<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สคร.เปิดรายย่อยจองไทยแลนด์ฟันด์ 12-19 ต.ค.นี้ ขายหน่วยละ 10 บาท เคาะผลตอบแทนสุดว้าว 4.75-5.3% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สคร. แจงเปิดรายย่อยลุยจองหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 12-19 ต.ค. 2561 เปิดจองขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท หรือ 1 พันหน่วย เคาะผลตอบแทนสุดว้าว 4.75-5.3% พร้อมจ่ายปีละ 4 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะตรวจเอกสารการขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFFIF) วงเงินประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท ขั้นสุดท้ายภายในวันที่ 12 ต.ค. 2561 โดยจะให้นักลงทุนรายย่อยเปิดจอง 8 วัน ในช่วงวันที่ 12-19 ต.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขายหน่วยลงทุนจะให้รายย่อยเป็นอันดับแรก โดยจองขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท หรือ 1 พันหน่วย สามารถจองได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ (บลจ.) ฟินันซ่า, บลจ. ภัทร, ธนาคารกรุงไทย และธนาคากรุงเทพ โดยระบบการจองจะให้ผู้ที่จองไม่เกิน 1 พันหน่วยแรกก่อน หลังจากนั้นก็จะเพิ่มให้กับผู้จองรายย่อยที่ละ 100 หน่วยลงทุน เพื่อให้รายย่อยทุกคนได้หน่วยลงทุน TFFIF อย่างไรก็ตามก็จะมีส่วนหนึ่งกันไว้ให้กับนักลงทุนสถาบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผลตอบแทนของ TFFIF อยู่ในช่วง 4.75-5.3% ในปีแรก ซึ่งเป็นระดับผลตอบแทนที่เหมาะสม มีความมั่นคง เมื่่อเทียบกับความเสี่ยงจากการลงทุนที่ต่ำ โดยจะมีการจ่ายผลตอบแทนปีละ 4 ครั้ง เนื่องจากผลตอบแทนจ่ายจากรายได้ค่าผ่านทางที่มีเงินไหลเข้ามาทุกวัน ผู้บริหารกองทุนจึงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บเงินไว้ จึงนำมาจ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ทันที ซึ่งเป็นผลดีกับผู้ถือหน่วยที่จะได้เงินปันผลไปใช้จ่ายหรือลงทุนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับการระดมทุน TFFIF ครั้งต่อไปอยู่ระหว่างการหารือกับกรมทางหลวงเพื่อนำรายได้ของมอเตอร์เวย์โอนมาให้กองทุน เพื่อระดมทุนไปสร้างถนนมอเตอร์เวย์เส้นทางใหม่ ซึ่งกรมทางหลวงอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้โอนเงินรายได้ให้กองทุน TFFIF ได้ ซึ่งหากกรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องใช้เงินก่อสร้างเส้นทางใหม่ ก็พร้อมที่จะขยายหน่วยลงทุนรอบใหม่ได้ทันที ซึ่งจะส่งผลดีกับ TFFIF ทำให้มีมูลค่าและให้ผลตอบแทนมากขึ้น&amp;rdquo; นายชาญวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19066</URL_LINK>
                <HASHTAG>TFFIF, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ชาญวิทย์ นาคบุรี, สคร., หน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb58934daf11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าอดีตผบก.เลย กบดานตุ๋นลูกน้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ผบก.เลยดำดิน ไม่ยอมเข้าให้ปากคำคดีฉ้อโกงลูกน้องทั้งจังหวัด 229 ล้าน โทรศัพท์แจ้งอยู่ระหว่างรวบรวมเงินใช้หนี้ ผบช.ภ.4 สั่งออกหมายเรียกตามขั้นตอนก่อนถึงหมายจับ เผยเอาเงินไปให้ผัวเมียร่วมแก๊งเล่นหุ้นจนพังยับ เผยหัวหน้าใหญ่มีหมายจับ 5 คดี ยังกบดานในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น ตั้งแต่เช้าวันที่ 13 มิถุนายนนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนมากไปรอทำข่าว เพราะเป็นวันที่ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนัดเป็นครั้งที่ 3 ให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เข้าให้ปากคำในคดีทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีตำรวจในจังหวัดเลยจำนวน 192 นาย ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 229 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนกระทั่งถึงเวลากำหนดนัด 10.00 น. พล.ต.ต.สุทิพย์ก็ไม่เดินทางมารายงานตัวและเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุทิพย์โทรศัพท์แจ้งว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเงินมาใช้คืนให้แก่ตำรวจที่ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และเป็นครั้งสุดท้ายที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้น ได้ออกหมายให้ พล.ต.ต.สุทิพย์มารายงานตัวและให้ปากคำ แต่จนถึงเวลานัดหมายไม่เดินทางมา จึงมีคำสั่งให้คณะพนักงานสอบสวนดำเนินการเอาผิด พล.ต.ต.สุทิพย์ทั้งทางอาญาและวินัย โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คือการออกหมายเรียกให้ พล.ต.ต.สุทิพย์มารับทราบข้อกล่าวหา คือฉ้อโกงประชาชน หากออกหมายเรียก 2 ครั้งยังไม่มา ก็จะออกหมายจับต่อไป ส่วนความผิดทางวินัยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นฝ่ายพิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวด้วยว่า นอกจากตำรวจจังหวัดเลยจะถูกหลอกเอาเงินไปจำนวนมากแล้ว ตามทางสืบสวนสอบสวนทราบว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ ยังอยู่ในเครือข่ายการระดมเงินไปเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ของสามีภรรยาชาวขอนแก่น ที่มีผู้เสียหายทั้งในขอนแก่นและหนองบัวลำภู ความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า ยืนยันว่าคณะทำงานของ บช.ภ.4 ทุกคน ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะผู้เสียหายคือผู้ใต้บังคับบัญชา และไม่มีนายตำรวจรายใดที่จะไปรับสินบนหรือไปให้การช่วยเหลือ พล.ต.ต.สุทิพย์อย่างแน่นอน ส่วนการให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตดังกล่าว ได้มีการหารือกับสถาบันการเงินในการหาทางออกร่วมกันแล้ว รวมทั้งมีการปรับวงเงินกู้ฉุกเฉินให้กับข้าราชการตำรวจทั้ง 192 นาย ที่สามารรถกู้ยืมเงินกับทางสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย อีกรายละ 50,000 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องที่เกิดขึ้น อีกทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอนุมัติงบประมาณจากสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจกลาง ให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.ขอนแก่น เพื่อเสริมสภาพคล่องอีก 90 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้ขวัญกำลังใจของตำรวจ ภ.จว.เลยดีขึ้นอย่างมาก เพราะผู้บังคับบัญชาทุกระดับใส่ใจและหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร.และ บช.ภ.4 จะลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาอีกครั้งในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ได้โทรศัพท์มาหา ยืนยันที่จะนำเงินมาคืนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ขอเวลาสักพัก อ้างว่าขณะนี้เงินทั้งหมดถูกล็อกระบบในการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเครือข่ายที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ร่วมลงทุนด้วยสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว และพร้อมที่จะนำเงินมาคืนให้กับตำรวจ จ.เลยได้ ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. วันละ 30 ล้านบาท จนกว่าจะครบจำนวน 229 ล้านบาทที่ได้นำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเจรจาหรือชี้แจงของ พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นสิทธิ์ที่เจ้าตัวทำได้ แต่วันนี้ในเมื่อไม่มารายงานตัวและเข้าให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ บช.ภ.4 ก็หมดเวลาในการเจรจาตามที่ได้ให้โอกาสแล้ว และ ผบช.ภ.4 ได้แต่งตั้งผมให้เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนและสอบสวนในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเอาผิดกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ในข้อหากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 500,000-1,000,000 บาท จำคุก 5-10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot; พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ พบว่าเป็นการร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการนำเงินไปลงทุนหรือไม่ อย่างไร และกลุ่มธุรกิจอะไรบ้าง รวมทั้งการตรวจสอบข้อมูลการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และหลายจังหวัดในภาคอีสาน นอกจากนี้ยังประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการตรวจสอบการปันผลกำไรหรือค่าตอบแทนในการลงทุนต่างๆ เนื่องจาก พล.ต.ต.สุทิพย์กับพวก ยืนยันการปันผลกำไรสูงถึงร้อยละ 2.8 ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว พบว่ามีเงินหมุนเวียนมากถึงเดือนละกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็น 1 ในสายที่ร่วมลงทุนด้วย ส่วนนายใหญ่ของขบวนการเป็นชาว จ.หนองบัวลำภู ซึ่งได้ถูกออกหมายจับแล้ว 5 คดี ขณะนี้ยังคงหลบหนีอยู่ภายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11303</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b211b69e2123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
