<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กิตติ’ลั่นถ้าผมเป็นนายก สถาบันใดรับน้องรุนแรง อธิการบดีต้องถูกลงโทษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประกาศข่าวดัง กิตติ สิงหาปัด โพสต์ถึงกรณีรับน้องที่มีนักศึกษาสถาบันชื่อดังถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกาย จนสุดท้ายเสียชีวิต ว่าถ้าหากตนเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี หากสถาบันการศึกษาใดรับน้องรุนแรงคณบดียันอธิการบดีต้องถูกลงโทษ! &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าผมเป็น รมต.หรือนายกฯ จะประกาศไปเลย สถาบันการศึกษาใดมีปัญหารับน้องรุนแรง มีรุ่นน้องบาดเจ็บ คณบดียันอธิการบดีต้องถูกลงโทษ &amp;nbsp;#โลกไปถึงไหนกันแล้วรุ่นพี่กระจอกๆ โปรดเปิดกะลาออกมาดู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  kitti3miti&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ สิงหาปัด, คณบดี, นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, รับน้อง, สถาบันการศึกษา, อธิการบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c07ae8a4ff7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองอุบลฯ เพิกถอนข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ห้ามบุคคลอายุเกิน 60 ปี ดำรงตำแหน่งคณบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - ศาลปกครองอุบลราชธานีได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ บ.๕๕/๒๕๖๓ ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่าง นายนิรันดร์ &amp;nbsp;พิทักษ์วัชระ ผู้ฟ้องคดี กับ สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ ๑ คณะกรรมการสรรหาคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยวินิจฉัยว่า มาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดคุณสมบัติของคณบดี ไม่มีการบัญญัติว่าผู้ที่สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นคณบดีจะต้องมีอายุไม่เกิน ๖๐ ปี อันแสดงให้เห็นว่าการให้ผู้ซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ปี ดำรงตำแหน่งคณบดี ไม่ได้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อการบริหารจัดการภารกิจของคณะหรือวิทยาลัยตามอำนาจหน้าที่ของคณบดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองสามารถคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติทั้งด้านความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมมากที่สุดมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีกด้วย ทั้งเวลาที่ผ่านมาไม่ปรากฏว่าเคยมีปัญหากรณีผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีที่อายุเกิน ๖๐ ปี ปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือผลเสียหายต่อการบริหารจัดการภารกิจของวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาเทียบเคียงจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่างๆ กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็มิได้ห้ามผู้ที่มีอายุเกิน ๖๐ ปี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งที่การบริหารจัดการมหาวิทยาลัยตามอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี มีขอบเขตความรับผิดชอบมากกว่าคณบดีเป็นอย่างมาก ดังนั้น ข้อ ๕ วรรคสอง (๑) และข้อ ๕/๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฯ ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งคณบดีว่าต้องมีอายุไม่เกิน ๖๐ ปี และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดี ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อมีอายุครบ ๖๐ ปี จึงเป็นกฎที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ ไม่ทาบทามผู้ฟ้องคดีเพื่อเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข โดยอาศัยเหตุผลตามข้อ ๕ วรรคสอง (๑) ประกอบกับข้อ ๕/๑ ของข้อบังคับดังกล่าว มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองอุบลราชธานีจึงพิพากษาเพิกถอนข้อ ๕ วรรคสอง (๑) และข้อ ๕/๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฯ และมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดยให้คำสั่งวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาที่ให้ทุเลาการบังคับตามข้อบังคับและมติดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง คดีนี้อธิบดีศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วนตามข้อ ๔๙/๒ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้ศาลปกครองสามารถพิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วตามลักษณะคดีที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน ซึ่งนับจากวันที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องจนถึงวันที่ศาลปกครองอุบลราชธานีมีคำพิพากษาใช้เวลาทั้งสิ้น ๑๔ วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดี, ศาลปกครองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad30a973d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
