนไทยชนะ ยังเป็นมาตรการหลักในการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อโรคโควิด 19&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102097</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, #ผู้สูงอายุ, คกก.โรคติดต่อ, วัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094f59a7841f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.1 สั่งเพิกถอนคำสั่งปรับ 500 พ่อค้าไม่สวมหน้ากาก ส่งศาลพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)&amp;nbsp; แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพเอกสารค่าปรับเป็นเงิน 500 บาทของพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 25 เมษายน ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปสถานที่สาธารณะฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล เผยว่า กรณีจับปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ สภ.บางปะหัน ได้รับรายงานว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการอำเภอบางปะหัน มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบหลังพบว่า พ่อค้าแม่ค้าขายกะทิ​ในตลาดสดแห่งหนึ่งไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งขัดกับคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนให้เปรียบเทียบปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ยอมรับว่า พนักงานสอบสวน เข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคให้สามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท แต่ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพล ได้แย้งไปว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท เพราะตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อและตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด อัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท พนักงานสอบสวนไม่สามารถปรับเป็นเงิน 500 บาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในกรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลฯใช้ดุลยพินิจ​ในการสั่งปรับแทน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา เชื่อว่า น่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท&amp;nbsp; ดังนั้น กรณีนี้จึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลฯพิจารณาพร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพละการ ซึ่งจากนี้ จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยังกล่าวถึงกรณีมีคำถามเกี่ยวกับการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ว่า&amp;nbsp; ซึ่งหากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิดตำรวจก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่า ตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, คกก.โรคติดต่อ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สภ.บางปะหัน, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608671b64eec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
