<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอนุมัติ GC จำหน่ายหุ้นซื้อคืน 0.495%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค. 2564 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติโครงการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนของบริษัทฯ เพื่อการบริหารทางการเงิน (Treasury Stocks) จำนวนหุ้นที่จะจำหน่ายคือ 0.495% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือ 22,300,000 หุ้น โดยเป็นหุ้นเดิมที่บริษัทฯ เคยทำการซื้อคืนไว้ในปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายหุ้นซื้อคืนในครั้งนี้ เป็นไปตามกฏเกณฑ์ของตลท. ที่บริษัทฯ สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนหลังเสร็จสิ้นโครงการ Treasury Stock ในระยะเวลา 6 เดือนแต่ไม่เกิน 3 ปี โดยปัจจุบันเหลือระยะเวลาดำเนินการในกรอบดังกล่าวประมาณ 18 เดือน หรือระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน 2564 - 9 ธันวาคม 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวภายหลังวิกฤติโควิด 19 และราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวสูงขึ้น การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนในครั้งนี้ถือว่าเป็นจำนวนหุ้นน้อยมากคือเพียง 0.495% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยมีการบริหารจัดการให้มีความคล่องตัว และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นสูงสุดเนื่องจากมีเวลาดำเนินการนานถึง 1.5 ปี ทำให้สามารถใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพในการขยายการลงทุนโครงการต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ทั้งนี้ treasury stock ตลอดจนการจำหน่ายคืนที่เพิ่งแจ้งตลท.ไปยังช่วยให้บริหารสภาพคล่องส่วนเกินและแสดงถึงความมั่นใจในธุรกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ GC มีกลยุทธ์และแนวทางเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ให้เติบโตในเวทีโลก เพื่อรองรับการขยายและเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ รวมถึงความมุ่งมั่นในการเป็นต้นแบบองค์กรเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104488</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, จำหน่ายหุ้นซื้อคืน, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062d2d0b9f2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC ออกหุ้นกู้ USD Bond แรกของปี 2564 สำเร็จตามเป้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.2564 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC &amp;nbsp;แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท จีซี ศูนย์บริหารเงิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใน GC Group เสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ &amp;nbsp;ประเภทไม่มีหลักประกัน และไม่ด้อยสิทธิให้กับนักลงทุนและสถาบันต่างประเทศ จำนวนรวม 1,250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ เพื่อเดินหน้าสานต่อการลงทุนตามแผนกลยุทธ์ สร้างการเติบโตในเวทีโลก ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ทั้งจำนวน แบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 10 ปี จำนวน 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.98 ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 30 ปี จำนวน 550 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.30 ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และวิกฤตโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โลก GC มองเห็นเป็นโอกาสพร้อมเดินหน้าต่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจในภาพรวม การเสนอขายหุ้นกู้ของ GC ในครั้งนี้จึงนับเป็นหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ แรกในปีนี้ของประเทศไทย และยังเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีที่ GC ออกหุ้นกู้สกุลเงินต่างประเทศ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนและสถาบันต่างประเทศ โดยมียอดจองซื้อกว่า 6 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและการเติบโตทางธุรกิจของ GC เช่นเดียวกับนักลงทุนในประเทศ ซึ่งการออกหุ้นกู้นี้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งของ GC ให้เติบโตในเวทีโลก เพื่อรองรับการขยายและเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจในอนาคต ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ &amp;rdquo; ดร.คงกระพัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard and Poor&amp;rsquo;s และ Moody&amp;rsquo;s ที่ระดับ BBB และ Baa2 ตามลำดับ และได้จดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ &amp;nbsp;สำหรับเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปลงทุนตามกลยุทธ์ที่วางไว้ อาทิ การต่อยอดโครงการการลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การนำไปใช้ในกิจการทั่วไป เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ และภายใน GC Group ในอนาคต เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97763</URL_LINK>
                <HASHTAG>GC, ขายหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ, คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062d2d0b9f2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีซี ลุยซื้อกิจการต่อยอดธุรกิจวางเป้าเข้าอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.2564 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บรัษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ จีซี เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาเข้าซื้อกิจการ(เอ็มแอนด์เอ) ในธุรกิจปลายน้ำหลายโครงการ เช่น โรงงานเม็ดพลาสติกไฮ เพอฟอร์แมน โปรดักส์ ที่บริษัทยังไม่มีฐานการผลิต คาดว่า ได้เห็นการซื้อกิจการภายในปีนี้ เนื่องจากเป็นช่วงจังหวะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว เป็นโอกาสเหมาะในการเข้าซื้อกิจการ เพราะราคาไม่สูง ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายตลาดเข้าสู่อุตสาหกรรมที่บริษัทฯตั้งเป้าหมายได้เร็วขึ้น เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;งบการลงทุนในปี 64 อยู่ที่ 30,000 -50,000 ล้านบาทเป็นงบลงทุนต่อเนื่อง ซึ่งไม่รวมการลงทุนเข้าซื้อกิจการ โดยยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การลงทุนก็ต้องระมัดระวังเพื่อรักษาสภาพคล่อง และศึกษาทบทวนแผนการลงทุนให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน&amp;rdquo;นายคงกระพัน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการในปี 64 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ารายได้จะเติบโตระดับ 8-10% เป็นการเติบโตตามปริมาณการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% เนื่องจากช่วงปลายปี 63 และต้นปี 64 มีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ &amp;nbsp;เช่น โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโอเลฟินส์ เป็นการขยายกำลังการผลิตผ่านการลงทุนในแนฟทา แครกเกอร์ เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบของบริษัทฯ และต่อยอดธุรกิจปลายน้ำในอนาคตด้วยกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตัน และโพรพิลีน 250,000 ตัน มูลค่าโครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท , โครงการโพรพิลีนออกไซด์ และโครงการโพลีออลส์ เพื่อผลิตโพรพิลีนออกไซด์ 200,000 ตันต่อปี และผลิตภัณฑ์โพลีออลส์ 130,000 ตันต่อปี มีมูลค่าโครงการประมาณ 34,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐอเมริกานั้น อยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนรายใหม่ หลังจากที่ผ่านมาบริษัทแดลิม อินดัสเทรียล จากประเทศเกาหลีใต้ &amp;nbsp;ตัดสินใจถอนการลงทุนออกไป ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้เจรจาบริษัทที่สนใจลงทุนประมาณ 2-3 ราย มั่นใจว่า กลางปี 64 จะได้ข้อสรุป รวมทั้งการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย &amp;nbsp;โดยบริษัทได้เจรจากับผู้รับเหมาควบคู่กันไปด้วยกับการหาพันธมิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89790</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, ซื้อกิจการ, พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ จีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd177d65e47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟโครงการพลาสติก(คืน)สุข เชื่อมแพลตฟอร์ม หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากองค์กรต้นแบบด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศและองค์กรผู้นำด้านสถานีบริการน้ำมันอันดับหนึ่งของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR (โออาร์) ได้ร่วมผนึกกำลังก่อตั้ง &amp;ldquo;โครงการพลาสติก (คืน) สุข&amp;rdquo; รับพลาสติกใช้แล้วเพื่อนำกลับสู่ระบบ สร้างมูลค่าเพิ่มอีกครั้ง โดยมิต้องใช้ทรัพยากรใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง MoU โครงการพลาสติก (คืน) สุขระหว่าง GC และ OR พร้อมด้วย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC และนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR เป็นผู้แทนลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการพลาสติก (คืน) สุข&amp;rdquo; เกิดจากแนวคิดของ GC ที่ต้องการยกระดับการแก้ปัญหาโดยการสร้าง YOU เทิร์น Platform นำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบเพื่อนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรืออัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่า หรือนำกลับมาใช้ได้อีกครั้งโดยมิต้องรบกวนทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มเติม โดยการตั้งจุดรับ (Drop Point) ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่ง GC เห็นว่า OR เป็นผู้นำด้านสถานีบริการน้ำมันของไทย และมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เหมาะที่จะตั้งจุดรับพลาสติกใช้แล้วที่ผ่านการทำความสะอาดมาระดับหนึ่ง โดยเริ่มจากพื้นที่ทดลองในเขตกรุงเทพมหานคร และมีแผนจะขยายสู่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า &amp;ldquo;GC ให้ความสำคัญกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้การดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่ Smart Operating ในส่วนโรงงานหรือกระบวนการผลิต Responsible Caring ในส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และสุดท้าย คือ Loop Connecting หรือการสร้างแนวร่วมด้วยการเฟ้นหาพันธมิตรที่มีแนวคิดและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนเข้ามาทำงานด้วยกัน เพื่อเชื่อมโยงให้ครบทั้งกระบวนการ ซึ่ง GC ได้ตอบสนองแนวคิด Loop Connecting นี้ ด้วยการสร้าง &amp;ldquo;YOU เทิร์น Platform&amp;rdquo; ที่มีทั้งจุดรับขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดรับขยะระบบดิจิทัลที่สามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัลได้ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ร่วมกันกับ Digital Drop Point (Mobile Application) เพื่อรองรับการขยายตัวของแพลตฟอร์มดิจิทัลในอนาคต โดยมุ่งหวังให้เกิดการคัดแยกพลาสติกใช้แล้วตั้งแต่ต้นทาง การขนส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อนำไปรีไซเคิลหรืออัพไซเคิล ดังนั้นจึงต้องใช้จุดแข็งของการเป็นสถานีบริการน้ำมัน OR ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ มาเป็นจุดตั้ง &amp;ldquo;ถังพลาสติก (คืน) สุข&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงกับ &amp;ldquo;YOU เทิร์น Platform&amp;rdquo; ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ OR กล่าวว่า OR มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานีบริการน้ำมัน คู่ค้า และคนในชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและคนในชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และได้ริเริ่มโครงการแยก แลก ยิ้ม มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station เห็นความสำคัญของการแยกขยะ และสามารถสร้างประโยชน์ให้ชุมชนในพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ นอกจากนี้ OR ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดเป็นโครงการขวดแลกยิ้ม ทดลองติดตั้งตู้รับคืนขวดพลาสติก PET ที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การได้ร่วมกับ GC จัดตั้งโครงการพลาสติก (คืน) สุข ถือเป็นการต่อยอดการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมการแยกขยะของ OR ไปอีกขั้น ให้สามารถนำขยะพลาสติกที่แยกได้ไปผ่านกระบวนการให้สามารถกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้จุดแข็งในเรื่องเครือข่ายที่ครอบคลุม และอยู่ในทำเลที่ตั้งที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้สะดวก มาเป็นจุดเชื่อมให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมกับโครงการพลาสติก (คืน) สุขได้มากที่สุด ซึ่งหากการดำเนินการทดลองวางจุดรับขยะหรือ Drop Point ในเฟสแรก ได้แก่ ชั้น 1 อาคาร EnCo A ศูนย์เอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ ชั้น 1 อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ และที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาประชาอุทิศ-ลาดพร้าว ได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ OR ก็พร้อมที่จะขยายการวางจุดรับที่สถานีบริการ PTT Station อื่นๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร จนถึงทั่วประเทศต่อไป นอกจากนั้น OR ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่จะสามารถเชื่อมโยงการนำสินค้าที่ผลิตจากพลาสติกที่ทุกคนช่วยกันแยกมาใช้ดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสามารถนำมาจำหน่าย หรือทำกิจกรรมผ่านช่องทางต่างๆ ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ของ OR ได้อีกด้วย จึงอยากขอเชิญชวนผู้บริโภคทุกท่านให้ความสำคัญกับการแยกขยะ เพื่อช่วยรักษาโลกของเรา รวมพลัง ร่วมสร้าง เพื่อทุกวันที่ดีขึ้นไปด้วยกัน คุณจิราพร กล่าวเสริม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณ์ อิ่มแสง, คงกระพัน อินทรแจ้ง, จิราพร ขาวสวัสดิ์, อาทิตย์เอกเขนก, โครงการพลาสติก (คืน) สุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffabbb8b9edf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC เจ๋งคว้าประเมินผลดัชนีชี้วัดความยั่งยืน CDP ในระดับ A สูงสุดในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.2563 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp; GC เปิดเผยว่า GC มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานบนรากฐานของการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าประสงค์ของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ตลอดถึงการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนถึงการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GC ตั้งเป้าหมายด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขต 1 และ 2) ลงร้อยละ 20 จากการดำเนินธุรกิจตามปกติภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน (ปี 2555) โดยมีการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และมีแผนขยายขอบเขตการดำเนินงานสู่โซ่คุณค่า (ขอบเขต 3) อย่างบูรณาการ นอกจากนี้ยังมีการตั้งเป้าหมายด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Management) อย่างบูรณาการทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าว สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม สู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Carbon Disclosure Project (CDP) เป็นองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ด้านบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญต่อโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขององค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีนักลงทุนจำนวนมากให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลของ CDP เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน โดย CDP มีการแบ่งผลการประเมินออกเป็น 8 ระดับ ตั้งแต่ A ถึง D- โดยค่าเฉลี่ยการประเมินองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย และค่าเฉลี่ยการประเมินกลุ่มเคมีภัณฑ์อยู่ที่ระดับ D ซึ่ง GC เป็นบริษัทไทยรายแรก และรายเดียวที่ได้รับผลการประเมินในระดับ A&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86505</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) (GC)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a05364bb76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC โชว์กำไรQ2 1.6 พันล้านอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.2563 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยถึงผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 &amp;nbsp;ว่า GC &amp;nbsp;มีรายได้จากการขายรวม 69,271 ล้านบาท ปรับตัวลดลง26% จากไตรมาส 1/2563 และลดลง 35% จากไตรมาส 2/2562 โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน &amp;nbsp;(ไม่รวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ กำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง) &amp;nbsp;ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 1,409 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1,128 ล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 25% โดยมี Adjusted EBITDA ในไตรมาส 2/2563 อยู่ที่ 6,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 1/2563 แต่ลดลง 15% จากไตรมาส 2/2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net Reversal of NRV) เป็นผลขาดทุนรวม 899 ล้านบาท รวมทั้งผลการขาดทุนตราสารอนุพันธ์ 340 ล้านบาท และจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาสจึงส่งผลให้บริษัทฯ มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,501 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 1,671 ล้านบาท (0.37 บาท/หุ้น) ปรับสูงขึ้นจาก ไตรมาส 1/2563 อีก 119%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ GC จัดเตรียมมาตรการสำคัญและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงที่โลกยังเผชิญวิกฤตโควิด-19 รวมถึงราคาน้ำมัน และสงครามทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับบริษัทฯ โดย GC ยึดหลัก 4 มาตรการสำคัญ คือ 1. ความปลอดภัยของพนักงาน 2. ความต่อเนื่องทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) &amp;nbsp;3. การช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรวม 4. ความชัดเจนในการสื่อสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74676</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, ผลกำไรไตรมาส 2, พีทีที โกลบอล เคมิคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a05364bb76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC จับมือพันธมิตรไต้หวันร่วมลงทุนธุรกิจพลาสติกวิศวกรรม พีพี คอมพาวด์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค. 2563 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า &amp;ldquo;การลงนามในสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท &amp;nbsp;ไดนาเค็ม ฮ่องกง จำกัด (Dynachem (Hong Kong) Limited: Dynachem) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกวิศวกรรม (Engineering Plastics) ประเภทพีพีคอมพาวด์ (Polypropylene Compound) และการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 41.5% &amp;nbsp;ในบริษัท &amp;nbsp;ไดน่าชิสโซ ไทย จำกัด (Dynachisso Thai Co. Ltd : DYCT) นั้น เป็นไปตามกลยุทธ์ &amp;lsquo;Step Change การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ฐานการผลิตของ GC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;rsquo; โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายขึ้น และสอดคล้องกับนโยบายของ GC ในการสร้างพันธมิตรเพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ด้วยความสามารถในการทำพีพีคอมพาวด์ของไดน่าชิสโซ่ ไทย ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่มอุตสาหกรรม ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงช่วยทำให้ GC Group สามารถขยายตลาดเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รวดเร็วขึ้น เป็นการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำและ High Value Product (HVP) ให้กับเม็ดพลาสติกพีพี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างครบถ้วน สำหรับตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย Michael Tang กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดน่าชิสโซ ไทย จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ GC ในการผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกวิศวกรรม ประเภทพีพีคอมพาวด์ (Polypropylene Compound: PP Compound) สำหรับผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ การคมนาคม การขนส่ง อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการเตรียมพร้อมในการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตัล (5G) ซึ่งเป็นรากฐานของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความร่วมมือในโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เม็ดพลาสติกวิศวกรรม ประเภทพีพีคอมพาวด์ (Polypropylene Compound: PP Compound) เป็นการพัฒนาคุณสมบัติจาก PP ปกติทั่วไป โดยการใช้สารเติมแต่งชนิดต่างๆ อาทิ เส้นใย ไฟเบอร์แบบสั้น (Short Glass Fiber) และแบบเส้นยาว (Long Glass Fiber), สารเติมแต่งประเภทแร่ (Mineral Filler) ยางสังเคราะห์ &amp;nbsp;สารเพิ่มการทนต่อแรงกระแทก เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เช่น การผลิตคอนโซลภายในรถยนต์ และกันชนของรถยนต์ รวมไปถึงฝาครอบของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ &amp;nbsp;สำหรับ บริษัท &amp;nbsp;ไดน่าชิสโซ ไทย จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี ด้วยกำลังการผลิต 30,000 ตันต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70716</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกระพัน อินทรแจ้ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), พีพีคอมพาวด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f03eb4066315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
