<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้เกมซักฟอกจะจบไปแล้ว แต่ผลพวงยังพ่นพิษไม่หยุดหย่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้ฝ่ายค้านจะคว่ำรัฐบาลไม่ได้ ด้วยเพราะธรรมชาติของระบบรัฐสภาใช้เสียงข้างมากตัดสิน แต่รัฐบาลกลับเล่นกันเอง ทำให้ฝ่ายค้านยืนหัวเราะฟันโยก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้รู้หมดใครมีไส้กี่ขด นิสัยเป็นยังไงกันบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการโหวตไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ นอกจากงูเห่าโผล่กันยั้วเยี้ยแล้ว ยังมีพวกจับกลุ่มรับจ๊อบเป็นงานๆ ต่อรองผลประโยชน์ ว่ากันว่าเงินสะพัดอิ่มกันพุงกาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาแต่ละพรรคการเมืองกระเพื่อม ผู้บริหารพรรคนอนก่ายหน้าผาก จะลงโทษด้วยการขับออกจากพรรคก็ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ ส.ส.ให้เป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของใคร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วกกลับมาที่บรรยากาศในห้องประชุมสภากันบ้าง&amp;nbsp; ตลอดเวลาของการอภิปรายก็เป็นห่วงกันว่าจะทันตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะขาประท้วงที่แต่ละพรรคจัดตั้งขึ้นมาไม่สนใจเรื่องเวลา ยึดอย่างเดียวว่าป่วนได้ก็ป่วน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ พ่อมดดำ-สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่ประธานการประชุม เล่าให้เหล่า ส.ส.ฟังในช่วงเช้าว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในอดีตเคยอภิปรายกันถึง 3 วัน 3 คืน แต่รัฐบาลโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านลุกขึ้นตอบสั้นๆ ว่า สิ่งที่กล่าวมาไม่เป็นความจริง ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ชี้แจงที่จะพูดเท่านี้ก็สามารถทำได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกเย็นวันเดียวกัน ภายหลังที่ นิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับเหล็กไหลจาก คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย ซึ่งเป็นการรับของกำนัลเกิน 3,000&amp;nbsp; บาท ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. รวมทั้งประเด็นล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซง เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงคิว ลุงป้อม ลุกขึ้นชี้แจง กระจอกข่าวตั้งแท่นพิมพ์ตาม แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวตอบสั้นๆ &amp;ldquo;สิ่งที่ท่านพูดมาไม่เป็นความจริงเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮั่นแน่ เลียนแบบพ่อใหญ่จิ๋วหรือเปล่าเนี่ย อิอิ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94018</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, คันปากอยากเล่า, นิคม บุญวิเศษ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มินนี่เมาธ์, สุชาติ ตันเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.จ่อเชือด &#039;คฑาเทพ&#039; หลังนั่งประชุมร่วมรัฐสภาในนาม &#039;พรรคไทยรักไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพบภาพในระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้ &amp;nbsp;ที่นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พลังไทยรักไทย นั่งในที่ประชุมสภา และในนาม&amp;quot;พรรคไทยรักไทย&amp;quot; ทำให้เป็นที่จับตาของสื่อฯ ว่าพรรคดังกล่าวมาได้อย่างไร และเกิดคำถามเหตุใดสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงมีการจัดที่นั่งในนามพรรคดังกล่าว เนื่องจากชื่อพรรคไทยรักไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชื่อพรรค &amp;quot;พรรคไทยรักไทย&amp;quot;นั้น พบว่านายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2563 &amp;nbsp;ขอเปลี่ยนชื่อพรรคตามมติที่ประชุมใหญ่พรรคพลังไทยรักไทย &amp;nbsp;เป็นชื่อพรรค &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยรักไทย&amp;quot; แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่อนุญาต &amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าชื่อดังกล่าวคล้ายคลึงกับพรรคไทยรักไทยที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค &amp;nbsp;และมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติ​ประกอบ​รัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง 60 &amp;nbsp;กำหนดว่าการจัดตั้งพรรคไม่ให้ใช้ชื่อซ้ำ พ้อง หรือคล้ายคลึงกับพรรคการเมืองที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค &amp;nbsp;และยังไม่พ้น 20 ปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคฑาเทพ ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองอีกครั้งแต่นายทะเบียนพรรคการเมืองยังคงยืนตามความเห็นเดิม &amp;nbsp;ทำให้ นายคฑาเทพไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดชื่อตามคำขอ &amp;nbsp;โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางสำนักงาน กกต. เห็นว่าการที่นายคฑาเทพ &amp;nbsp;นำชื่อพรรค &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยรักไทย&amp;quot; ดังกล่าวไปใช้ &amp;nbsp;เข้าข่ายเป็นความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ว่ามีการกระทำขัด มาตรา 94 ประกอบ มาตรา 110 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 60 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp;ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางสำนักงานฯจะได้มีการเสนอเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองดำเนินการทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92513</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, พลังไทยรักไทย, ไทยรักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60227cca7b2f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปปช.ลุยสอบโคตรเหล็กไหล700ล้าน&#039;คฑาเทพ&#039;ท้าพิสูจน์กับตา​29​ต.ค​.ที่​จ.อำนาจเจริญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18​ ต.ค.​62-​ นายคฑาเทพ​ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย​ เปิดเผยว่า​ ทางสำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช)​ ได้ติดต่อตนเพื่อจะส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักตรวจสอบทรัพย์สิน​ เดินทางไปพบกับตนที่พรรคพลังไทยรักไทย​ จ.อำนาจเจริญ​ ในวันที่​ 29​ ต.ค.นี้ เพื่อตรวจสอบความมีอยู่จริง​ของมหาเหล็กไหลและโคตรเหล็กไหลที่ได้แจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูล​ รายละเอียดใดๆ​ จากผม​ โดยยินดีให้ข้อมูลทุกอย่าง​ ตั้งแต่ที่มาที่ไป การได้มาครอบครอง​ และที่มาของตัวเลขราคาที่ได้ยื่นไป​ ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเมินค่าไม่ได้​ และต้องพูดไปตามความเป็นจริงว่าได้มาอย่างไร​ แต่ผมไม่ได้ขาย​ เพราะเมื่อเป็น​ ส.ส.​ เมื่อแจ้งบัญชีไปก็ต้องอธิบายความได้&amp;nbsp; เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริง&amp;quot;นายคฑาเทพ​ กล่าว
ทั้งนี้นายคฑาเทพ แจังบัญชีทรัพย์สินต่อปปช.ว่ามีเหล็กไหล มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48308</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, ปปช.-เหล็กไหล, โคตรเหล็กไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da92d776d4dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้าโชว์หลักฐานหนุนม็อบฝรั่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; แจงจ้างล็อบบี้ยิสต์ใช้เงินส่วนตัว ปัดปลุกชังชาติ ท้าโชว์หลักฐานพันม็อบไล่บิ๊กตู่ พปชร.ข้องใจพิรุธเพียบ บี้ทำการเมืองโปร่งใส &amp;quot;ชัช เตาปูน&amp;quot; ยันยังหนุนรัฐบาล รวม 4 พรรคเล็กแค่ดันนโยบาย ส.ส.โคตรเหล็กไหลจ่อยื่น กกต.เปลี่ยนชื่อพรรคเป็น &amp;quot;ไทยรักไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารจ้างบริษัท APCO Worldwide ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเมืองไทยว่า ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นการกระทำที่ทำตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาทุกอย่าง โดยเป็นการจ้างองค์กรเพื่อทำหน้าที่ช่วยติดต่อประสานงานในการเดินทางไปพบกับองค์กรและบุคคลต่างๆ ในสหรัฐ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเมื่อจบงานแล้วไม่ได้มีการติดต่อกับองค์กรดังกล่าวอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เงินว่าจ้างบริษัทดังกล่าวเป็นเงินส่วนตัว หรือใช้เงินของพรรคนั้น นายธนาธรกล่าวว่า เป็นการใช้เงินส่วนตัว เพราะในสัญญามีชื่อของตนอย่างชัดเจน แต่ส่วนตัวจำเนื้อหาไม่ค่อยได้ ขอให้ไปอ่านรายละเอียดในเอกสารว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าเป็นเรื่องทั่วไป ส่วนที่มีการเชื่อมโยงกับม็อบที่ไปประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขณะไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ที่นครนิวยอร์กนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลที่สืบทอดมาจากรัฐประหาร จำเป็นต้องสร้างศัตรูสมมติ เพื่อป้ายสีให้ตนเป็นคนชังชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอยืนยันใน 2 ประเด็นคือ 1.ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบ หากใครมีหลักฐานขอให้นำมาแสดง ผมทำถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐมาตลอด หากอยากจะตรวจสอบ ขอให้ไปตรวจสอบคนที่ทำผิดกฎหมายประเทศออสเตรเลีย และ 2.ยืนยันว่าไม่ได้ชังชาติหรือสร้างความแตกแยก เรามีแต่เจตนาดี อยากพาสังคมไทยไปข้างหน้า กลับไปเป็นประชาธิปไตย ไม่มีรัฐประหาร&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เท่าที่ฟังการชี้แจงจากพรรคอนาคตใหม่พบพิรุธหลายอย่าง และตอบไม่เคลียร์จนนักวิชาการและหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยหลายฝ่ายมองว่านายธนาธรอาจจะเกี่ยวพันกับม็อบที่ไปยืนประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งไม่อยากไปกล่าวหา เพราะมองว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่ไม่สมควรทำการเมืองแบบมีวาระซ่อนเร้น แต่เท่าที่ดูข้อมูลของ ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ นักวิจัยนั้น มีข้อสงสัยมากมาย และสัญญาจ้างล็อบบี้ยิสต์ยังอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ม็อบที่ไปประท้วงนายกรัฐมนตรีอาจจะมีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะเป็นคนต่างชาติ พูดไทยไม่ได้เลย อีกทั้งกรณีนายนัชชชา กองอุดม ที่ถือป้ายประท้วงอยู่ในกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งคุ้นเคยกับพรรคการเมืองใหม่ แม้นายธนาธรจะออกมาปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง แต่มีหลายอย่างเป็นที่น่าสงสัย จึงอยากฝากไปยังพรรคอนาคตใหม่ว่า ขอให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ตามฉบับคนรุ่นใหม่ อย่าพยายามโจมตีนายกฯ ด้วยวิธีการบางอย่าง ทำการเมืองอย่างโปร่งใส อย่ามีวาระแอบแฝง เพราะไม่ดีและไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทำอะไรอยากให้เห็นแก่ชาติบ้านเมืองบ้าง เพราะการเล่นเกมการเมืองมากเกินไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษ์ของประเทศ
ปัดรวม 4 พรรคต่อรอง รบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ระบุจะร่วมกัน 4 พรรค 7 คน ทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประเทศ ถ้ารัฐบาลทำดีก็สนับสนุน ถ้าแย่ก็คัดค้านแน่นอน โดยมีพรรคพลังท้องถิ่นไทร่วมด้วยนั้น ว่าเรารวมกันจริง แต่เพื่อผลักดันนโยบายของแต่ละพรรค และเห็นด้วยที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินหน้าตรวจสอบการทุจริต เพราะถ้ามีการทุจริตเกิดขึ้น ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราไม่เห็นด้วย และไม่ยอมเด็ดขาด ยืนยันว่าเป็นการรวมกันทำงานเพื่อผลักดันนโยบายของแต่ละพรรค ขออย่าเข้าใจผิดว่ารวมตัวกันเพื่อต่อรองอะไรกับรัฐบาล เพราะเราไม่ได้รวมกันเพื่อต่อรองอะไรกับรัฐบาล หรือไม่สนับสนุนรัฐบาล พรรคพลังท้องถิ่นไทยังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าพรรคพลังท้องถิ่นไทไม่มีปัญหา ไม่น้อยใจอะไร และในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ที่จะสู่สภาในเร็วๆ นี้ เราก็จะสนับสนุนรัฐบาล เพราะอยากให้ประเทศเดินหน้าไปให้ได้ แต่จากนี้คงจะต้องนัดเพื่อพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;rdquo; นายชัชวาลล์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค จัดเวทีรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญสัญจร ที่ จ.ปัตตานี ว่าเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่ใช้เวลาช่วงปิดสมัยประชุมของสภา ออกเยี่ยมเยียนประชาชน รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการนำปัญหาของรัฐธรรมนูญไปรณรงค์นั้น ถือได้ว่าเป็นการให้การศึกษากับประชาชน ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ส่วนตัวสนับสนุนให้ทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วนของสังคมมีความตื่นตัว และแสดงออกถึงเหตุผล ความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วย ขอเพียงการรณรงค์ใดๆ ในครั้งนี้อย่าสร้างความแตกแยก หรือสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งในสังคมขึ้นมาอีกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนได้เสนอชื่อคณะทำงานด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงนามแต่งตั้งแล้ว เมื่อมีคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว คณะทำงานชุดนี้ที่มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน จะได้มีการประชุมกำหนดรูปแบบการทำงานต่อไป และจะต้องมีวิธีการรับฟังความเห็นจากสมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอีกด้วย มั่นใจว่าช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงวันเปิดสมัยประชุมสามัญของสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองทุกพรรค คงจะมีข้อมูลและความพร้อมในการอภิปรายนำเสนอปัญหาต่างๆ ที่ได้รวบรวมมา เพื่อสนับสนุนญัตติ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภาในครั้งนี้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่พรรคพลังไทยรักไทยว่า ที่ประชุมใหญ่ของพรรคมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อพรรคจาก &amp;quot;พลังไทยรักไทย&amp;quot; เป็น &amp;quot;ไทยรักไทย&amp;quot; ใช้ตัวย่อว่า &amp;quot;ทรท.&amp;quot; เพื่อให้เป็นที่จดจำได้ง่ายของประชาชน แม้ว่าชื่อจะไปซ้ำกับพรรคไทยรักไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยถูกยุบพรรคไปแล้วนั้น แต่ถือว่าทำได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะไปแจ้งเรื่องการเปลี่ยนชื่อพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งนี้ ยืนยันพรรคนี้ไม่ใช่พรรคของนายทักษิณ ไม่ได้มีนัยการเมืองอื่นที่จะเปลี่ยนขั้ว ย้ายข้างไปอยู่กับฝ่ายค้าน เพราะจุดยืนของพรรคยังอยู่กับฝ่ายรัฐบาลเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มาตรา 10 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมือง ระบุชัดเจนว่า การตั้งพรรคการเมืองห้ามใช้ชื่อพรรค ชื่อย่อ โลโก้พรรคซ้ำกับพรรคที่จดทะเบียนไว้อยู่แล้ว หรือพรรคที่ถูกยุบและยังไม่พ้น 20 ปี นายคฑาเทพกล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน กรณีมาตรา 10 (3) ใช้เฉพาะกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่กรณีพลังไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งไว้อยู่แล้ว ซึ่งไม่มีข้อห้ามเรื่องเปลี่ยนชื่อพรรค จะว่าไปแล้วไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อพรรคโดยตรง เป็นแค่การตัดอักษรคำว่า &amp;quot;พลัง&amp;quot; ที่อยู่ข้างหน้าทิ้ง กกต.จะไม่รับจดทะเบียนไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม โลโก้พรรคก็ยังใช้โลโก้เดิม ถ้าไม่อยากให้ใช้ชื่อ &amp;quot;ไทยรักไทย&amp;quot; ต้องห้ามแต่แรกตั้งแต่ตอนตั้งชื่อพรรคพลังไทยรักไทยแล้ว
ชทพ.เปิดตัว&amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา สาขาสุพรรณบุรี ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.เขต 1 จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นตัวแทน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ต้อนรับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในโอกาสเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเต็มตัว พร้อมมอบเสื้อแจ็กเกตสีขาวให้กับนายอัจฉริยะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรชัดกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันไว้ตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้ง และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ทำให้รู้สึกชื่นชมนายอัจฉริยะ ว่ามีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความลำบากยากไร้อย่างจริงใจ โดยเฉพาะคดีที่สำคัญต่างๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยประชาชน จึงถือว่ามีบุคลากรคนสำคัญที่เข้ามาร่วมมือกันทำงานในพรรค และมานำเสนอในการทำงานที่สอดคล้องกันในเชิงนโยบายของพรรคต่อไป จึงได้นำเรียนที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค และทุกคนในพรรค ต่างชื่นชมในความมุ่งมั่นและการทำงานของนายอัจฉริยะอยู่แล้ว ทางพรรคจึงยินดีต้อนรับสู่ชายคาพรรคชาติไทยพัฒนา และลงนามเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอัจฉริยะกล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายสรชัดแล้วว่าชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะคนยากจน และคิดว่าอุดมการณ์ที่ตรงกัน ซึ่งตอนแรกยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะเกรงจะถูกมองว่าต้องมาพึ่งพรรคการเมือง แต่นโยบายของเรานั้นมองเรื่องของอุดมการณ์ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน และมีความเห็นสอดคล้องกันแนวทางในการที่จะช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หากไม่มีการขับเคลื่อนผ่านพรรคการเมือง จะทำให้การทำงานค่อนข้างยาก เพราะบางครั้งอาจจะไปเจอผู้มีอิทธิพลต่างๆ ที่มีเส้นสาย จึงต้องมีพรรคการเมืองไว้เป็นเกราะในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะมั่นใจในพรรคชาติไทยพัฒนา จึงตัดสินใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46896</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, ชัชวาลล์ คงอุดม, ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bc8dd48de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เหล็กไหล&#039;ขู่ถอนตัว!หากรัฐบาลเมินสอบโกงงบเกษตรอำนาจเจริญ 63.5 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- &amp;nbsp;นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้เเทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้ได้นำเรื่องเข้าสู่คณะกมธ.เกษตรฯให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการใช้งบประมาณภัยแล้ง 200 ล้านบาท ที่มีการจัดสรรให้แต่ละจังหวัด เพื่อนำไปแก้ปัญหาภัยแล้ง เพราะชาวบ้านได้ส่งเอกสารร้องเรียนมา ว่าในส่วนการใช้งบประมาณของสำนักงานเกษตร จ.อำนาจเจริญได้รับจัดสรรงบ 63.5 ล้านบาท อาจมีเรื่องไม่โปร่งใส ดังนั้น ขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเอกสารดังกล่าว เเม้ในเอกสารจะไม่ได้ลงชื่อของหน่วยงานใดก็ตาม แต่ที่นำมาให้แบบนี้เขาอาจจะมีความสัมพันธ์อยู่แล้ว และเห็นความผิดปกติ จึงนำมายื่นให้กับผู้แทนในพื้นที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตนในฐานะรองประธานกมธ.การเกษตรฯ จะหาข้อสรุปกันเรื่องนี้ โดยเบื้องต้นจะขอให้นำงบประมาณจำนวน 63.5 ล้านบาท ส่งกลับคืนเข้าคลังไว้ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในฐานะที่ดูแลพี่น้องประชาชน และเป็นรองประธานกมธ.เกษตรฯ คงปล่อยแบบนี้ไม่ได้ เราจะมีหนังสือไปยังเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ และผู้ว่าฯอำนาจเจริญเข้ามาชี้แจง และกราบเรียนไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้มาตรวจสอบเอกสารดังกล่าว เรียนไปถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ด้วย หากนิ่งเฉยในฐานะที่พลังไทยรักไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากไม่มีการตรวจสอบ ผมก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไว้ใจกัน และจะไม่ยกมือให้รัฐบาลชุดนี้เช่นกัน&amp;quot; นายคฑาเทพ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขู่ถอนตัว, คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, พลังไทยรักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84504eb7ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. ยก ส.ส.ถือครอง &#039;เหล็กไหล-พระเครื่อง&#039;ที่ยื่นราคาเกินจริง ถือเป็นบุคคลเฝ้าระวัง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีผู้ร้องมายังป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการที่ ส.ส.ยื่นแสดงรายการทรัพย์สิน ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกินจริงหวั่นฟอกเงิน เช่นกรณีของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หน.พรรคพลังไทยรักไทย และ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ที่ได้แจ้งรายการทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโคตรมหาเหล็กไหลที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้าน มหาเหล็กไหล มูลค่า 300 ล้านบาท อุกกาบาต 10 ล้านบาท และพระเครื่องต่าง ๆ อาทิ พระกริ่งปวเรศทองคำ 50 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆัง 40 ล้านบาท พระสมเด็จไกเซอร์ 30 ล้านบาท ว่า ขั้นตอนแรกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะต้อง ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งหากพบว่าเป็นจำนวนที่มากมายจนผิดสังเกต จนถึงกับต้องร้องโอ้โห ตั้งราคาผิดไปแปลกๆ ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินลงไปขอตรวจสอบข้อเท็จจริง และถือว่าเป็นบุคคลที่เราควรจะต้องเฝ้าระวัง&amp;quot; นายวรวิทย์​ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษเพราะเกรงว่าจะเกิดการฟอกเงินใช่หรือไม่ นายวรวิทย์กล่าวว่า ยังไม่จริงจังถึงขนาดนั้นเพราะเราไม่ได้ดูเรื่องการฟอกเงินเป็นหลัก เราเพียงดูเรื่องความ ถูกต้องและความมีอยู่จริง แล้วคอยติดตามมอนิเตอร์ว่าเมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้วได้ใช้อำนาจในตำแหน่งไปแสวงหาผลประโยชน์ที่มิชอบหรือไม่ เพราะการตรวจบัญชีทรัพย์สินในกรณีเข้ารับตำแหน่งนั้น หมายถึงตรวจเอาไว้เป็นฐานเบื้องต้นก่อนที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ แต่ถ้ายื่นมาแบบผิดปกติ หรือตีราคาเว่อร์เกิน เราก็ต้องตรวจแบบเฝ้าระมัดระวัง อย่างไรก็ตามไม่เหมือนทองคำที่มีราคากลางให้เราเทียบเคียงได้ชัดเจน แต่อย่างเหล็กไหลไม่มี หรือแม้แต่พระเครื่องก็เช่นกันถึงแม้ว่าจะมีตลาดพระเครื่องแต่ราคามาตรฐานในวงการมีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ กล่าวว่า​ ส่วนกรณีที่ป.ป.ช.ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีรัฐมนตรีที่ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินภายในกำหนด 1 ราย คือ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั้น ในวันจันทร์ที่ 23 ก.ย.นี้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ตนเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงตามเอกสารโดยยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก ก่อนที่จะพิจารณาทำหนังสือส่งไปถึง น.ส.มนัญญา เพื่อให้เจ้าตัวได้ชี้แจงเหตุผลที่ยังไม่ยื่น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวม เรื่องมาถึงตน แต่ขณะนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณา คือ กรณีผู้ยื่น อาจได้รับข้อยกเว้นตาม มาตรา 105 วรรคสี่ เนื่องจากเดิมผู้ยืนดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ตามกฎหมายป.ป.ช.2542 ซึ่งเดิมเมื่อยื่นไม่ต้องเปิดเผย จึงต้องดูเพราะกฎหมายใหม่ปี2561 ระบุว่ายื่นแล้วต้องเปิดเผย ซึ่งถ้าเป็นไปตามกฏหมายใหม่ทั้งสองตำแหน่งจะไม่มีปัญหาเลย แต่เมื่อเกิดประเด็นเช่นนี้จึงต้องพิจารณาในข้อกฎหมาย ดูว่าจะสามารถเทียบกันได้หรือไม่ จึงอาจจะมีปัญหาในเรื่องบทเฉพาะกาล ซึ่งได้ระบุว่า การตีความนั้นให้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป.ป.ช.เป็นผู้ตีความตามปกติ ดังนั้นจึงต้อง รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 24 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า เมื่อมีรัฐมนตรีไม่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในกฎหมายระบุว่าให้ทางเลขาธิการป.ป.ช. มีหนังสือแจ้งไป ดังนั้นก่อนที่จะทำหนังสือแจ้งจึงต้องพิจารณาในข้อกฎหมายด้วยว่าบุคคลนั้นได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 105 วรรคสี่หรือไม่ จึงต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช. เป็นผู้วินิจฉัย ถ้าวินิจฉัยว่าไม่ต้องยื่น เราก็ไม่ต้องออกหนังสือเตือน แต่ถ้าวินิจฉัยว่าต้องยื่น ฝ่ายเลขาก็ต้องออกหนังสือแจ้งเตือนไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46343</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, บัญชีทรัพย์สิน ส.ส., ป.ป.ช., มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af44e9907184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!ศรีสุวรรณจ่อร้องป.ป.ช.สอบนักการเมืองเสกราคาทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวการแสดงรายการทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ซึ่งได้แจ้งรายการทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโคตรมหาเหล็กไหลที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้าน มหาเหล็กไหล มูลค่า 300 ล้านบาท อุกกาบาต 10 ล้านบาท และพระเครื่องต่าง ๆ อาทิ พระกริ่งปวเรศทองคำ 50 ล้านบาท พระสมเด็จวัดระฆัง 40 ล้านบาท และพระสมเด็จไกเซอร์ 30 ล้านบาท ฯลฯ จนเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เป็นที่สงสัยและวิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมไทยเป็นอย่างมากว่า มูลค่าทรัพย์สินต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นการสร้างมูลค่าลวงขึ้นมาหรือไม่ มีหน่วยงานหรือองค์กรมาตรฐานใดให้ใบรับรองหรือไม่ หรืออาจเป็นกลเล่ห์ฉลของนักการเมืองที่อาจใช้เป็นข้ออ้างในการฟอกเงินเพื่อผ่องถ่ายทรัพย์สินแบบหลอกๆไปเป็นเงินสดในอนาคต หากมีเงินสดหรือทรัพย์สินอื่นงอกเงยขึ้นมาเกินกว่ารายรับที่พึงมีในขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็จะใช้เป็นข้ออ้างได้ว่าได้จำหน่ายพระเครื่องหรือวัตถุมงคลดังกล่าวออกไปในราคาแพงตามที่ตั้งมูลค่าไว้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระนั้น ป.ป.ช.จะต้องมีระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตรวจสอบมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าวของนักการเมือง เพื่อปิดช่องโหว่ของการเลี่ยงบาลีในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งหากนักการเมืองไม่สามารถแสดงหลักฐานใบรับรองมูลค่าของทรัพย์สินต่างๆได้ ก็สามารถชี้ได้เลยว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ &amp;nbsp;หรือ ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ เพื่อเลี่ยงความจริงที่พึงต้องแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 109 วรรคสาม ประกอบมาตรา 114 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ซึ่งอาจมีโทษตามมาตรา 167 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ ดําเนินการตามมาตรา 114 &amp;nbsp;โดยการเสนอเรื่องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัย หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการยื่นฟ้องเองตามมาตรา 80 โดยจะไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 23 ก.ย. 2562 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46321</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล, ทรัพย์สิน, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคไทยศิวิไลย์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78813a4aadd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
