<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.สั่งคงดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจอ่วมพิษโควิดรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ต่อปี โดยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลงลงมากจากการระบาดของโควิด-19 รอบ 3 ซึ่งส่งผลกระทบการใช้จ่ายในประเทศและแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจในปัจจุบันคือการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ทันการ ขณะที่มาตรการด้านการเงินต้องเร่งกระจายสภาพคล่องไปยังภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ที่จะช่วยเหลือได้ตรงจุดมากกว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ระดับต่ำ และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ยนโยบาย, ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60924564ded90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง.เอกฉันท์คงดอกเบี้ย 0.50%ประคองเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมทั้งประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวได้ที่ 3% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 3.2% และเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% ในปี 2565 โดยขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมบ้าง จากการปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยว และผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97137</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คงดอกเบี้ยนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605af43fec74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กนง.&#039;เชื่อโควิดระลอกใหม่ไม่สะเทือนเศรษฐกิจตรึงดอกเบี้ย 0.50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำและความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า จึงยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ และรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการนเงินที่มีจำกัด เพื่อใช้ในจังหวะที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิผลสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กนง. ยังได้ปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 จะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ที่ติดลบ 6.6% จากคาดการณ์เดิมที่ ติดลบ 7.8% จากการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้น ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.2% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.6% ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นที่ระดับ 4.8% ในปี 2565 ส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชณะนี้นั้น มองว่าจะมีผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะมองว่าการระบาดจะอยู่ในวงจำกัด และกินระยะเวลาไม่นานเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น รวมทั้งเชื่อว่าภาครัฐจะสามารถบริหารจัดการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในไตรมาส 3/2563 เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยต่อเนื่องมาถึงไตรมาส4/2563 โดยเป็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและดีกว่าที่คาด มาจากการบริโภคและการส่งออกเป็นสำคัญ ส่วนการระบาดของโควิด-19 นั้น เชื่อว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะมีมาตรการควบคุมออกมา โดยจะเป็นมาตรการในลักษณะที่ตรงจุด โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มการฟื้นตัวได้ แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำสูงมากในระยะสั้น ดังนั้นหลังจากนี้จึงต้องจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการจากภาครัฐที่ออกมาว่าจะเข้มข้นแค่ไหน อย่างไร&amp;rdquo; นายทิตนันทิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิตนันทิ์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขจีดีพีในปี 2564 ถูกปรับลดลงพอสมควร ส่วนหนึ่งมาจากสมมุติฐานเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงเหลือ 5.5 ล้านคน จากเดิมที่ 9 ล้านคน ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า รวมถึงประสิทธิผลและการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยประเมินว่าในช่วงไตรมาส 2/2564 ประชากรของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศสำคัญมากกว่า 30% จะเข้าถึงวัคซีน และในไตรมาส 3/2564 ประเทศนักท่องเที่ยวหลักของไทยจะเข้าถึงวัคซีนได้เกินกว่า 30% ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะเข้าถึงวัคซีนได้ประมาณ 20% ภายในสิ้นปี 2564 ส่วนปี 2565 คาดว่าภาพรวมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป โดยนโยบายการเงินยังต้องผ่อนคลายต่อเนื่อง มาตรการทางการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทันการณ์ ขณะที่มาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดำเนินนโยบายด้านอุปทานเพื่อปรับรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ รวมถึงรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการ กนง. ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87800</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงดอกเบี้ยนโยบาย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2fcf5e3393.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง. สั่งคงดอกเบี้ยที่ 0.50% หวังประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และให้เน้นมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดมากขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นกว่าคาด แต่ก็ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า และยังต้องการแรงสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84250</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงดอกเบี้ยนโยบาย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.), ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef35759df094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรฯคาดประชุมกนง.คงดอกเบี้ยที่ 0.5% ต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 &amp;nbsp;ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในการประชุม กนง. ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เพื่อรอดูภาวะเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 2/2563 ที่คาดว่าจะหดตัวลึกสุดในรอบปี ที่จะเผยแพร่ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ซึ่งหากตัวเลขหดตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะเพิ่มแรงกดดันให้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อีกทั้ง คาดว่า กนง. คงจะรอติดตามประสิทธิผลของมาตรการการเงินและการคลังที่ได้ออกมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ปัจจุบันถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทีมเศรษฐกิจใหม่ของทั้งทางธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ซึ่งตลาดคาดหวังว่าจะมีการออกมาตรการทางการเงินและการคลังชุดใหม่ที่สอดประสานกันในระยะข้างหน้า ดังนั้น กนง. คงจะไม่พิจารณาเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมที่จะถึงนี้ เพื่อรอดูมาตรการต่างๆ ที่จะออกมาก่อน ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ขณะที่ความสามารถในการดำเนินนโยบายทางการเงินและการคลัง (policy space) มีจำกัดมากขึ้น ภาครัฐคงต้องพิจารณาออกนโยบายที่มุ่งเน้นให้มีประสิทธิผลมากที่สุด โดยธนาคารแห่งประเทศไทยคงพยายามดำเนินนโยบายด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ลดดอกเบี้ย แต่มุ่งเน้นนโยบายที่จะมีประสิทธิผลต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนโดยตรง และมีผลกระทบต่อกลไกทางเศรษฐกิจมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีการระบาดซ้ำในหลายประเทศที่ดูจะรุนแรงกว่าในรอบแรก ขณะที่การพัฒนาวัคซีนยังมีความไม่แน่นอนและคาดว่าจะใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะสามารถผลิตออกมาใช้อย่างกว้างขวางได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวช้าลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังเศรษฐกิจไทยที่มีการพึ่งพาภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวในระดับที่สูง ขณะที่มาตรการเยียวยาของภาครัฐในรอบแรกก็ใกล้จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี การว่างงานของไทยยังคงอยู่ในระดับสูงซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งกำลังซื้อและเศรษฐกิจในประเทศต่อไป โดยประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำให้ภาครัฐอาจจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า สำหรับนโยบายทางการเงิน แม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจได้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายยิ่งเข้าใกล้ศูนย์ ประสิทธิผลของการปรับลดดอกเบี้ยก็จะยิ่งลดลง แต่หากสถานการณ์มีความจำเป็น อาทิ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มทรุดตัวอย่างรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดซ้ำ เป็นต้น การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายก็อาจยังคงมีความเป็นไปได้ในระยะข้างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73389</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงดอกเบี้ยนโยบาย, ประชุม กนง., ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1d479411a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
