<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธี&#039;กังวล ห้ามสอบเข้าม.1ใช้จับฉลากแทน  ชี้ถึงเวลาปฎิบัติอาจมีปัญหา ยกตัวอย่าง รร.เตรียมอุดมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62- &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่างถึงกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ในมาตรา 21 ที่ระบุให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับช่วงวัยตามมาตรา 8 (4) คือ อายุเกิน 6 ปีจนถึง 12 ปี มีหน้าที่จัดให้ผู้เรียนที่ประสงค์จะเข้าเรียนในระดับที่หนึ่งของช่วงวัยดังกล่าวในสถานศึกษานั้นได้เข้าเรียนในสถานศึกษานั้น โดยไม่ต้องสอบแข่งขันหรือคัดเลือกด้วยวิธีใด ในกรณีที่มีผู้ประสงค์จะ เข้าเรียนมากกว่าที่จะพึงรับได้ ให้ใช้วิธีการจับสลาก ว่า ในเรื่องนี้ตนยังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียด ซึ่งหากออกมาในรูปแบบนี้ก็อาจจะส่งผลต่อโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงเหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาในรายละเอียดก่อน เพราะความเห็นส่วนตัวของตนมองว่าเรื่องความเท่าเทียมจำเป็นที่จะต้องมีแน่นอน แต่เรื่องนี้อาจจะสร้างปัญหาให้กับคนกลุ่มหนึ่งในสังคมเช่นกัน และการที่จะปรับให้เป็นการจับสลากโดยไม่มีการสอบนั้น ส่วนตัวตนคิดว่าการที่เราออกกฎเกณฑ์อะไรในรูปแบบเดียวจะเป็นการสร้างปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งตนคิดว่าคงต้องมีข้อยกเว้นบ้าง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หากให้มีการจับฉลากไม่มีการสอบ ทางสมาคมผู้ปกครอง หรือเด็กที่มีความสามารถและต้องการจะศึกษาต่อในโรงเรียนนี้ จะยินยอมหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณภาพการศึกษาในบางจุดลดลง อย่างไรก็ตาม ความเห็นของตนคิดว่าการที่จะสร้างความเท่าเทียม เราจะต้องมีช่องทางให้กับคนทุกคนอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ จะต้องมีการดำเนินการกำหนดกรอบหรือแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งในส่วนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งถือเป็นสถานศึกษาของรัฐก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวอยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวิธีในการดำเนินการเท่านั้น ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการออกหลักเกณฑ์และวิธีการออกมารองรับในส่วนนี้ ซึ่งจะมีทางออกที่ดีอย่างแน่นอน เพราะร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีเจตนารมณ์ที่ดีมาก เน้นเรื่องการดูแลเด็ก ความเสมอภาค อะไรที่จะไปรบกวนเด็ก รบกวนการเรียนการสอนของครู จะมีการกันไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้บริหารตัวเองมากที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ได้กำหนด เรื่อง การบ่มเพาะให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและต้องดําเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามระดับช่วงวัย แบ่งเป็น 7 ช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือทักษะอาชีพชั้นสูง โดยในส่วนของช่วงวัยที่ คือ เด็กอายุเกิน 6 ปีจนถึง 12 ปี ซึ่งเด็กที่อายุ 12 ปี จะศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30749</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, จัดการศึกษา, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, รมว.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d56392373a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อระบบอาหารกลางวันเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; เชื่อยังมีโรงเรียนโกงงบอาหารเด็กมากกว่า 10 โรง วอนคนรู้ข้อมูลแจ้งมา โอ่จับมือ วช.คลอดเมนู 20 บาทที่โภชนาการครบ &amp;ldquo;อนันตพร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ยอมรับมีล็อบบี้หั่นโทษแก๊งอดีตปลัด พม.จากไล่ออกเหลือแค่ให้ออก ป้องอธิบดี พส.โยกย้าย 65 ผู้อำนวยการพันงาบงบคนจน ชี้บางส่วนยังไม่ผิด 100% &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; เต้นสั่งสอบจัดซื้อเครื่องมือเกษตรแพง &amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็ก โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันของแต่ละพื้นที่ เพราะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งว่าเกณฑ์การจัดซื้ออาหารกลางวันของแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกัน เช่น บางแห่งใช้วิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิดดิง) บางแห่งถือเงินไปซื้อเอง แนวปฏิบัติเหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจน ยืนยันว่ากำลังจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยพูดหลายครั้งแล้วว่ารับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล่าสุด นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้แจ้งมาว่ามีโรงเรียนที่ได้รับร้องเรียนเรื่องอาหารกลางวัน 12 แห่ง ใน 10 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ส่อทุจริตจำนวน 10 โรงเรียน ซึ่งคิดว่ามีมากกว่านั้น ดังนั้นหากใครทราบข้อมูลทุจริต ก็ขอให้แจ้งเข้ามา&amp;rdquo; นพ.ธีระเกียรติระบุ&amp;nbsp;
นพ.ธีระเกียรติยังกล่าวว่า ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เนื่องจาก วช.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ วิจัยเมนูอาหารกลางวันนักเรียนที่มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และเหมาะสมในช่วงวัยของเด็กในราคา 20 บาท ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และต่อไปจะลงนามความร่วมมือระหว่าง วช. กับ ศธ. พร้อมหน่วยงานอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นผลดีทำให้สถานศึกษามีทางเลือกเมนูอาหารมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงนามความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกการใช้โปรแกรมเมนู Thai School Lunch ของ สพฐ. สถานศึกษายังสามารถดำเนินควบคู่ไปด้วยกันได้ โดยงบประมาณอาหารกลางวัน 20 บาทต่อหัวต่อมื้อนั้น เชื่อว่าเพียงพออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่ม&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว
วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ คณะรัฐศาสตร์ จัดงานเสวนาธรรมศาสตร์สู่สังคมครั้งที่ 3 ในหัวข้อ &amp;ldquo;ท้องถิ่น&amp;rdquo; VS &amp;ldquo;สตง.&amp;rdquo; กระบวนการตรวจสอบการจัดการท้องถิ่น การให้อำนาจกับส่วนท้องถิ่นคือสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่? ถอดรหัสปัจจัยที่เอื้อต่อการทุจริต ที่กระจายไปทุกพื้นที่ของไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายโกวิทย์ พวงงาม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. กล่าวว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นการป้องกันการทุจริตได้อย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าท้องถิ่นจะบริสุทธิ์ 100% ดังนั้นต้องปฏิรูปความคิดของคนให้คำนึงถึงการใช้เงินและการปราบปรามคอร์รัปชัน ปลูกฝังคนไทยให้รังเกียจคอร์รัปชันตั้งแต่เด็ก ขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต้องทำการตรวจสอบแต่ละที่ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ส่วนรัฐต้องให้ความใส่ใจในการกระจายอำนาจมากกว่ารวมอำนาจ พัฒนาความสามารถของท้องถิ่นให้ทัดเทียมกับส่วนราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญญภัทร์ ชูเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน มธ. กล่าวว่า เรื่องการเบิกจ่ายเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดระหว่าง สตง.และท้องถิ่น เพราะมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันจากพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. โดยมองว่าอำนาจการตรวจสอบการใช้เงินของท้องถิ่นควรเป็นของ สตง. หรือควรเป็นหน้าที่ของกฤษฎีกาหรือคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยควรออกระเบียบให้ชัดเจนแก่ท้องถิ่นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย&amp;nbsp;
สตง.โอดตกเป็นจำเลย
&amp;ldquo;อยากให้รัฐบาลจริงจัง จริงใจ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากกว่านี้ และเมื่อท้องถิ่นได้รับการทักท้วงจาก สตง. ขอให้ท้องถิ่นอธิบายประเด็นการทักท้วงต่อ สตง.ให้ชัดเจน ขณะที่ สตง.ต้องเป็นพี่เลี้ยงให้หน่วยรับตรวจต่างๆ ให้จ่ายจ่ายเงินให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายและต้องตอบข้อสงสัยต่างๆ ภายใน 30 วัน&amp;rdquo; นายบุญญภัทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. กล่าวว่า สตง.ได้ตั้งคณะทำงานกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่าง สตง.และท้องถิ่น ในเรื่องงบประมาณ การเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้การทำงานของ สตง.ในพื้นที่ต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และได้ทำคู่มือการปฏิบัติงานให้แก่ท้องถิ่นและ สตง. เรียกว่าบัญญัติ 7 ประการ เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐาน โดยมีหลักการดังนี้ 1.อำนาจหน้าที่ ต้องจัดระบบบริการสาธารณะให้ประชาชนตามที่กฎหมายบัญญัติ 2.ท้องถิ่นต้องทำแผนพัฒนาท้องถิ่น นำความต้องการของประชาชนมาทำเป็นข้อบัญญัติ เทศบัญญัติต้องมีรายละเอียดพร้อมที่มาเพื่อนำมาตั้งงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจัดทำงบประมาณต้องมีรายละเอียดชัดเจนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ไม่ตั้งงบประมาณที่อยู่นอกแผน 4.การเบิกจ่ายเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งหนังสือเวียน 5.ดุลยพินิจ ต้องชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ 6.ต้องเป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เรื่องความเชื่อหรือเป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง และ 7.ตรวจสอบได้ โดยต้องมีเอกสารยืนยัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าท้องถิ่นตอบคำถามได้ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 6 ท้องถิ่นก็สามารถดำเนินการโครงการต่างๆ ได้ ทุกวันนี้ สตง.ตกเป็นจำเลยว่าก้าวล่วงดุลยพินิจท้องถิ่น ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงต่อ สตง.มาก ทั้งที่เราต้องการให้ท้องถิ่นทำอย่างถูกต้อง ก่อนลงมือปฏิบัติแล้วเกิดความผิดพลาดในภายหลัง ซึ่งจากนี้จะต้องทำความเข้าใจให้ สตง.แต่ละพื้นที่มีความเข้าใจการทำงานที่มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;rdquo;นายมณเฑียรระบุ
ส่วนที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนิคมสร้างตนเอง และศูนย์ที่เกี่ยวข้องรวม 65 ราย ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ในคดีทุจริตเงินสงเคราะห์คนจนว่าเป็นการตบตา เนื่องจากบางรายได้โยกย้ายกลับคืนตำแหน่ง ขณะที่บางรายเพียงโยกสลับตำแหน่งเท่านั้น ว่า พส.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบและพบมีมูลความผิด 270 รายชื่อ และได้ส่งรายชื่อมาให้ พม. ซึ่งในจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งตรงกับที่ พส.ได้มีคำสั่งโยกย้าย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผลสอบ พส.เบื้องต้นพบมีมูลกระทำความผิด แต่ยังต้องสอบสวนวินัยหลังจากนี้ ดังนั้นจึงถือว่าเขายังไม่มีความผิด 100% ทั้งนี้ การโยกย้ายส่วนหนึ่งก็เพื่อรองรับภาวะขาดแคลนคนทำงาน&amp;rdquo; พล.อ.อนันตพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพรกล่าวอีกว่า การพิจารณาจะดำเนินการใน 3 ส่วน คือ ผู้ที่ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดก็ให้ย้ายกลับ ในส่วนผู้ที่มีความผิดเล็กน้อยก็ลงโทษ เช่น ลดขั้น ตัดเงินเดือน แล้วย้ายสลับที่ และส่วนที่พบมีความผิดหนักร้ายแรง ก็ให้พักราชการไว้ก่อน ออกจากราชการไว้ก่อน หรือเข้ามาช่วยราชการในกระทรวง ซึ่งได้ย้ำกับนางนภา เศรษฐกร อธิบดี พส.ว่าต้องทำตามกฎระเบียบดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องของนโยบาย และเป็นคำสั่งของตนเอง รวมถึงของรัฐบาล&amp;nbsp;
รับมีล็อบบี้หวังลดโทษ
&amp;ldquo;หากทำนอกเหนือจากที่ผมสั่ง หรือไม่ปฏิบัติตาม จะลงโทษอธิบดี พส.เอง ซึ่งอธิบดีก็ได้ยืนยันว่าจะไม่ทำ เพราะหากยังมีปัญหาเกิดขึ้น ผมก็ต้องรับผิดชอบในภาพรวมด้วย เพราะถือว่าเป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงนี้ ส่วนที่กังวลว่าการโยกย้ายสลับคนจะไปสร้างปัญหาในพื้นที่อื่นอีก ก็ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าเรามีระบบการจ่ายเงินสงเคราะห์ใหม่ที่รัดกุม มีคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอน จะไม่สามารถกระทำการทุจริตได้อีก แต่ก็อยากให้สังคมช่วยกันตรวจสอบอีกทาง&amp;rdquo; พล.อ.อนันตพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีการสอบวินัยร้ายแรงอดีตปลัด พม.พร้อมพวกรวมทั้งหมด 11 คน ที่มีกระแสข่าวว่าเกิดการวิ่งเต้นเพื่อลดโทษจากไล่ออกเป็นให้ออก พล.อ.อนันตพรยอมรับว่า แน่นอน เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีคนพยายามทำ แต่มันอยู่ที่เราว่าจะมั่นคงหรือไม่ ยืนยันว่าตนเองมั่นคงและมั่นใจในคณะกรรมการสอบวินัยที่ตั้งขึ้น ส่วนผลสอบจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบ ไม่สามารถแทรกแซงได้ เว้นแต่หากผลสอบออกมาแล้วตนใช้ดุลยพินิจ แล้วเห็นว่าผลสอบมีนอกมีนัยหรือไม่ ก็จะสั่งให้สอบเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอำนาจที่ทำได้ หรือหากผลสอบออกมาไม่ดี ก็มีอำนาจให้คณะกรรมการสอบสวนใหม่ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงกรณีกระแสหญิงสาวคนสนิทอดีตปลัด พม. ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการ พม.ร่วมกระทำความผิดฟอกเงิน จะตรวจสอบย้อนหลังด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.อนันตพรชี้แจงว่า เป็นอดีตข้าราชการ เพราะได้ลาออกตั้งแต่ปี 2559 ถือว่าพ้นอำนาจที่ พม.จะไปดำเนินการสอบทางวินัยภายใน 180 วัน แต่ยังสามารถดำเนินการทางอาญาได้ โดยอาศัยอำนาจของทาง ป.ป.ป.และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.).
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการงบประมาณอุดหนุนสหกรณ์ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนว่า ได้สั่งการด่วนที่สุด ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในการตรวจสอบโครงการงบประมาณอุดหนุนสหกรณ์ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรของสหกรณ์การเกษตรต่างๆ ที่ได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากกระทรวงตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน มีราคาสูงกว่ากัน ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในการแก้ไขปัญหาและสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน จึงมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายและวินัยอย่างเฉียบขาด รวมทั้งให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าตรวจสอบสหกรณ์ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดให้ทราบผลโดยเร็วด้วย กรณีตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำผิด ก็ให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดร่วมกับสหกรณ์จังหวัดจัดแถลงข่าวข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชนทุกช่องทางในพื้นที่ทราบ และรายงานผลมายังกระทรวงเกษตรฯ ด้วย&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ยังสั่งปลัดกระทรวงและอธิบดีทุกกรมที่ได้รับงบประมาณไทยนิยมเข้มแข็ง ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และผลลัพธ์ของโครงการที่ประชาชนได้รับประโยชน์ตามช่องทางประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางอย่างกว้างขวางทุกๆ 15 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกวิทย์ พวงงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a6040d7c12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีฮึ่มล้างบางโกงเงินเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปปง.ร้องกล่าวโทษอดีตปลัด พม.ฟอกเงิน หลังตรวจพบทุจริตเงินผู้ยากไร้ ขณะที่ &amp;ldquo;ธีระเกียรติ&amp;rdquo; ฮึ่ม ล้างบางข้าราชการ ศธ.โกงเงินเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางมา ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีทุจริตยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยนายวิทยากล่าวว่า วันนี้มากล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหญิงสาวคนสนิท อดีตข้าราชการ พม. โดยหลังเข้าสู่กระบวนการสอบสวน จะทำการขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะข้าราชการอีก 10 รายที่ถูก ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สิน และให้เข้าชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์ภายใน 30 วัน หากไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ จะถูกอายัดทรัพย์เป็นของแผ่นดินทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยากล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายพุฒิพัฒน์และหญิงสาวคนสนิทมีการโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นเครือญาติหรือเป็นใคร และมีมูลค่าเท่าไหร่ โดยรูปแบบการโอนทรัพย์สินจะนำเงินสดที่ถือกลับมา ไปซื้อเป็นรถยนต์ สังหาริมทรัพย์ต่างๆ ทำให้การสอบสวนค่อนข้างซับซ้อน ขณะเดียวกันยืนยันว่าการสอบสวนขณะนี้ขอบข่ายยังอยู่ภายในประเทศ แต่ยังไม่ขยายผลว่ามีการโอนย้ายทรัพย์สินไปยังต่างประเทศ ทั้งนี้ ฝากเตือนถึงผู้ที่เตรียมรับโอนเงินต่อจากนี้ ถือเป็นผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ ปปง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ขอนแก่น ว่าเรื่องดังกล่าวมีหลายประเด็น แต่ประเด็นสำคัญที่ตนไม่ชอบและถือว่าผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม คือการโกงเงินเด็ก โดยเช้าวันที่ 19 มิ.ย. ตนได้ให้ทีมกฎหมายเข้าไปตรวจสอบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันอย่างไร เพราะอยากทราบว่ามีระเบียบปฏิบัติหรือไม่ ส่วนประเด็นที่บอกว่าโครงการอาหารกลางวันจัดสรรให้เด็กรายละ 20 บาทเพียงพอหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าเท่าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่เพียงพอ ถ้าไม่โกงก็เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาที่จะต้องจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาด ผมเอาจริงเอาจัง โดยได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว และให้รายงานผลกลับมาเป็นระยะ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เรียกเลขาธิการ สพฐ.เข้ามาชี้แจงรายละเอียด ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลยุคนี้ แต่เกิดมานานแล้ว เรามาเอาจริงเอาจังและเปิดโปงในยุคนี้ เรื่องดังกล่าวนายกฯ ได้คาดโทษผู้อำนวยการเขตไว้แล้ว ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา&amp;rdquo; นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสุ่มตรวจโรงเรียนหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ได้ส่งทีมกฎหมายและที่ปรึกษาลงพื้นที่สุ่มตรวจอยู่แล้ว และให้รายงานมาเป็นระยะ ซึ่งมีเรื่องอื่นอีก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว และถึงไม่สุ่มตรวจ ผู้ปกครองและครูได้รายงานเข้ามาอยู่แล้ว เพราะในยุคนี้หากมีอะไรที่ไม่สุจริตจะมีการถ่ายรูปและโพสต์ในโซเชียลฯ อยู่แล้ว ดังนั้นคนที่คิดจะทำเรื่องไม่สุจริตจะถูกจับได้ง่าย ทั้งนี้ หากพบในพื้นที่ใดพบว่ามีการทุจริต จะโดนสั่งย้ายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ตนอยากให้สังคมรับรู้ เพราะเรื่องนี้ตนรับไม่ได้ที่โกงเงินเด็ก กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีครูบาอาจารย์ต้องเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานวันแรกเคยบอกว่าอย่าขโมยเงินเด็ก แล้วก็มีการทำกันจริงๆ เราจึงต้องมาล้างบางกัน เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาในเชิงระบบ ไม่ใช่เรื่องของเงินที่ไม่พอ รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยก็ดูแลเด็กดี แต่เป็นเรื่องของคนที่หาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นจำนวนมากกับเด็ก ส่วนผลโพลที่ออกมาบอกว่ายุคนี้โกงกันสารพัด ตนไม่อยากให้ไปบิดเบือน และมองว่ายุคนี้มีแต่โกง แต่ยุคนี้จับโกงได้และเอาจริงเอาจัง ไปดูเรื่องอาหารกลางวันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โกงกันทำมากี่ปีแล้ว สุดท้ายนี้ขอฝากเตือน และอยากบอกว่าหลังจากที่เราเอาจริง ปรากฏว่ามีขบวนการปล่อยข่าวว่าตนสร้างความกลัวให้กับข้าราชการ ตนว่ามันเลอะเทอะ คนทุจริตเท่านั้นที่กลัว คนสุจริตไม่ต้องกลัว ฉะนั้น อย่ามาเคลื่อนไหวกดดันให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือสังคม เพราะประชาชนไม่เอาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นอย่างไร หลังจากที่เคยวิจารณ์ประเด็นเรื่องนาฬิกาหรู นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตนกับ พล.อ.ประวิตรไม่มีอะไร ยังพูดคุยทักทายกันดี ท่านยังแนะนำและให้กำลังใจตนในการแก้ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันว่า ตามที่มีจากร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการอาหารกลางวันว่าไม่มีคุณภาพ การบริหารจัดการไม่ดำเนินการตามระเบียบต่างๆ มีการทุจริตเกิดขึ้น รวมถึงไม่มีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนได้รับการร้องเรียนจำนวน 12 แห่ง ใน 10 เขตพื้นที่การศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปราจีนบุรี เขต 1 จำนวน 1 โรง ได้รับรายงานว่าจัดอาหารไม่ได้คุณภาพ 2.สพป.พิษณุโลก เขต 2 จำนวน 1 โรง จัดอาหารไม่ได้คุณภาพ 3.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 5 จำนวน 1 โรง จัดอาหารไม่ได้คุณภาพ ไม่ถูกสุขอนามัย 4.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 จำนวน 1 โรง ทุจริตงบฯ โครงการอาหารกลางวัน 5.สพป.นราธิวาส เขต 2 จำนวน 1 โรง วัตถุดิบประกอบอาหารน้อย 6.สพป.สุรินทร์ เขต 3 จำนวน 3 โรง 7.สพป.ลพบุรี เขต 1 จำนวน 8.สพป.ลพบุรี เขต 2 จำนวน 1 โรง 9.สพป.ขอนแก่น เขต 1 จำนวน 1 โรง 10.สพป.อ่างทอง จำนวน 1 โรง ซึ่ง สพฐ.ได้มีการดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด และดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งให้ย้ายออกจากพื้นที่ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ที่พบว่าอาหารกลางวันไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกหลักสุขอนามัย และไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการนั้น ตนได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน และผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ สังกัด สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการบริหารโครงการของโรงเรียนว่า การใช้รูปแบบจ้างเหมาสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และขั้นตอนการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ สัญญามีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติขณะนี้มีการสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ไปประจำอยู่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสะดวกต่อการสืบสวนข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นพ.ธีระเกียรติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการโครงการอาหารกลางวันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ แม้ว่าในบางพื้นที่จะมีราคาวัตถุดิบแพง ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้อง ซึ่งโรงเรียนในกลุ่มพื้นที่ห่างไกลที่วัตถุดิบราคาสูง สพฐ.ก็มีโครงการที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คือการส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ ปลูกผัก เลี้ยงปลา ไก่ไข่และเป็ด ผลิตเพื่อส่งเข้าโครงการอาหารกลางวัน และในส่วนของโรงเรียนที่ไม่มีพื้นที่ในการทำการเกษตร สพฐ.ก็จะประสานกับเขตพื้นที่ ชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้พื้นที่ของชุมชนในการทำการเกษตรและส่งขายให้กับโรงเรียนในราคาถูก ถือว่าเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพชร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ฟอกเงิน, วิทยา นีติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b290d80745d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จ่อฟัน10พริตตี้ ชวนเล่นพนันบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเตรียมเรียก 10 พริตตี้เข้ารับทราบข้อหาชักชวนเล่นพนันบอลในเว็บไซต์ มีโทษทั้งจำและปรับ เตือนผู้ปกครองอาจติดคุกหากปล่อยลูกหลานเดิมพันบอลโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 11 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเล่นพนันฟุตบอลของเยาวชน ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ว่า ผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับการพนัน เพราะมี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ปี 2546 ห้ามเด็กเข้าไปเกี่ยวข้องการพนัน หากพบผู้ปกครองปล่อยปละละเลย หรือสนับสนุน จะมีความผิดจำคุก 3 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท นอกจากนี้ ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สร้างความรู้ความเข้าใจต่อเยาวชนในทุกๆ โรงเรียน กว่า 3 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ และกำชับตำรวจทุกพื้นที่เฝ้าระวัง รวมถึงได้จัดชุดเฝ้าระวังทางสื่อออนไลน์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า กรณีการจับกุมเว็บพนันฟุตบอลที่มีมากในอินเทอร์เน็ต หากเป็นเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ และเปิดให้พนันบอลอย่างถูกกฎหมาย ทางตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ แต่คนไทยก็ไม่สามารถเล่นได้เช่นกัน เพราะคุณสมบัติไม่ตรงตามที่เว็บไซต์กำหนด ส่วนกรณีเว็บไซต์พนันบอลมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศไทย หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีการจับกุมทันที แต่การสืบค้นค่อนข้างทำได้ยาก หากพบเว็บไซต์การพนันบอลก็จะมีการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ปัจจุบันสามารถยึดบัญชีได้กว่า 1,500 บัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเน็ตไอดอลโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนเล่นพนันฟุตบอลในเว็บไซต์ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า จะมีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ม.12 โฆษณาหรือชักชวนให้มีการเล่นพนัน จำคุก 1 ปี ปรับ 1,000 บาท ส่วนใหญ่จะเป็นพริตตี้ ขณะนี้พบว่ามีกว่า 100 คน อยู่ระหว่างการพิสูจน์ภูมิลำเนา ก่อนเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา คาดว่าภายในอาทิตย์หน้าจะเรียกมาประมาณ 10 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11161</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e830d929e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
