<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านประกันภัย เพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบกรณีน้ำท่วมอย่างเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในประเทศไทยมีฝนตกชุกและในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นอย่างมากและได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 1-4 ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัย พร้อมทั้งติดตามและรายงานความเสียหาย เพื่อเตรียมพร้อมในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยให้สำนักงาน คปภ. ภาค ภาค 1-4 ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้านประกันภัย ณ สำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด ในส่วนของสำนักงาน คปภ. ภาค ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบได้กำชับให้เฝ้าระวัง เพื่อเตรียมความพร้อม และให้บูรณาการร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีหนังสือถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ให้แจ้งบริษัทสมาชิก ได้ติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัย พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบความเสียหายเพื่อเตรียมพร้อมในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค/จังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสบภัยรีบสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเฉพาะรถยนต์ที่มักจะได้รับความเสียหายเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม โดยให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้นรถยนต์ ประเมินค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ประเมินค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป และระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน ซึ่งในกรณีนี้บริษัทจะคืนทุนประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ ขอให้ผู้เอาประกันภัยแสดงรายละเอียดของความสูญเสียและมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นของทรัพย์สิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเสียชีวิตให้แสดงหลักฐานสำเนาใบมรณบัตร และสำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นขอให้ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ซื้อไว้ว่า ให้ความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือไม่ อย่างไร โดยกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองถึงภัยน้ำท่วม อาทิ การประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 การประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินและการประกันอัคคีภัยที่ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เช่น ประกันภัยข้าวนาปี ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกันภัยทุเรียน เป็นต้น การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งให้ความคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติอีก 4 ภัย (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหวและลูกเห็บ) รวม 20,000 บาทต่อปี และการประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)&amp;nbsp;ซึ่งให้ความคุ้มครองกลุ่มภัยธรรมชาติ 4 ภัย (น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหวและลูกเห็บ) รวม 10,000 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความห่วงใยและขอส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ และขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักว่าปัจจุบันภัยธรรมชาติได้สร้างความสูญเสียหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอยู่บ่อยครั้ง และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากประชาชนทำประกันภัยไว้ก็จะเป็นการช่วยบรรเทา เยียวยาความเดือดร้อน&amp;nbsp;และความเสียหายทางการเงินที่จะเกิดขึ้นภายหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นการประกันชีวิต หรือการประกันภัยทรัพย์สินต่าง ๆ โดยสำนักงาน คปภ. จะดูแลเพื่อให้ระบบประกันภัยเยียวยาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเต็มที ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านประกันภัย สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือติดต่อได้โดยตรง ณ สำนักงาน คปภ. ภาค/จังหวัด ทั่วประเทศ&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118120</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีน้ำท่วม, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ค่าสินไหมทดแทน, ช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ผู้เอาประกันภัย, ศูนย์ช่วยเหลือด้านประกันภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152e4b2aa9b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ออก 7 มาตรการผ่อนผัน สำหรับบริษัทประกันที่มีเคลมประกันโควิด เพื่อเสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกันให้กับประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (บอร์ด คปภ.) ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2564 และประธานบอร์ด คปภ. ได้ลงนามประกาศ คปภ. ดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบันที่มีความรุนแรงทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทประกันวินาศภัยจำนวนหนึ่งต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากกรณีดังกล่าวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท รวมทั้งเพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการปรับฐานะการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ และสามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว คปภ. จึงได้ออกมาตรการเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องในการดำเนินงานให้กับบริษัทประกันวินาศภัย&amp;nbsp; 7 มาตรการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp; ยกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัยจากการรับประกันภัย COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; ให้สามารถนับเงินกู้ยืมด้อยสิทธิ์ตามลักษณะที่กำหนดมาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; ผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ขั้นต่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; ยกเว้นการนำค่าเผื่อความผันผวนที่เรียกว่า&amp;nbsp; provision of adverse deviation (PAD) มาคำนวณเงินกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในเป็นสินทรัพย์หนุนหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; สามารถนำเบี้ยประกันภัยค้างรับที่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่เกิน 30 วันมาใช้ในการคำนวณเงินสำรอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.&amp;nbsp; อนุญาตให้บริษัทมีสัดส่วนของเงินสดและเงินฝากธนาคารที่บริษัทใช้สำหรับการบริหารสภาพคล่องได้เกินร้อยละ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 7 มาตรการ เป็นการสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทประกันภัย ทำให้บริษัทประกันภัยมีสภาพคล่องทางการเงินที่จะนำมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการลดภาระด้านการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 จาก Buffer ที่ตั้งไว้ ผ่อนผันให้บริษัทถือเงินสดในมือได้มากขึ้น และยังเพิ่มทางเลือกให้กับบริษัทในการจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นที่บริษัทสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วกว่าการเพิ่มทุน และลดภาระค่าธรรมเนียมในการฝากเงินกับสถาบันการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ยังทำให้บริษัทประกันภัยมีเวลามากขึ้นในการดำเนินการปรับปรุงฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่องของบริษัทให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทสามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันได้ โดยประกาศฯ ได้กำหนดลักษณะของบริษัทประกันวินาศภัยที่สามารถยื่นคำขอใช้มาตรการผ่อนผันไว้ 2 ประการ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องมีค่าสินไหมทดแทน COVID-19 เป็นจำนวนมากกว่า 500 ล้านบาทก่อนการยื่นขอผ่อนผัน และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีการประมาณการว่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2565 อาจต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19 ไม่น้อยกว่า 75% ของเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ที่มีการยื่นต่อสำนักงาน คปภ. และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีเงินกองทุน และ/หรือสินทรัพย์สภาพคล่องเพียงพอสำหรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน COVID-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้นสามารถยื่นคำขอผ่อนผันต่อนายทะเบียน โดยจะต้องจัดทำแผนการดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565 และต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนต่อนายทะเบียนทุก 15 วัน และต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเพียงพอของเงินกองทุน กระบวนการในการบริหารเงินกองทุนของบริษัท และการประเมินความเพียงพอของเงินกองทุน รวมถึงการประเมินหนี้สินจากสัญญาประกันภัย โดยเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังใช้มาตรการผ่อนผันตามประกาศนี้ด้วย ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรวม 3 ชุด เพื่อกำกับดูแล กลั่นกรองพิจารณาคำขอ และตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับการผ่อนผัน ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจยกเลิกมาตรการผ่อนผันได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการผ่อนผันดังกล่าวเป็นกลไกชั่วคราวที่มุ่งช่วยเหลือบริษัทประกันภัยที่ประสบปัญหาสภาพคล่องรายกรณี โดยจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัย COVID-19 ให้มีเงินเพียงพอต่อการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลและติดตาม ตรวจสอบฐานะการเงินและความมั่นคง รวมถึงสภาพคล่องของบริษัทอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมาตรการผ่อนผันนี้ไม่ได้เป็นการยกเว้นกลไกของกฎหมายตามปกติ แม้บริษัทประกันภัยจะได้รับมาตรการผ่อนผัน แต่หากบริษัทไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นายทะเบียนก็มีอำนาจยกเลิกการผ่อนผันได้ หรือหากมีการดำเนินการใด ๆ ที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย สำนักงาน คปภ. ก็พร้อมที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายตามช่องทางปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ซึ่งกลไกทางกฎหมายตามบทบัญญัติต่าง ๆ ที่สำนักงาน คปภ. จะสามารถเข้าไปควบคุมดูแลก็ยังคงอยู่ จึงขอให้มั่นใจว่าสำนักงาน คปภ. จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยด้านประกันภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัยติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117630</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 มาตรการผ่อนผัน, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ค่าสินไหมทดแทน, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, บริษัทประกันวินาศภัย, มาตรการสำหรับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีค่าสินไหมทดแทน COVID-19, เคลมประกันโควิด, เสริมสภาพคล่องจ่ายค่าเคลมประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c2cdd70ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. เผยผลการประเมินความทนทานภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลอง (Stress Test) บริษัทประกันภัย มีฐานะความมั่นคงทางการเงินในระดับที่ปลอดภัย และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมกำหนดมาตรการเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด จากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 เพื่อคุ้มครองประชาชนอย่างเต็มพิกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบประกันภัย และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัย ได้ดำเนินการวิเคราะห์และติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย เพื่อลดโอกาสในการเกิดความเสี่ยง และความรุนแรงของความเสี่ยงภายในธุรกิจประกันภัย เนื่องจากธุรกิจประกันภัยเป็นส่วนหนึ่งของภาคการเงินเช่นเดียวกันกับธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจหลักทรัพย์ จึงได้มีการร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ในการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงและประเมินความเสี่ยงต่อภาคการเงินโดยรวมอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในกิจกรรมการประเมินความเสี่ยงต่อภาคการเงินโดยรวมที่มีการดำเนินการเป็นประจำทุกปี ได้แก่การประเมินความทนทานของระบบการเงินภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลอง (Stress Test) ซึ่งใช้สถานการณ์และค่าพารามิเตอร์ที่กำหนดร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงาน เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการเงินจากการเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลองที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากปี 2564 สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง สำนักงาน คปภ. จึงนำสถานการณ์ดังกล่าวมาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ไม่ใช่เฉพาะต่อการดำเนินธุรกิจของภาคการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในทุกภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงการดำเนินชีวิตของประชาชนอีกด้วย ดังนั้น สำนักงาน คปภ. ธปท. และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้กำหนดสถานการณ์ที่ใช้ในการจัดทำ Stress Test โดยเน้นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงินจากการระบาดของ COVID-19 ในช่วง 1&amp;ndash;3 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2564&amp;ndash;พ.ศ. 2566) และได้กำหนดสถานการณ์ใน 2 ระดับความรุนแรง คือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ระดับความรุนแรงปานกลาง (moderate scenario) โดยตั้งสมมติฐานให้มีการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 และจากการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 ทำให้สามารถควบคุมการระบาดและทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติในปี 2565 และ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ระดับความรุนแรงสูง (severe scenario) โดยตั้งสมมติฐานให้ในปี 2564 เชื้อ COVID-19 เกิดการกลายพันธุ์และส่งผลให้วัคซีนที่มีการพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน ไม่สามารถใช้ในการป้องกันการระบาดของไวรัสพันธุ์ใหม่นี้ได้ โดยทั่วโลกใช้เวลาในพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 ที่มีการกลายพันธุ์ได้สำเร็จในช่วงปลายปี 2565 และจะเริ่มทำการกระจายและฉีดวัคซีนชนิดใหม่นี้ในช่วงต้นปี 2566&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 มีความเกี่ยวพันกับธุรกิจประกันภัยในระดับสูง ดังนั้น นอกจากผลกระทบต่อปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเงินแล้ว สำนักงาน คปภ. ร่วมกันกับสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) และสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย (SOAT) ได้กำหนดเพิ่มผลกระทบต่อปัจจัยด้านประกันภัยเป็นพิเศษสำหรับการจัดทำ Stress Test ของบริษัทประกันภัย เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยมีความเข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการทดสอบดังกล่าวพบว่า ธุรกิจประกันภัยโดยรวมทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สามารถทนทานต่อสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลองที่กำหนดขึ้นได้ ทั้งในกรณี moderate scenario และ severe scenario โดยในด้านของฐานะความมั่นคงทางการเงิน พบว่า สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลองที่กำหนดขึ้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยในภาพรวมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ว่าผลกระทบดังกล่าวอาจมีระดับสูงขึ้นสำหรับบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพในสัดส่วนที่สูง แต่บริษัทเหล่านี้ยังคงมีฐานะความมั่นคงทางการเงินในระดับที่ปลอดภัยและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ในด้านของสภาพคล่อง พบว่า ธุรกิจประกันภัยในภาพรวมยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้อย่างครบถ้วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้คำนึงถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยด้านสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 และปัจจัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคการเงิน ดังนั้น เพื่อให้สามารถประเมินเสถียรภาพของระบบประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถกำหนดมาตรการที่จำเป็นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและให้ระยะเวลาการปรับตัวกับธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. จะได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัจจัยที่มีผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยในระดับสูง ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย Spread ของหุ้นกู้ และราคาตราสารทุน รวมถึงสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 และการฉีดวัคซีนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ หากในกรณีที่เห็นว่าสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจต่อเนื่องเป็นยาวนาน&amp;nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยรุนแรงกว่าสถานการณ์ที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ.จะกำหนดให้บริษัททำการทดสอบ Stress Test เพิ่มเติม เพื่อประเมินความทนทานและเสถียรภาพของระบบประกันภัยอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากผลการทดสอบ Stress Test ที่ได้รับในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยทราบข้อมูลว่าธุรกิจประกันภัยไทยยังมีความแข็งแกร่งแม้ในสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงของ COVID-19 ในปัจจุบัน จึงสามารถมั่นใจได้ว่าระบบประกันภัยยังมีความพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108423</URL_LINK>
                <HASHTAG>moderate scenario, severe scenario, Stress Test, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, ความทนทานภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลอง, คุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัย, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคจำลอง, สำนักงาน ก.ล.ต., สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, เลขาธิการ คปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60def06562b44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันสถานการณ์! เลขาธิการ คปภ. ออกคำสั่งให้ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองไปถึงกรณีฉีดวัคซีนโควิด ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาลฯ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชนผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแลด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัย, ป้องกันการแพร่ระบาด, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19, เลขาธิการ, แพ้วัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abacafd978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการ คปภ. สั่งสอบสวนตัวแทนประกันชีวิต ที่ส่งข้อความไม่เหมาะสมให้กับประชาชนแล้ว เผยจะบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออก และเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการดำเนินการของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร พ.ศ. 2563 ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการเสนอขายประกันภัยในแต่ละช่องทางไว้ อาทิเช่น พบเจอตัวลูกค้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยและคนกลางประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เป็นผู้เสนอขายประกันภัย จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ และหากฝ่าฝืนก็ได้กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 ซึ่งมีการระบาดอย่างรวดเร็วและขยายเป็นวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และได้ซื้อประกันภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทประกันภัยได้นำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กำหนดความคุ้มครองแตกต่างกัน และการเสนอขายประกันภัยในช่วงนี้โดยส่วนใหญ่ผ่านช่องทางโทรศัพท์ หรือทางระบบออนไลน์ จากกรณีที่ปรากฏตามข่าวมีตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ได้เสนอขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ โดยได้โทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าและลูกค้าได้ปฏิเสธการซื้อประกันภัยแล้ว แต่ตัวแทนประกันชีวิตรายนี้ได้ส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมให้ลูกค้า สำนักงาน คปภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว จึงได้สั่งการบริษัทประกันชีวิตดังกล่าวให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มีการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณของคนกลางประกันภัยหรือไม่ และสั่งการให้สายกฎหมายและคดี สำนักงาน คปภ. เรียกตัวแทนประกันชีวิตรายนี้มาสอบสวน เพื่อจะได้ดำเนินการบังคับตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป รวมถึงได้แจ้งเตือนไปยังบริษัทประกันภัย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ให้กำชับสมาชิกถือปฏิบัติตามที่ประกาศกำหนดโดยเคร่งครัดแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตามข่าวที่ปรากฏน่าจะเข้าข่ายการรบกวน หรือก่อความรำคาญให้กับลูกค้า ซึ่งทางสำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ หากพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่กำหนด นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้คนกลางประกันภัย กระทำการ งดเว้นกระทำการ ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัยได้ จนกว่าจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง และอาจโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือกำหนดมาตรการอื่นที่หนักขึ้น ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการกระทำในทำนองนี้อีก ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเสนอขายประกันภัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อสายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101299</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์ประกันภัย, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ตัวแทนประกันชีวิต, บริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc33313d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ไขทุกข้อข้องใจประกันภัยไซเบอร์ ตอน ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไขทุกข้อข้องใจประกันภัยไซเบอร์ ตอน ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล คือ? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยความเสี่ยงภัยที่บุคคลทั่วไป อาจเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายขึ้นจากการถูกโจรกรรมหรือ กรรโชกทรัพย์หรือคุกคามหรือละเมิดด้านความปลอดภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล หรือด้านความปลอดภัยของข้อมูล เกี่ยวกับบุคคลทั่วไปซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการใช้อินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลต่างกับประกันภัยไซเบอร์เชิงพาณิชย์ อย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์เชิงพาณิยช์ เป็นประกันภัยความเสี่ยงที่ธุรกิจ หรือองค์กร หรือบริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ อาจเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายขึ้นจากการถูกโจรกรรมหรือกรรโชกทรัพย์หรือคุกคามหรือละเมิดด้านความ ปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบโครงข่ายของธุรกิจ หรือองค์กร หรือบริษัท หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งต่างกับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นประกันภัยความเสี่ยงของข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลทั่วไปจากการใช้ อินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ข้อดีของประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล มีอะไรบ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล สามารถช่วยประชาชนลดความสูญเสียหรือความเสียหาย และควบคุมค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดภัยทางไซเบอร์ได้ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยไม่แพง ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ข้อแนะนำการเลือกซื้อประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล มีอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : การใช้ชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคลทำให้มีความเสี่ยงภัยแตกต่างกันไป ให้พิจารณาเลือกซื้อความ คุ้มครองตามความเสี่ยงภัยของตนเอง และการประกันภัยนี้เหมาะสำหรับบุคคลที่ซื้อขายสินค้าออนไลน์และทำ ธุรกรรมต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล ของแต่ละบริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองเหมือนหรือต่างกัน อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลของแต่ละบริษัทอาจเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความคุ้มครอง ขณะนี้ มีหลายความคุ้มครองที่บริษัทได้ยื่นขอไว้ โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างตามเงื่อนไขกรมธรรม์ฯ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การถูกโจรกรรมเงินทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การถูกกรรโชกทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การถูกกลั่นแกล้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) การถูกคุกคามทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) การถูกหลอกลวงให้ซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลทางอินเทอร์เน็ต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การลักข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบและ เกิดความเสียหายแก่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การกรรโชกทรัพย์ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การข่มขู่ให้ผู้อื่นให้ทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบและเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของอุปกรณ์นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : การกลั่นแกล้ง ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมแปลงไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลที่เป็นเท็จ รวมทั้งข้อมูล ลามกต่าง ๆของผู้อื่น ซึ่งคนทั่วไปสามารถเข้าไปดูข้อมูลนั้นได้ ทำให้ผู้อื่นนั้นเสียหาย และให้รวมถึงการบูลลี่ผู้อื่นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง หมายถึง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : การกระทำหรือการดำเนินการใด ๆ โดยมิชอบ โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมไม่พึง ประสงค์โดยมุ่งหมายให้เกิดการประทุษร้ายต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบ คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลโดยทั่วไป มีข้อยกเว้น อะไรบ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : โดยทั่วไป ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีดังต่อไปนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนทำประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ความสูญเสียหรือความเสียหายที่สามารถเรียกร้องได้จากผู้รับผิดชอบจากแหล่งอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การทุจริต การฉ้อโกง การกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้กระทำการแทนผู้เอาประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การกระทำ หรือการละเลยของผู้เอาประกันภัยในฐานะพนักงาน ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้กระทำการแทนผู้เอาประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) การพนัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ค่าปรับทางแพ่ง ค่าปรับทางอาญา ค่าปรับโดยสัญญา หรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : เบี้ยประกันภัยสำหรับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล อยู่ที่ประมาณ เท่าไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : เบี้ยประกันภัยจะขึ้นกับความคุ้มครองและวงเงินคุ้มครอง (แผนประกันภัย) ที่เลือกซื้อ โดยปัจจุบัน เบี้ยประกันภัยจะอยู่ตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพันกว่าบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : เงื่อนไขการรับประกันภัย มีอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : โดยทั่วไปเงื่อนไขการรับประกันภัยขึ้นกับเงื่อนไขที่กำหนดของแต่ละบริษัท อาทิเช่น อายุ สัญชาติ ข้อตกลง ความคุ้มครองและวงเงินความคุ้มครอง (แผนประกันภัย) เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : หากต้องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล จะต้องดำเนินการ อย่างไร? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A : สามารถยื่นเรื่องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ที่บริษัทฯ ที่ซื้อไว้ ซึ่งมีหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ฯ โดยทั่วไปกำหนดหลักฐานหรือเอกสารที่ต้องยื่นประกอบตามแต่ละข้อตกลงคุ้มครองที่เลือกซื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : มีบริษัทประกันภัยใดบ้าง? ที่ได้รับความเห็นชอบประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคลไปแล้ว และจัดแผน ความคุ้มครองขายให้ประชาชนอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;A : บมจ. กรุงเทพประกันภัย และบมจ.ทิพยประกันภัย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2564) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Q : หากมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่ไหน? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;A: สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ เว็บไซต์ คปภ www.oic.or.th หรือติดต่อได้ที่สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย หรือสำนักงาน คปภ.ภาค/จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปที่ chatbot &amp;ldquo;คปภ. รอบรู้&amp;rdquo; (LINE@OICConnect)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96456</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัยไซเบอร์, ประกันภัยไซเบอร์ส่วนบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d406663c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อดีของ &quot;ประกันภัย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทำประกันภัยเป็นทางเลือกใหม่ของการเก็บออมและบริหารเงิน นอกจากนั้นแล้วยังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภัยต่างๆ ไม่ว่าจะต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน ดังนั้นการทำประกันจึงเป็นตัวสร้างความมั่นคงให้กับการเงินอีกทางหนึ่ง แต่นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาแล้วนั้น การทำประกันภัยชนิดต่างๆ ยังมีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมและตัวผู้เอาประกันอีกหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถ้าพูดถึงในแง่ของการสร้างความมั่นคงแก่สังคมแล้ว เพราะทำให้สังคมมีหลักประกันในด้านความสงบ ปลอดภัย มั่นใจได้ว่าหากเกิดความเสียหายใดๆ ก็ตามจะได้รับการชดใช้เป็นเงินทดแทน เช่น เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้สำนักงานหรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น หากไม่มีการทำประกันไว้การบริหารงานและการผลิตก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะความเสียหายอาจคิดเป็นเงินมูลค่าหลายล้านจนเจ้าของไม่สามารถหาเงินเพื่อทำการซ่อมแซมได้ทันเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปัจจุบันที่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ในทุกเวลา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่กับใครและกำลังทำอะไร อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นมันคงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากเราจะมีอะไรสักอย่างมาคอยคุ้มครองเราเมื่อยามที่เราเกิดอุบัติเหตุ สิ่งนั้นก็คือการทำประกันอุบัติเหตุ ซึ่งการที่เราจะได้รับความคุ้มครอง ในฐานะผู้เอาประกัน เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อันเกิดจากอุบัติเหตุ จนทำให้เกิดความเสียหายและบาดเจ็บ และเป็นตัวช่วยให้เรามั่นใจว่า เมื่อใดที่เราเกิดอุบัติเหตุเราจะได้รับความคุ้มครอง ช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนประโยชน์จากประกันภัยที่เห็นได้ชัดที่สุดสำหรับตัวผู้เอาประกันก็คือ การทำประกันชีวิต เช่น เมื่อพ่อหรือแม่เสียชีวิตกะทันหันแล้วมีการทำประกันชีวิตไว้ ก็มีการชดเชยเป็นเงินก้อนให้แก่ผู้เอาประกันซึ่งอาจเป็นภรรยาหรือลูกก็ได้ ทำให้สมาชิกครอบครัวไม่ต้องลำบากและสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เช่นเดียวกับประกันอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ประกันภัยรถยนต์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ตัวแทนประกันสามารถช่วยเจรจาและจ่ายเงินค่าซ่อมในวงเงินให้เรา ลดความเสียหายในการจ่ายเงินของเราลง ทำให้เกิดกระบวนการลดความเสี่ยงจากภัยต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นในกรณีของเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต ได้เกิดเหตุเรือโดยสารบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีนล่มจำนวน 3 ลำ คือ เรือฟีนิกซ์ เรือเซเรนาต้า และเรือเจ็ตสกี ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากเกาะเฮและเกาะราชา เพื่อไปยังท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เหตุเกิดบริเวณแหลมโม่ง ห่างจากเกาะเฮและเกาะราชาประมาณ 2 ไมล์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจำนวน 47 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของภาคธุรกิจประกันภัย โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีการเร่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การเยียวยาความเสียหายด้วยระบบประกันภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งบริษัทประกันภัยอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องข้อมูลความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย เอกสารหลักฐานต่างๆ&amp;nbsp; ประกอบการจ่ายค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทำให้ขณะนี้บริษัทประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทของนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต รวมเป็นเงินจำนวน 33,000,000 บาทเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ 1.บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ให้กับทายาทของนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต จำนวน 30 ราย รายละ 1,000,000 บาท เป็นเงิน 30,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยผู้โดยสารเรือสำหรับโดยสารที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของ เรือหรือผู้ประกอบการเดินเรือสำหรับโดยสารต้องจัดให้มีการประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร ให้กับทายาทของนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตจำนวน 30 ราย รายละ 100,000 บาท เป็นเงิน 3,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกรณีของนักท่องเที่ยวจีนที่เสียชีวิตอีก 17 ราย นั้น ความคืบหน้าล่าสุดสำนักงาน คปภ.จังหวัดภูเก็ตได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ซึ่งในจำนวนนี้ 8 ราย รอเอกสารเลขบัญชีและหลักฐานของทายาทเพื่อโอนเงินค่าสินไหมทดแทน ส่วนอีก 9 รายได้ประสานให้ทายาทผู้เสียชีวิตมายื่นเอกสาร ณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะสามารถตอบคำถามที่ว่าการทำ &amp;rdquo;ประกันภัย&amp;rdquo; ดีอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสิ่งเหล่านี้ก็คือประโยชน์ของประกันภัยที่ส่งผลรวมต่อภาคต่างๆ ทั้งสังคม ประเทศชาติ ธุรกิจและประโยชน์ส่วนตัวของผู้เอาประกัน แต่ก่อนจะทำประกันภัยทุกครั้งควรศึกษารายละเอียดและข้อตกลงอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของคุณ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14320</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, ทำประกันชีวิต, บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
