<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณบดีนิติฯ มธ. ชี้ คกก.สางคดีบอส ไม่ใช่ศาลชี้ถูกผิด แต่เปิดช่องสอบทุกข้อสงสัยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายมุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมนัดแรก ว่า ที่ประชุมจะมีการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย จากประชาชนและสังคม ซึ่งถือเป็นกรอบการทำงานหนึ่งของคณะกรรมการฯว่าข้อสังเกตต่างๆจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะสามารถรื้อคดีใหม่ได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบในเรื่องนี้ เพราะคิดว่าควรให้คณะกรรมการฯ ได้มีการพูดคุยกันก่อน และหลังจากพูดคุยน่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดูแล้วไม่น่าจะยากอะไร เพราะกฎหมายมีทางออกเสมอ อยู่ที่ผู้มีอำนาจจะใช้ช่องทางทางกฏหมาย เพียงแต่ผู้มีอำนาจจะนำช่องทางเหล่านั้นมาใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ อำนาจของนายกรัฐมนตรีจะสามารถไปสั่งการหรือคดีได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า เดาว่านายกฯต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้ทำงานโดยอิสระ เพราะตนก็เข้ามาเป็นกรรมการในฐานะนักวิชาการ ซึ่งมีนักวิชาการหลายท่านเข้ามา น่าจะมีความประสงค์ให้มีเป็นอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ประเด็นที่คณะกรรมการจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือประเด็นใด นายมุนินทร์​ กล่าวว่า คงไม่ได้โฟกัสประเด็นใดเป็นพิเศษ เพราะทุกประเด็นที่นำเสนอจะประกอบการให้เห็นภาพสิ่งที่สังคมสงสัยคือ​ ปัญหาของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา​ ซึ่งก็มาจากข้อสงสัยทุกข้อที่รวมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คดีนี้ซับซ้อนหรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่ได้ซับซ้อนตามกฏหมาย แต่ซับซ้อนในข้อเท็จจริง เพราะอยากรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรกันแน่ ต้องหาความจริงให้ปรากฏ และเมื่อความจริงปรากฏก็จะเห็นข้อเท็จจริงปรากฏ​ จะเห็นช่องทางทางกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่ นายมุนินทร์​ กล่าวว่า คิดว่าความตั้งใจเป็นอย่างนั้น​ แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะ ส่วนใช้เวลา 30 วันเพียงพอหรือไม่นั้น เชื่อว่าพอในการทำงานบางอย่าง​ ต้องขอย้ำว่าคณะกรรมการไม่ใช่ศาล ไม่สามารถจะชี้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยน่าจะประเมินได้ว่าข้อสงสัยมันมีมูลหรือไม่ เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในรายละเอียดซึ่งคงต้องรอกรอบการทำงานในวันนี้ (3 ส.ค.)ก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73296</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คดีบอส กระทิงแดง, มุนินทร์ พงศาปาน, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27d64dc8eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;สารภาพเคยเป่าสำนวนติดสินบนอัยการช่วยตร.ด้วยกันสั่งเอาน้ำมันเบรกราดรถอัยการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8มี.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่1มี.ค.ที่ผ่านมาพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ได้ร่วมเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;อนาคตกระบวนการยุติธรรมไทย หลังการเลือกตั้ง 62 &amp;ldquo; ที่คณะนิติศาสตร์ มหาลัยธรรมศาสตร์ จัดขึ้น โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆเข้าร่วมเสวนาหลายพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกระบวนการยุติธรรมไทยว่า ถ้าพูดถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรมก็นึกถึง ตำรวจ อัยการ ศาล ทนาย กรมราชทันฑ์ ก่อนจะพูดหลังการเลือกตั้ง ขอพูดก่อนการเลือกตั้งเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ยกตัวอย่างตำรวจ ซึ่งเป็นการกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ผมเป็นตำรวจจนเกษียนในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;เป็นตำรวจมาตลอดผดุงความยุติธรรมตามกฎหมายเป็นหลัก &amp;nbsp;แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ตำรวจทุกคนเหมือนผมมันก็ต้องมีสั่งแปลกๆใหม่ๆเป็นปัญหา เช่นเดียวกันกับส่วนอื่นของกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าตำรวจแย่กว่าทนาย แย่กว่าอัยการ แย่กว่าศาล หรือแย่กว่าราชทัณฑ์คงจะเป็นไปไม่ได้ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับคนและระบบ &amp;nbsp;ผมเป็นตำรวจอาจดีกว่าข้าราชการฝ่ายอื่นก็ได้ แต่ข้าราชการฝ่ายอื่นอาจมองตำรวจแย่ &amp;nbsp;และยิ่งปัจจุบันตำรวจถูกปกครองบังคับบัญชาโดยทหารที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมมาสั่งยกเลิกพนักงานสอบสวน ถ้าพูดภาษาง่าย &amp;ldquo;มันบ้าหรือเปล่า&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการแห่งชาติถึงแม้จะรู้ เข้าใจก็ต้องทำตามถ้าไม่ทำตามถูกปลด ต้องยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ตั้งข้าราชการตำรวจไปเป็นพนักงานสอบสวน มันก็กระทบกระบวนการสอบสวนทั้งหมด จึงก่อให้เกิดการทุจริตเพราะองค์กรตำรวจหรือพนักงานสอบสวนไม่แข็งแกร่งพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผบ.ตร.ได้ย้อนความสมัยเป็น ผกก.สภ.มุกดาหาร ได้จับกุมบ่อนการพนันได้นักพนัน &amp;nbsp;30-40 &amp;nbsp;คน มีสารวัตรสถานีตำรวจรวมอยู่ด้วย และตำรวจอีก 1 นาน &amp;nbsp;เมื่อผมเข้าไปจับผู้บัญชาการโวยเลย &amp;ldquo;บ้าอะไรหรือเปล่าไปจับสารวัตรโรงพักและสั่งให้ไปช่วยให้เรียบร้อย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนั้นเป็นแค่ ผกก.ผู้บังคับบัญชาให้ช่วยก็ช่วย &amp;nbsp;ทำสำนวนสั่งไม่ฟ้อง พอไปถึงอัยการลูกน้องบอกเขาขอคนละ 2,500 บาท จึงยอมให้เพื่อให้ลูกน้องรอดทางนั้นก็สั่งไม่ฟ้องมา เมื่อสั่งไม่ฟ้อง อ๋อ เจ้าหน้าที่ด้วยกันเหรอยังเอากันอย่างนี้จึงเอาน้ำมันเบรกราดรถมันเลย ต่อมาอัยการคนเดียวกันตำรวจจะสั่งไม่ฟ้องโดยสุจริตก็ไปเรียกร้องเงินเขาจึงมีการบันทึกเทปนำไปสู่การไล่ออกจากราชการ เห็นไหมกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่แค่ตำรวจ อัยการก็เป็น&amp;rdquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;http://&amp;lt;iframe src=&amp;quot;https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F213067162157474%2Fvideos%2F263914384509942%2F&amp;amp;show_text=0&amp;amp;width=560&amp;quot; width=&amp;quot;560&amp;quot; height=&amp;quot;315&amp;quot; style=&amp;quot;border:none;overflow:hidden&amp;quot; scrolling=&amp;quot;no&amp;quot; frameborder=&amp;quot;0&amp;quot; allowTransparency=&amp;quot;true&amp;quot; allowFullScreen=&amp;quot;true&amp;quot;&amp;gt;&amp;lt;/iframe&amp;gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30797</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผบ.ตร., พล.ต อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, อนาคตกระบวนการยุติธรรมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c80c2f5b9e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิติมธ.ออกแถลงการณ์ปม&#039;ครอบครัวหัวร้อน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีครอบครัวหัวร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่โด่งดังในโลกโซเชียลมีเดีย มีเรื่องทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชาวบ้านในหลายพื้นที่ โดยมีการระบุว่าเรียนจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามที่กล่าวอ้างในคลิปวีดีโอนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล่าสุด นายอุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง บุคคลภายนอกแอบอ้างใช้ชื่อสถาบันในการข่มขู่เจ้าพนักงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค.โดยมีสาระสำคัญว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ตามสื่อต่าง ๆ ทั้งข่าวสาร หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ ในประเด็นที่ว่ามีผู้แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการข่มขู่และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิดและขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า การกระทำที่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจตามที่เป็นข่าวเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระทำที่แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 88 เพราะมิใช่เป็นการแอบอ้างว่าสำเร็จการศึกษาเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การกระทำแอบอ้างว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งที่ไม่ได้จบการศึกษา เป็นการกระทำที่ไม่สมควรและย่อมถูกลงโทษจากมาตรการทางสังคม ซึ่งกรณีที่ผู้ใดเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานควรใช้การต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้คณะนิติศาสตร์ยืดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสอนและเผยแพร่กฎหมายให้ประชาชนไปใช้ในทางที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคม หากสงสัยว่ามีบุคคลที่แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถขอตรวจสอบรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาได้ที่สำนักงานทะเบียนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9330</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ครอบครัวหัวร้อน, นิติศาสตร์มธ., อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbf96273521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
