<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. เปิดเซฟ &#039;จตุพร&#039;นั่ง 8 บอร์ด อู้ฟู่ 101 ล้าน สะสมพระเครื่อง กว่า 400 องค์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในรายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ กรณียื่นทุก 3 ปี ตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ประธานคณะกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้,คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง, คณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, คณะกรรมมาการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, คณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, คณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจตุพร แจ้งว่า ตนเอง และนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 101,445,704 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายจตุพร 58,801,631 บาท เป็นทรัพย์สินของนางจันทิรา 42,644,073 บาท และมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 591,960 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทรัพย์สินของนายจตุพร และนางจันทิรา ประกอบด้วย เงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 25,088,597 บาท เงินลงทุน 8,718,900 บาท ที่ดิน 11,305,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 25,100,000 บาท ยานพาหนะ 6,807,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,361,205 บาท ทรัพย์สินอื่น&amp;nbsp; 20,565,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่นายจตุพรแจ้ง มีจำนวน 5 หลัง อาทิ บ้านที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บ้านที่แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. บ้านที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ห้องชุดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. และห้องชุดที่อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ยานพาหนะประกอบด้วยรถยนต์จำนวน 4 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่น ที่น่าสนใจประกอบด้วย พระพุทธรูปเชียงแสน รุ่นสิงห์ 1 หน้าตัก 20 นิ้ว พระรอด พระขุนแผน พระพุทธรูปบูชา พระเครื่องทองคำ และเหรียญทองคำต่างๆ ทองรูปพรรณ แหวน แหวนเพชร รวม 15 วง ต่างหูเพชร&amp;nbsp; ปืน 3 กระบอก ได้แก่ ออโตเมติกขนาด 9 มม., รีวอลเวอร์ .38, ลูกกรด ขนาด .22 แหวนบุษราคัมล้อมเพชร เครื่องประดับอื่นๆ ทั้งนี้ มีพระเครื่องทองคำ พระเครื่อง เหรียญทองคำและเหรียญต่างๆ รวม 413 องค์ ปากกา 13 ด้าม นาฬิกายี่ห้อหรูทั้งของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีรวม 37 เรือน กระเป๋ายี่ห้อหรู 10 ใบ นอกจากนี้ ยังมีรายการนาฬิกาและเครื่องประดับอื่นๆ ของคู่สมรสอีกที่ไม่ได้แสดงจำนวนแต่ระบุมูลค่า 300,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119143</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fda74dd4b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกาชี้กระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงานต้องทำให้คนชั่วได้รับผลจากการทุจริตโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 -ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย&amp;nbsp; ในเวทีสัมมนาสาธารณะ เรื่อง กลยุทธ์การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปรับปรามการทุจริตรระดับสูง(นยปส.) รุ่นที่ 12 ตอนหนึ่ง ว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราคาดหมายกันว่าการทุจริตในประเทศไทยน่าจะลดลงบ้าง เพราะมีการป้องกันและปราบปราม ส่งดำเนินคดี และศาลพิพากษาไปแล้วจำนวนมาก แต่จากปริมาณคดีที่อยู่ในศาล ป.ป.ช. ป.ป.ท. เราอาจต้องยอมรับความจริงว่าเราอาจจะยังไปไม่ถึงเป้าประสงค์นั้นในเร็ววันนี้ แต่ตนเชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว ไม่ผิดหรอกที่คนจะกระทำผิดมากขึ้นในสภาพสังคมที่ต้องต่อสู้กับการปากกัดตีนถีบอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เพราะไม่มีใครอยากจะอยู่ในพื้น หรือฐานของคนอื่น แต่อยากจะอยู่ระดับที่สูงกว่าและมีอำนาจเหนือกว่าทั้งสิ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวว่า ตนเคยคุยกับผู้ต้องขังหลายรายที่กระทำผิดไป ทั้งที่เขารู้ว่าการกระทำของเขาถ้าถูกจับกุมดำเนินคดีอาจถูกจำคุกหรือหนักกว่านั้น แต่คนกลุ่มนี้ยังเลือกกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อสอบถามได้รับคำตอบว่าขณะที่เขาทำไม่คิดว่าจะโดนจับ หรือพูดง่ายๆ ขณะตัดสินใจกระทำผิดเขาคิดว่ามีโอกาสรอด จากการที่เห็นหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มที่ก็ยังสามารถรอด ลอยหน้าในสังคมได้ เป็นสิ่งกระบวนการยุติธรรมต้องกลับมามองตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นปลายทางของการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิด เมื่อคนคิดว่าเขาทำความผิดแล้วจะรอด สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาแล้ว กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำให้เขาเชื่อมั่นหรือทำให้เขาเกรงกลัวว่าเมื่อไหร่ที่เขาขยับไปทำความผิดเขาจะต้องถูกจับกุมไปดำเนินคดี เมื่อคนคิดว่าเขาคุ้มค่าที่จะเสี่ยง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวว่า นอกจากนี้ การกระทำการทุจริตยังเป็นเรื่องการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรงแต่ไม่เห็นสภาพของความรุนแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ไม่เห็นคนที่เลือดตกยางออก ไม่เห็นการบาดเจ็บ ไม่เห็นสายตาของการถูกทำร้ายเหมือนความผิดฆ่าคนตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วคนก็รู้สึกว่าทำได้ง่าย ไม่ต้องกระทบกระเทือนความรู้สึก คนกระทำความผิดทุจริตไม่ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นด้วยตาตนเอง และเขาจะคิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเขาเองเลยกล้าที่จะทำ ความผิดในลักษณะนี้จับก็ยาก เพราะเป็นการสมประโยชน์กัน คนให้ก็ยินดีให้ เพราะสิ่งที่ให้ไปคุ้มค่าที่จะเสีย คนรับก็คิดว่าเป็นโอกาสของตัวเองที่จะรับ ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เราเคยได้ยินกันว่า คนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล กระบวนการยุติธรรมจึงต้องสงเคราะห์ให้เขาได้เห็นผลเร็วๆ ดิฉันคิดว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน ป.ป.ช. ป.ป.ท. อัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงานที่รองรับคนผิดอย่างกรมราชทัณฑ์นั้น จะต้องปรับบทบาทของตนเองในการทำหน้าที่ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความถูกต้อง เป็นธรรม แม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส่ ตรวจสอบได้&amp;rdquo;นางเมทินี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมทินี กล่าวอีกว่า เรื่องความรวดเร็วถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม แม้ศาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกส่วนจะพยายามกำหนดมาตรฐานระยะเวลาเพื่อให้มีการพิจารณาคดีที่มีความผิดทางอาญาให้เสร็จในเวลารวดเร็ว แต่ด้วยปริมาณ หรือเหตุจำเป็น รวมไปถึงสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ ก็ทำให้กระบวนในการพิจารณา พิพากษาคดีอาจมีความล่าช้าไปบ้าง แต่เราจำเป็นต้องเน้นย้ำให้ความสำคัญกับคดีทุจริตเป็นเรื่องแรกๆ เรื่องต้นๆ เพราะการกระทำผิดที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนาน สมมุติว่า 4-5ปีที่จะลงโทษได้จนกระทั่งถึงในชั้นคำพิพากษาถึงที่สุด ทำให้คนไม่เกรงกลัวแล้ว เพราะลืมเรื่องราวนั้นไปแล้ว ในขณะที่เกิดเรื่องใหม่ๆ เป็นเรื่องอยู่บนหน้าสื่อทุกฉบับ ทุกช่อง เป็นเรื่องที่ดูร้ายแรง แต่กว่าจะที่จะผ่านเข้าสู่กระบวนการศาลพิพากษาลงโทษ ใช้เวลานานจนคนลืมเรื่องราว ลืมความร้ายแรงและรุนแรง คนจึงขาดความยับยั้งชั่งใจที่จะเกรงกลัวความผิดที่จะได้รับ ดังนั้น ความรวดเร็ว ฉับพลันในสถานการณ์หรือในคดีบางประเภทมีความจำเป็น และจะส่งผลทำให้แก้ไขปัญหาที่จะเกิดการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนั้นได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
นางเมทินี กล่าวว่า เรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ แน่นอนว่าเราทำหน้าที่ในการค้นหาความจริงว่ามีการกระทำความผิดจริง คนที่ถูกกล่าวหาหรือจำเลยคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้น คนที่จะเป็นคนทำหน้าที่ค้นหาความจริง พิสูจน์ความผิด จะต้องไม่ทุจริตเสียเอง นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ด้วยว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม อีกส่วนที่สำคัญคือ การคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในองค์กรตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องความสำคัญ ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถ แต่ต้องมีทัศนคติที่ดี ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาได้ และตลอดระยะเวลาของการทำงานซึ่งจะจะยาวนานสำหรับข้าราชการในแต่ละส่วนงาน ต้องมีการตรวจสอบการทำงานสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพื่อการจับผิด แต่เพื่อดูคนของเราที่จะไปทำสิ่งที่มีความสำคัญ เราจะไปตรวจสอบคนอื่น ตัวเราเองต้องสุจริตเสียก่อน และต้องทำให้เห็นว่าเราสุจริตจริง เชื่อว่าทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน เราไม่มีทางทำให้ทุกคนเป็นคนดี และไม่ต้องอายที่มีคนไม่ดีอยู่ในองค์กร แต่เราจะอายถ้าปล่อยให้คนไม่ดีอยู่ในองค์กรของเรามากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117011</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, คณะกรรมการ ป.ป.ช., นยปส., นางเมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614420db83640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นปปช.เอาผิด&#039;ศบค.-ประยุทธ์-อนุพงษ์&#039;มีพิรุธจัดหาวัคซีนเอื้อประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนกรณีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนกรณีการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกของ อปท. แต่ติดล็อกคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่วินิจฉัยว่าระยะแรกเท่านั้นที่รัฐจะเป็นผู้ซื้อ อปท.และภาคเอกชนไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อโดยตรง ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็แสร้งปัดไปว่าไม่รู้ว่าเขาซื้อได้หรือเปล่า ซึ่งอาจเป็นข้อพิรุธในการจัดซื้อจัดหาวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการฯระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ให้ภาคเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับผู้ผลิตวัคซีนได้โดยตรง แต่ขณะนี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ประกาศว่า ได้เตรียมจัดซื้อจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มมาใช้ในประเทศเป็นวัคซีนทางเลือกได้แล้ว ดังนั้น ถ้า อปท.จะจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ย่อมทำได้ ไม่ขัดต่อคำแนะนำของผู้ตรวจการแผ่นดินแต่อย่างใด ซึ่งนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยควรจะสนับสนุนไม่ใช่มากระตุกขา ทำให้เกิดความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณในภาผู้แทนฯเมื่อวันก่อนมีการอภิปรายว่าทำไมรัฐบาลเชียร์วัคซีนกับบางยี่ห้อ เหมือนเจตนาดีเลย์ ยี่ห้ออื่น ทำให้ประชาชนเชื่อว่า รัฐบาลมีผลประโยชน์ มีส่วนต่าง มีเงินทอนกับวัคซีนใช่หรือไม่ และการที่ รมว.กระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีขัดขวางการจัดซื้อจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาป้องกันโควิด-19 ของ อปท. จึงเป็นการตอกย้ำข้อพิรุธ ข้อสงสัยในการจัดซื้อจัดหาวัคซีน และการฉีดให้ประชาชน อาจไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้เพราะมีการเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่ปลาย ก.พ.64 มาจนถึงปัจจุบัน 3 เดือนกว่ายังฉีดไปได้แค่ 3 ล้านกว่าคนเท่านั้น อีก 7 เดือนจะหมดปีแล้วจะฉีดให้ครบ 65 ล้านคนได้อย่างไร ถ้าไม่เร่งรีบให้ท้องถิ่นหรือ อปท. ออกมาช่วยกันทุกวิถีทาง ซึ่งถ้าติดขัดปัญหาระเบียบหรือข้อกฎหมายใด ก็ควรเร่งแก้ไขและยกเลิกไปเสียไม่ใช่มาอ้างข้อกฎหมาย อ้างระเบียบเลอะเทอะไปหมดเช่นนี้
&amp;nbsp;
ที่สำคัญ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ก็ได้ออกมาระบุชัดแล้วว่า รัฐบาลควรต้องเร่งดำเนินการ ส่วนประเด็นการเบิกจ่ายเงินให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นเรื่องที่ สตง.พร้อมให้คำแนะนำ ตอบข้อสงสัย หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานที่มีความตั้งใจและพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น การดีเลย์ให้ อปท.สั่งจองและใช้วัคซีนฉีดให้ประชาชนแม้เพียงวันเดียว ก็ถือได้ว่าเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.แล้ว
&amp;nbsp;
&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้สอบสวนไต่สวนเอาผิด ศบค. โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทย อันเนื่องมาจากการใช้เทคนิคดีเลย์การจัดหาวัคซีนของ อปท.และข้อพิรุธต่างๆข้างต้น&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105230</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุพงษ์ เผาจินดา, อปท.จัดซื้อวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9a2b88f78a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;โวยปปช.ตรวจสอบร่ำรวยผิดปกติ ข้องใจทำไมทำแบบเงียบๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 64 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกำลังมีปัญหาปวดหัววิตกกังวลและเสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากกำลังถูก ป.ป.ช. &amp;nbsp;ติดตามตรวจสอบว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ตนพ้นจากตำแหน่ง ส.ว. มาตั้งแต่ 18 เม.ย. 2554 แต่เมื่อปีที่แล้ว ป.ป.ช.มีหนังสือมาขอข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินและบ้านโดยอ้างว่า คราวที่พ้นจาก ส.ว. นั้น มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 34 ล้านบาทเศษ รายละเอียดปรากฏตามหนังสือที่ ปช 0015/1507 ลว. 17 ก.ย. 63 ที่ทราบว่า ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบบ้านและที่ดินว่า เกี่ยวข้องกับความร่ำรวยผิดปกติหรือไม่นั้น เพราะว่า ป.ป.ช. มีหนังสือไปถึงบุคคลที่สามหลายครั้ง เพื่อขอข้อมูลเรื่องบ้านและที่ดินโดยอ้างว่า ตนถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ เช่น ตามตัวอย่างหนังสือที่ ปช 0015/1617 ลว. 6 ต.ค. 63 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2564 ป.ป.ช. ยังยืนยันตามหนังสือที่ ปช 0015/0352 มาถึงตนโดยกล่าวอ้างว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องนี้น่าสงสัยและแปลกใจมาก เพราะ ป.ป.ช. ทำเรื่องนี้อย่างเงียบเชียบ ทั้งที่มีการทำหนังสือถึงผมและบุคคลที่สามรวมมากกว่า 10 ครั้งแล้ว และล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 64 ได้ทำหนังสือถึง กรรมการ ป.ป.ช. ทุกคนด้วย แต่ ป.ป.ช. กลับไม่เคยแถลงข่าวให้สาธารณชนทราบเลยว่า นายเรืองไกรกำลังถูกตรวจสอบจากการถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช. ก็รู้ดีว่า พ้นจาก ส.ว. มาร่วมสิบปีแล้ว และหลังจากพ้น ส.ว. ก็ยังใช้สิทธิที่มีตามกฎหมายทำหน้าที่ยื่นร้องเรียนบุคคลต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ย่อมมีคนชอบ คนชัง คนเชียร์ คนแช่ง คนถูกใจ คนขัดใจ คนอิจฉา คนหมั่นไส้ จำนวนไม่น้อย ดังนั้น หาก ป.ป.ช. แถลงข่าวหรือเปิดเผยว่ากำลังตรวจสอบว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ก็อาจจะมีคนอื่นๆส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช. เพิ่มเติมอีกก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; เรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ จึงน่าจะเป็นที่สนใจของสาธารณชนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย และถ้าหาก ป.ป.ช. กระทำการโดยชอบ จนถึงขั้นชี้มูลว่าเข้าข่ายมีความผิดตามข้อกล่าวหา บุคคลต่างๆ หลายฝ่ายทั้งมิตรทั้งศัตรูทั้งฝ่ายแค้นฝ่ายคอยสมน้ำหน้าคงถูกใจกันมากว่า เรืองไกรโดนบ้างแล้ว ดังนั้น เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบและติดตามเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งอาจส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. ด้วย เช้าวันที่ 24 พ.ค. จะทำส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อแจ้งให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลหรือแถลงข่าวด้วยว่า ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบในฐานะอดีต ส.ว.ว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ผลจะเป็นเช่นไร โปรดติดตามกันต่อไป ได้ถ่ายรูปบ้านที่ ป.ป.ช. อยากตรวจมาให้ดูด้วยแล้วครับ&amp;quot;นายเรืองไกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103854</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., ร่ำรวยผิดปกติ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9c2fe8b06e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; โอด 12 ปี ปปช.เพิ่งแจ้งข้อหา-ไม่เคยเชิญ &#039;อนงค์วรรณ&#039; ชี้แจง พร้อมให้ข้อมูล 3 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีอนุกรรมการป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยา ทุจริตโครงการฝายแม้ว 770 ล้านบาท สมัยเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2551 ว่า เรื่องนี้คงต้องย้อนเวลากลับไปกว่า 12 ปี สมัยตนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง นางอนงค์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และได้ดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงทรัพยากรฯ สาเหตุที่มีการร้องเรียนในสมัยนั้น ตนเข้าใจว่ามีการลงชื่อร้องเรียน แต่การตรวจสอบข้อเท็จจริง คนที่ลงชื่อร้องเรียนได้ยืนยันกับผู้ตรวจสอบว่าตัวเขาเองไม่ได้ลงชื่อร้องเรียน กระบวนการสอบเหมือนจงใจจะชี้นำหรือหาเหตุผลในการจับผิดให้ได้หรือไม่ การพิจารณาเรื่องนี้ยาวนานมีการเปลี่ยนอนุกรรมการ หลายชุด จนตนนั้นเข้าใจว่าเรื่องนี้ได้ยุติไปแล้ว กระทั่งเวลาผ่านมาเป็น12 ปี ป.ป.ช.เพิ่งมาแจ้งให้รับทราบว่า นางอนงค์วรรณ เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นรัฐมนตรีในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนทราบมาว่าที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ตั้งกรรมการสอบสวนตรวจสอบเรื่องนี้หลายครั้ง ว่าได้การดำเนินงานจริงหรือไม่ โดยมีรูปถ่ายยืนยันพร้อมค่าพิกัดของฝายทุกตัว และเมื่อ สตง.ไปตรวจสอบได้ทำหนังสือให้กรมบัญชีกลางเข้าตรวจสอบด้วย ผลการชี้แจงของกรมบัญชีกลาง ยืนยันว่างานที่ออกมามีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับการลงทุน ตนได้ไปศึกษาสาเหตุของการสร้างฝายแม้วจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ มีความลาดชันสูง จึงต้องสร้างฝายให้ถี่ เพื่อที่จะอนุรักษ์ดินและน้ำ ฝายดังกล่าวยังช่วยป้องกันไฟป่าเพราะทำให้ดินมีความชุ่มชื้นในเวลานั้นจึงไม่มีไฟป่ามากแต่ขณะเดียวกันในเวลานี้ประเทศกลับถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ประชาชนต้องเป็นโรคทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของการออกแบบฝายเป็นไปตามหลักวิชาการกรมอุทยานที่ได้ศึกษาและกำหนดค่าพิกัดพื้นที่ไว้หลายปี และขั้นตอนการออกแบบมีมาก่อนที่นางอนงค์วรรณจะรับตำแหน่ง โครงการนี้มีการผลักดันมานานแต่ไม่สำเร็จเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ ประโยชน์ของฝายนั้นก็เพื่อดักตะกอน และชะลอการไหลของน้ำ เพื่อให้น้ำซึมลงดินเหมือนกับธนาคารน้ำใต้ดินที่เราพูดถึงกันในปัจจุบัน พื้นที่ป่าต้นน้ำตนขอย้ำว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นแหล่งที่จะเติมน้ำให้น้ำกับเขื่อนต่างๆ ดังนั้น การทำฝายชะลอน้ำ ในราคาประมาณตัวละ 5,000 บาท มีอายุการใช้งาน 3-5 ปี จึงเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยในปัจจุบันทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยาน และหน่วยงานอื่นยังดำเนินการกิจกรรมนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ยาวนานมาถึง 12 ปี คุณอนงค์วรรณ ไม่เคยถูกเชิญให้เข้าชี้แจงใดๆเลย และผมเชื่อว่าเวลานี้ ภรรยาของผมพร้อมที่จะไปให้ข้อมูลในวันที่ 3 ส.ค. อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72321</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., ทุจริตคดีฝายแม้ว, สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนงค์วรรณ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f1950bf022db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิวัฒน์ธำรง&#039; ยันทำถูกต้องตามระเบียบ บอกยินดีได้มีโอกาสแจง ปปช.ชี้มูลจัดอีเวนต์ 240 ล้านโดยมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดกรณีการจัดจ้างผู้ทําโครงการรณรงค์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการ และสํารวจความคิดเห็นของประชาชน สําหรับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 นั้น ขอเรียนชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ยังกําหนดว่าโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชนจํานวนมาก จะต้องมีการดําเนินการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและสํารวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงได้ดําเนินโครงการฯ ดังกล่าวตามกฎหมาย และการดําเนินการจัดจ้างผู้ทําโครงการ Roadshow ได้กระทําอย่างถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยสามารถยืนยันได้เพราะได้รับการตรวจสอบจาก คณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าโครงการสรุป Roadshow ได้ดําเนินการมาถูกต้อง และได้อนุมัติจ่ายค่าจ้างการจัดทําโครงการให้กับเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าขอยืนยันว่าการดําเนินการในการจัดจ้างดังกล่าวนั้น ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการไปตามอํานาจหน้าที่ ตามระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง และรอบคอบทุกประการ ได้กระทําด้วยความสุจริต บริสุทธิ์ใจ มิได้ทําเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ของบุคคลใด หากแต่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ว่าการดำเนินโครงการ Roadshow ได้ดําเนินการอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมาย และระเบียบราชการทุกประการ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนสํานักงานอัยการสูงสุด และกระบวนการทางศาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72278</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f190951eb0f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด &#039;พนม&#039; พร้อมพระ-ฆราวาสโกงเงินทอนวัด 7 แห่ง เสียหาย 27.5 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด 7 แห่ง (คดีเงินทอนวัด) รวมวงเงินเสียหาย 27.5 ล้านบาทว่า คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ., น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. และนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและศาสนสงเคราะห์ พศ. ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบมาตรา 93, 91 กับผู้เกี่ยวข้องทั้งพระและฆราวาส รวม 7 วัด ใน 5 จังหวัด ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. วัดช้าง ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี งบประมาณประจำปี 2558 จำนวน 4,200,000 บาท ประกอบด้วย นายพนม, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. วัดดอนสะท้อน , วัดท้องตมใหญ่ , วัดเล็บกระรอก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร รวม 3 วัด งบประมาณประจำปี 2559 จำนวนวัดละ 2,000,000 บาท รวมจำนวน 6,000,000 บาท ประกอบด้วย นายพนม, นายชยพล พงษ์สีดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรอง ผอ.พศ., น.ส.ประนอม, นายฉัตรชัย ชูเชื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน สำนักงาน พศ. และนายวสวัตติ์ และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง พระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดนเจ้าอาวาสวัดลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ พระครูนิวิฐสีลวัตร เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. วัดพร้าวโสภณาราม ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา งบประมาณประจำปี 2557 และปี 2558 จำนวน 6,000,000 บาท ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ., นายพนม, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร งบประมาณประจำปี 2556 และปี 2557 จำนวน 6,300,000 บาท ประกอบด้วย นายนพรัตน์, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ &amp;nbsp;มีมูลเป็นความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นางวรัญญู เพชรรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. วัดถาวรวราราม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี งบประมาณประจำปี 2557 จำนวน 5,000,000 บาท ประกอบด้วย นายนพรัตน์, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72209</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., พนม ศรศิลป์, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd18c0b22522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
