<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวกบินทร์บุรีระทึก!ศาลชี้ขาดคดีโรงไฟฟ้าบ้านเขาไม้แก้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 &amp;ndash; ในเวลา 10.30 น. ณ ห้องพิจารณาคดี 8 ชั้น 3 อาคารศาลปกครอง ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ ส.21/2557 คดีหมายเลขแดงที่ ส.23/2560 ระหว่าง นางอำพัน ซิมโมกย์ ที่ 1 กับพวกรวม 833 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่ 1 กับพวกรวม 7 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอำพันและพวกฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กับพวกรวม 7 คน ว่าผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอให้ทบทวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า บ้านเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ของบริษัท เค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7) เนื่องจากก่อให้เกิดขี้เถ้าหรือฝุ่นละอองที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงานเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า เมื่อพิจารณาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 แล้ว จะเห็นได้ว่า โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ กรณีจึงมิใช่โครงการหรือกิจกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง จึงไม่จำต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550&amp;nbsp;และแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว แจ้งว่า ได้ตรวจสอบแบบแปลนและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นควรอนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวลตามแบบแปลนที่กำหนดได้ ตามหนังสือลงวันที่ 14 ตุลาคม 2553 ซึ่งรายละเอียดของอาคารที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ได้รับอนุญาตจะไม่ตรงกันก็ตาม แต่เมื่อพื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ไม่ได้ถูกประกาศเป็นเขตควบคุมอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กรณีย่อมถือได้ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ได้รับสิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 จึงได้รับยกเว้นตามนัยมาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116745</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, จังหวัดปราจีนบุรี, บ้านเขาไม้แก้ว, ศาลปกครองสูงสุด, อำเภอกบินทร์บุรี, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2aecfc1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.กลับลำอนุมัติ GPSC ซื้อโกลว์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกพ.กลับลำอนุมัติจีพีเอสซี ควบรวมโกลว์ หลังพิจาณาเงื่อนไขไม่ซื้อโรงไฟฟ้าเอสพีพี 1 ถือว่าไม่ลดการแข่งขันในพื้นที่แล้ว ยื่นข้อเสนอต้องหาผู้อื่นมาซื้อแทนถึงจะดำเนินการโอนหุ้นได้ ด้านปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 40-50 สตางค์/ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยภายผลการประชุมคณะกรรมการ กกพ. (บอร์ด) ว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบในการ ให้บริษัท โกลโบล ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ควบรวมกิจการกับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) โดยมีเขื่อนไขกำหนดให้โกลว์ ขายกิจการบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด ที่ดำเนินการโรงไฟฟ้าขนาด 148 เมกะวัตต์ ให้แล้วเสร็จก่อน หรือต้องมีลูกค้ารายอื่นที่เข้ามาซื้อกิจการดังกล่าวก่อน จีพีเอสซีจึงจะสามารถทำการควบรวมได้ในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อไฟของโกลว์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กกพ.มีมติเห็นชอบในหลักการให้จีพีเอสซี ควบรวมโกลว์แล้ว หลังจากที่ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อขออุทธรณ์เข้ามาอีกครั้ง เนื่องจากครั้งก่อน กกพ.ไม่อนุมัติและยกคำอุทธรณ์ โดยที่ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากจีพีเอสซีได้ยกเว้นการซื้อขาย เอสพีพี 1 ในพื้นที่ดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อข้อกฎหมายในเรื่องลดการแข่งขัน จึงสามารถควบรวมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าให้โกลว์ขายเอสพีพี 1 ให้เรียบร้อยก่อน หรือมีลูกค้ามาซื้อแล้ว จีพีเอสซีจึงจะดำเนินการซื้อหุ้นจากบริษัท เอ็นจี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโกลว์ได้ ซึ่งระยะเวลาอยู่ที่การดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย&amp;quot;นางสาวนฤภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้ กำหนดเงื่อนไขบังคับหลังการรวมกิจการโดยกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้รับใบอนุญาต บริษัท โกลว์ จำนวน 11 ข้อ และผู้รับใบอนุญาตบริษัทในเครือได้แก่ 1.การอำนวยความสะดวกกรณีลูกค้าเดิมเปลี่ยนผู้ให้บริการไฟฟ้า 2.การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ 3.การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ &amp;nbsp;4.การให้บริการอย่างมีมาตรฐานและไม่เลือกปฏิบัติ 5.การพิจารณาให้สิทธิในการพิจารณาต่อสัญญาหรือขยายเวลาสัญญาแก่ลูกค้ารายเดิมก่อน 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.โครงสร้างอัตราค่าบริการมีความเป็นธรรม 7.การผลิตและจัดหาไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอมีมาตรฐาน 8.การรักษาความลับข้อมูลทางธุรกิจให้กับลูกค้า 9.การสนับสนุนธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ 10.การบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญา และ 11.ในกรณีที่การกระทำ พฤติกรรม หรือเหตุที่ทำให้เกิดการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการในกิจการพลังงานตามข้อ 10 สิ้นสุดลงแล้ว ผู้รับใบอนุญาตอาจต้องร้องขอให้คณะกรรมการระงับ ยกเว้น หรือปรับปรุงมาตรการเฉพาะใหม่ก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่จีพีเอสซี กล่าวว่าทางบริษัทจะรอให้การซื้อขายเอสพีพี 1 ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะทำการซื้อหุ้นโกลว์จาก เอ็นจี้ในสัดส่วน 69% (ระยะแรก) จึงยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาในการดำเนินการได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับโกลว์ว่าจะขายเอสพีพี 1 ช่วงเวลาใด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายก็จะลดลงแต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับแผนการกู้เงินจากสถาบันการเงิน เนื่องจากยังยึดตามแผนการดำเนินการเดิมทั้งหมด ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กกพ.กำหนดออกมา และต้องขอขอบคุณที่มีการทำงานอย่างเต็มที่ตลอดมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25191</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ควบรวมกิจการ, จีพีเอสซี, นฤภัทร อมรโฆษิต, มติเห็นชอบ, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd96379f1450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กกพ.&#039;สั่งหยุดเดินเครื่องกังหันลมที่โคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;กกพ.&amp;rdquo; สั่งหยุดเดินเครื่องกังหันลมผลิตไฟฟ้า ของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด และพื้นที่ใกล้เคียง ชั่วคราว เข้าตรวจสอบความเสียหาย และเหตุขัดข้อง กังหันลมผลิตไฟฟ้า เผย ล่าสุดไม่พบผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 61- &amp;nbsp;นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61 เวลาประมาณ 11.30 น. กังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ในโครงการของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด ได้เกิดเหตุขัดข้องในส่วนเครื่องยนต์และใบพัด ส่งผลให้ชุดใบกังหัน และเครื่องยนต์ หลุดร่วงลงสู่พื้นดินในบริเวณใกล้เคียงในพื้นที่บ้านเกาะแหลม ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับรายงานว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต รวมทั้งความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลังจากทราบเหตุ ทางสำนักงาน กกพ. ได้ตรวจสอบข้อมูลกับทางบริษัทฯ พร้อมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกพ. เขต 6 นครราชสีมา เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีกังหันลมที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจำนวน 1 เครื่องได้มีการชำรุดในชุดใบพัด และเครื่องยนต์ และหลุดร่วงลงด้านล่างโคนเสา และไม่ได้มีการปลิวกระจาย นอกจากนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ รวมทั้งไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับที่อยู่อาศัยหรือชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้าในภาพรวมหรือพื้นที่ใกล้เคียงยังคงจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ ทั้งนี้ โครงการของบริษัทฯ ได้เดินเครื่องผลิตและขายไฟฟ้าเข้าระบบได้หนึ่งเดือนแล้วก่อนเกิดเหตุ&amp;rdquo; นางสาวนฤภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ทางบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายประกอบการอนุญาตการประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า โดยได้มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุและสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นมายังสำนักงาน กกพ. แล้วภายใน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาเกิดอุบัติเหตุ และทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สั่งการให้บริษัทฯ หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันลมทั้งหมดเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งแก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมในบริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 60 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 180 เมกะวัตต์ เป็นของบริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารับอนุญาต จำนวน 30 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง จำนวน 90 เมกะวัตต์ และอีก 30 เครื่อง เป็นของบริษัท เค.อาร์.เอส.ทรี จำกัด จำนวน 30 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้ง จำนวน 90 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ กกพ. ได้สั่งการให้หยุดเดินเครื่องทั้งหมดเพื่อรอการตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน 2550 และเงื่อนไขประกาศหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เกี่ยวกับที่ตั้งของโครงการ จะต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบกิจการพลังงาน โดยกำหนดระยะห่างระหว่างกังหันลมกับเขตชุนไว้ โดยให้มีระยะห่างจากโคนเสากังหันลมไม่น้อยกว่า 3 เท่าของความสูงเสากังหันลมบวกกับรัศมีใบพัด ถึงเขตที่ดินของบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลังที่ใกล้ที่สุดของเขตชุมชน รวมไปถึงผลกระทบทางเสียง ต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และชุมชนในพื้นที่ ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากโครงการในลักษณะเดียวในทุกพื้นที่ที่ได้รับการอนุญาตจาก กกพ. อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกพ. จะได้มีการแจ้งผลการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กังหัน, กังหันผลผลิตไฟฟ้า, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ต.บึงปรือ, ทรอปิคอล วินด์, นครราชสีมา, อ.เทพารักษ์, เครื่องยนต์, ใบพัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd96379f1450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC จ่อยื่นอุทธรณ์กกพ.ล้มซื้อโกลว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีพีเอสซีเตรียมยื่นอุทธรณ์ กกพ.ค้านซื้อโกลว์ ชี้รักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น หลังมีสิทธิ์ยื่นภายใน 30 วัน ยอมรับการยื่นอุทธรณ์ทำการซื้อโกลว์ล่าช้า พร้อมยันเจรจาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (จีพีเอสซี) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรณีที่มีมติไม่อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) หรือโกลว์ เพื่อรักษาสิทธิผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ขณะที่ยังมองเห็นถึงความสำคัญในการซื้อกิจการดังกล่าวซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวานนี้บอร์ดพิจารณากันตามปกติ เนื่องจากเราเป็นบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ในหนังสือที่กกพ.แจ้งว่าเรามีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยหน้าที่ของเราก็ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้น เราก็จะใช้สิทธิตรงนั้น เนื้อหารายละเอียดยังไม่ทราบ เราก็จะหารือกันต่อไป&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะหารือรายละเอียดถึงการทำหนังสือเพื่อยื่นอุทธรณ์ โดยเบื้องต้นจะชี้แจงถึงกระบวนการเข้าซื้อกิจการซึ่งเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ และอาจชี้แจงถึงแนวทางปฎิบัติในการดูแลลูกค้าทุกรายของกลุ่มโกลว์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้หารือกับลูกค้าทุกรายอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจบริการก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม หรือผู้มีส่วนได้เสียมีความสบายใจ บริษัทก็พร้อมจะดำเนินการให้ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้อาจทำให้ระยะเวลาในการซื้อกิจการโกลว์ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์เดิมนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะเป็นเงื่อนไขข้อตกลงเดิมที่ได้ทำไว้กับกลุ่ม Engie Global Development B.V. (เอ็นจี้) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโกลว์ และไม่ได้เป็นปัญหาต่อสัญญาการกู้เงินเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเราได้หารือกับทุกฝ่ายให้เข้าใจสถานการณ์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีเหตุผลที่จะชี้แจง ขอย้ำว่าเราเคารพทุก ความเห็นลูกค้า ความเห็นที่มาจากทางด้านสาธารณะ บทบาทหน้าที่ของกกพ. เราเคารพในความเห็นเหล่านั้น แต่เรามีหน้าที่ที่จะรักษาสิทธิของเราและความเห็นของเราที่คิดว่าถูกต้องชอบธรรม เราก็เคารพในหน้าที่ซึ่งกันและกัน เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หากกกพ.ยกคำอุทธรณ์ดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นายชวลิต กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบประเด็นนี้เพราะจะต้องพิจารณาเป็นขั้นตอนไป แต่เบื้องต้นการพิจารณาคำอุทธรณ์ของ กกพ.ไม่ได้มีระเบียบกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่คาดว่าไม่น่าจะช้ากว่า 30 วันซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติตามขั้นตอนราชการทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จีพีเอสซีมีแผนซื้อกิจการโกลว์ ด้วยมูลค่าราว 140,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการซื้อหุ้นจากกลุ่มเอ็นจี้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นโกลว์ สัดส่วน 69.11% วงเงินรวม 9.59 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. หากได้รับอนุมัติจาก กกพ. หลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้นโกลว์ ส่วนที่เหลือต่อไป โดยภายหลังการเข้าซื้อกิจการโกลว์ จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในกลุ่มเพิ่มเป็นราว 5,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 6.9% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กกพ.มีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการของจีพีเอสซี โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในโกลว์เนื่องจากจะส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพราะการรวมกิจการครั้งนี้จะส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ขณะที่การให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่มโกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, จีพีเอสซี, ชวลิต ทิพพาวนิช, ยื่นอุทธรณ์, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bca01c96b569.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.สั่งห้าม GPSC ซื้อหุ้น GLOW อ้างขัดกฏหมายส่งเสริมการแข่งขัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอินโฟเควสท์ อ้างแหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกกพ.เมื่อวานนี้ ( 10 ต.ค.) มีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติให้บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ซื้อกิจการบมจ.โกลว์พลังงาน (GLOW) เนื่องจากอาจขัดข้อกฎหมายของพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 เรื่องการส่งเสริมการแข่งขัน โดยกกพ.เตรียมที่จะออกเอกสารเผยแพร่รายละเอียดดังกล่าวในช่วงบ่ายวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ GPSC กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ขอดูมติบอร์ดกกพ.ก่อนแล้วบริษัทจะชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง GPSC มีแผนซื้อกิจการ GLOW ด้วยมูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาท โดยจะเป็นการซื้อหุ้นจากกลุ่ม Engie Global Development B.V. (Engie) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น GLOW สัดส่วน 69.11% วงเงินรวม 9.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. หากได้รับอนุมัติจาก กกพ. หลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้น GLOW ส่วนที่เหลือต่อไป โดยภายหลังการเข้าซื้อกิจการ GLOW จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในกลุ่มเพิ่มเป็นราว 5 พันเมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 6.9% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19649</URL_LINK>
                <HASHTAG>GLOW, GPSC, กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ซื้อกิจการ, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่, โกลว์พลังงาน, ไม่ อนุมัติ GPSC ซื้อหุ้น GLOW</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbebd4e8d0b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; ใช้มาตรา 44 แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๔/๒๕๖๑ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานโดยที่ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๙๕/๒๕๕๗ เรื่อง การให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพ้นจากตำแหน่งและการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ บางคนได้พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์และบางคนได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่งทำให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่เหลืออยู่ขาดผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในสาขาอันจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการพลังงานทำให้ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบคณะกรรมการที่ต้องการกรรมการที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่หลากหลายเพื่อกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานของประเทศได้ออย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการกำกับกิจการพลังงานบางส่วนได้ทุกสามปี ซึ่งสมควรให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและระยะเวลาดังกล่าว แต่หากจะปฏิบัติตามโดยใช้วิธีสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการกำกับกิจการพลังงานในขณะนี้ตามระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่กฎหมายกำหนดจะต้องใช้ระยะเวลานาน อันจะส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานซึ่งมีเรื่องต้องได้รับการพิจารณาและกำกับดูแลโดยเร่งด่วน รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานและป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;คลิกอ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17570</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, พลังงาน, มาตรา44, แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศิริ&quot; แย้มบอร์ดกกพ.สมัครใจลาออก 2 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศิริ&amp;quot; แย้มบอร์ดกกพ.สมัครใจลาออก 2 คน ชี้อยู่ในขั้นตอนการสรรหาคนใหม่ ยันทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม&amp;quot;ตามรอยศาสตร์พระราชา...ด้านการพลังงาน&amp;quot; ว่าความคืบหน้าการปรับโครงสร้างกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ว่า ขณะนี้มี กกพ.ลาออกโดยสมัครใจแล้ว 2 คน กระทรวงพลังงานจึงอยู่ระหว่างสรรหา กกพ.ใหม่อีก 3 คน เพื่อเข้ามาดำเนินงานแทน 2 คนที่ยื่นลาออก และแทนคนที่เกษียณอายุไปแล้วก่อนหน้านี้อีก 1 คน เพื่อให้มีผู้ดำรงตำแหน่งครบทั้ง 7 คนตามโครงสร้าง ส่วนการสรรหาและแต่งตั้งหลังจากนี้จะเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามกฎหมายของ กกพ.จะต้องมีทั้งหมด 7 ท่าน มีวาระ 6 ปี แต่ทุก 3 ปีจะต้องมีคนที่ออกโดยจับฉลาก ซึ่งชุดนี้ก็อยู่มา 4 ปี ดังนั้นจึงมี กกพ. 2 ท่านที่สมัครใจลาออก ดังนั้นจะมีการแต่งตั้งอีก 3 คน ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างจะเป็ยไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีบุคคลในใจที่จะสรรหาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนทั้ง 3 ตำแหน่งที่ว่างลง ขณะเดียวกันขออย่าเพิ่งคาดเดารายชื่อ เพราะถ้าได้ตามที่คาดคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ได้ก็จะกระทบความรู้สึกได้&amp;rdquo;นายศิริ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., กระทรวงพลังงาน, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ลาออก, ศิริ จิระพงษ์พันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b0423d49084d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
