<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน :  ประสบการณ์จากอาเซียน  “การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ณ ฮอลล์&amp;nbsp;5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชนได้จัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีการเสวนาในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;Inslusive&amp;nbsp;City Development&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;Yap Kioe Sheng&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Urban Poverty and Housing Advisor) &amp;nbsp;จากประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ผู้คนอาศัยอยู่ในชนบท&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตอนนี้เรามีเมืองที่ใหญ่มาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่รวย &amp;nbsp;คนจนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;การพัฒนาเมืองก็มีข้อดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าเมืองมาเพื่อทำงานหาเงิน&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความรู้ก็มีมาก&amp;nbsp;ในเมืองใหญ่สิ่งที่ยากคือ&amp;nbsp;การหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp;และต้องเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากในชนบทที่ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมือง&amp;nbsp;ต่างก็เป็นพลเมืองของพื้นที่และได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะขายอาหารริมถนน &amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนเก็บขยะ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนในเมืองจึงควรได้รับการดูแลและได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ควรเป็นพื้นที่ของทุกคน&amp;nbsp;เป็นเมืองของทุกคน &amp;nbsp;คนจน&amp;nbsp;คนแก่&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;แต่ในบางครั้งเมืองก็กลับกลายเป็นพื้นที่ของคนรวยเท่านั้น&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนขับรถ&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่สำหรับเดิน&amp;nbsp;ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูก (มีรถไฟฟ้าที่ราคาแพง)&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนพิการที่ใช้รถเข็น&amp;rdquo;ศาสตราจารย์ &amp;nbsp;Yap&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่า &amp;nbsp;เราคงไม่ได้ร้องขอให้รัฐบาลมาทำอะไรให้เราเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp;แต่ในฐานะประชาชนเราต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเราเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา&amp;nbsp;มักพูดถึงแต่เรื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรมองถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนมีอยู่มีกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าถึงการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีกระทรวง&amp;nbsp;พม. ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Marco &amp;nbsp;Kusumawijaya&amp;nbsp;(Senior Advisor,&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for Urban Studies Jakarta)&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมืองในยุค&amp;nbsp;1.0เป็นเมืองที่รัฐเป็นผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมือง&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;คือชุมชนและรัฐร่วมกันจัดการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;เมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;(เมืองหลวงของประเทศ) เผชิญกับการไล่รื้อครั้งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้ดำเนินการอย่างหนักในการต่อสู้เรื่องการไล่รื้อ&amp;nbsp;เรานำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยได้รับความรู้และประสบการณ์จาก พอช. และกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเริ่มงานในจาการ์ตา&amp;nbsp;เริ่มต้นเหมือนที่ดำเนินการในโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย&amp;nbsp;มีการดำเนินงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนในเมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเมืองเทียบกับประชากรทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้สร้างกลยุทธ์ในการออกแบบชุดให้กับคนหาบเร่แผงลอย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการพูดคุยชักชวนเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีปัญหา &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;ที่ไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากเดิมที่รัฐเป็นหน่วยงานที่ไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Marco&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;และบอกว่า ระบบการบริหารของรัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุนชุมชน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนก็ไม่มีอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งคนทำงานในพื้นที่ก็ยังไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตอนนี้เรามีหน่วยงานใหม่ในการสนับสนุนทุนเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยในหน่วยงานที่มีอยู่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขณะนี้เราพยายามตั้งองค์กรที่คล้ายๆ พอช.ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีความพยายามในการร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;Think city&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณลงไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ปีนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์บ้านเก่า&amp;nbsp;ตึกเก่า &amp;nbsp;อนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;200&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ปีนังเป็นเมืองท่าที่คึกคัก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเมืองได้เปลี่ยนไป&amp;nbsp;กลายเป็นอาคารบ้านช่องที่ทรุดโทรม&amp;nbsp;ผู้คน จึงอพยพย้ายออกจากเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;จึงมาหาจุดแข็งของเมืองว่าเรื่องใดที่เราจะฟื้นฟูเมืองได้&amp;nbsp;ซึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเรื่องอาหาร&amp;nbsp;เราจึงเริ่มฟื้นฟูโดยทำงานร่วมกับชุมชนมัสยิดในการอนุรักษ์มัสยิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อใจของคนในพื้นที่ &amp;nbsp; โดยทำการอนุรักษ์อาคารเก่าในพื้นที่&amp;nbsp;และพัฒนาปรับปรุงจนกลายมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการจัดงาน&amp;nbsp;Grorge Town Festival&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;มีการบันทึกเรื่องราว&amp;nbsp;ดนตรี จนสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;Grorge Town&amp;nbsp;เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในเมืองได้&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเมืองด้วยการทำงานร่วมกับคนในเมือง&amp;nbsp;ทำให้คนรู้สึกอยากกลับเข้ามาอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงกลุ่มบ้านแถว&amp;nbsp;จากเดิมที่มีแผนในการไล่รื้อคนที่อยู่อาศัยออก&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่าในการปรับปรุงอาคาร&amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;ACHR(มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย) &amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งคนเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบัตเตอร์เวิร์ธ&amp;nbsp;การฟื้นฟูพัฒนาย่าน&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่นของพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเริ่มต้นการสำรวจและการพูดคุยกับคนในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการเดินสำรวจเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าใจเมืองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Parked&amp;nbsp;Angkera&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Deputy Director General of the Housing)จากประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเจริญเติบโตของเมืองพนมเปญดึงดูดให้คนเข้ามาในเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาของภาคชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรมไม่สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงผลักดันประชากรให้เข้ามาในเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้คนในพนมเปญ&amp;nbsp;55%&amp;nbsp;ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน&amp;nbsp;การไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชากรต้องอยู่ในสลัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับทางการไม่ยอมรับว่าในเมืองมีปัญหาคนจนที่อาศัยในสลัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับประเทศ&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ยูนิตต่อปี &amp;nbsp;แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ (ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท) &amp;nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้น้อยเข้าถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเอกชนทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำการสนับสนุนงบประมาณให้กับเอกชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Parked &amp;nbsp;กล่าวและบอกว่า &amp;nbsp;การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รัฐบาลจะมีแผนการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;เพื่อให้คนรายได้น้อย &amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;รายได้สูง &amp;nbsp;สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการร่างแผนการพัฒนาชุมชนและจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเอกชน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และภาคีความร่วมมืออื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Natalja&amp;nbsp;Wehmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN-Habitat)&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp;ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp;อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp;เราจะทำอะไรกับปัญหานี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;? &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;และปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp;การเข้าถึงทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;มีแผนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรลุภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;(SDGs&amp;nbsp;2030 Agenda)&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามแนวทางนี้&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงของรัฐบาลในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้แทนสหประชาชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;จึงอยากให้แต่ละเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้คน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp;บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp;จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp;รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการไล่ที่&amp;nbsp;เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp;การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp;ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp;สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง คนสิงคโปร์มากกว่า&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp;หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย ได้มีกระบวนการคิดค้นเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือการแก้ไขปัญหาโดยประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp;แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp;ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเมืองที่ดี&amp;nbsp;สวยงาม )&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp;ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง&amp;nbsp;?&amp;nbsp;และให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เชื่อมโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน&amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp;มีสวัสดิการ&amp;nbsp;มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp;เป็นประชาชนที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป&amp;nbsp;แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;คนเดิม &amp;nbsp;ชุมชนเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;city&amp;nbsp;หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี &amp;nbsp;สวยงาม &amp;nbsp;ปลอดภัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้น &amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น &amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในงานเสวนาครั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงท้ายตัวแทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แก่ผู้แทนจากลาวที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, Thailand Social Expo 2018, ขบวนการองค์กรชุมชน, คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, ชุมชน, นวัตกรรมชุมชน, บ้านประชารัฐ, พอช, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6571b383c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาวิทยาลัยจับมือสถาบันพระปกเกล้าพัฒนาระบบบริหารจัดการ&quot;เมืองอัจฉริยะ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มมหาวิทยาลัย ทำความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้าผ่านทปอ. พัฒนาระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ นำร่องก่อนที่ นครนนทบุรี&amp;nbsp; เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครยะลา เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองลําพูน มีกล้องตรวจจับความเร็วรถ วัดสภาพจราจร มลพิษทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนในฐานะผู้แทน ทปอ. ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ โครงการพัฒนาและร่วมทดสอบระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า ภายในงาน &amp;ldquo;University Expo มหกรรมอุดมศึกษา : อุดมศึกษา &amp;ndash; พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0&amp;rdquo; ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการบริหารจัดเมือง ทั้งในด้านขององค์ความรู้ ที่จะมีเครือข่ายอุดมศึกษาในการเข้าไปช่วยการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในแต่ละพื้นที่ต่างมีศักยภาพ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้ท้องถิ่น รวมถึงด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น กล้องตรวจจับความเร็วรถยนต์ การวัดสภาพการจราจร การวัดสภาพอากาศ เป็นต้น ซึ่งเมื่อในพื้นที่ต่างๆ มีเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยก็จะสามารถทำให้การบริหารจัดเมืองทำได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองได้อย่างแม่นยำและตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการพัฒนาเมืองของประเทศไทย และสำหรับในส่วนของ สจล. จะร่วมมือกับเทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครยะลา เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองลําพูน อย่างไรก็ตาม หากท้องถิ่นใดมีความต้องการที่จะเข้าร่วมในโครงการนี้ ทปอ. ยินดีที่จะช่วยในทุกภูมิภาค โดยให้ศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลและประสานความร่วมมือต่างๆ &amp;rdquo;ประธาน ทปอ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้าถือเป็นจุดเชื่อมขององค์กรท้องถิ่นจำนวนมากและเราตั้งใจที่จะสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ประชาชน ดังนั้นการเริ่มต้นของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่การที่เราจะไปซื้อเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่จะมีการให้องค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ อย่างการกำหนดความต้องการให้เป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด วางเป้าหมายในต่างละด้าน แล้วจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็มในการบริหารจัดการดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ ของ สจล. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จะช่วยขยายความคิด คำแนะนำ และการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยโครงการนี้จะต้องมีการขยายไปในให้มาจังหวัดต่างๆ มาเข้าร่วมอย่างแน่นอน เพื่อตอบโจทย์รัฐบาลที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเข้าถึง ช่วยเหลือสังคมและท้องถิ่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4283</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82edcbbb37a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยเผด็จการ&#039;ขี้ตู่&#039;เมินเป็นกก.พัฒนาเมืองอัจฉริยะซัด&#039;บิ๊กตู่&#039;เซ็นชื่อตั้งไม่ถามสักคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;30 ม.ค. 2561- ช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา เฟสบุ๊คแฟนเพจ &amp;#39;Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล&amp;#39; ของ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล โพสต์ข้อความและภาพคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งน.ส. สฤณี เป็น 1 ใน กรรมการคณะดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอโพสต์ชี้แจงเชิงตั้งคำถามว่า &amp;quot;มีน้องส่งมาให้ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ตัวเองเป็น &amp;quot;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ&amp;quot; มีลายเซ็นผู้นำเผด็จการทหารในฐานะนายกฯ ลงวันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแจ้งสั้นๆ นะคะว่า ตัวเองไม่เคยได้รับการทาบทามใดๆ มาก่อนเลย และต่อให้ได้รับการทาบทาม ก็ &amp;quot;ไม่ยินดี&amp;quot; ที่จะทำงานใดๆ ให้กับคณะกรรมการไหนก็ตามที่เผด็จการแต่งตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื่อหน่ายและรู้สึกเซ็งมากกับเรื่องแบบนี้ เมื่อไหร่เผด็จการทหารจะเลิก &amp;quot;ตู่&amp;quot; เอาเองเสียที ที่ผ่านมาก็เคยเจอเรื่องประมาณนี้มาแล้วสองสามครั้ง หน่วยงานอะไรสักอย่างจะเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการที่เผด็จการตั้ง แต่อย่างน้อยหน่วยงานเหล่านั้นยังให้เกียรติโทรมาถาม พอตอบปฏิเสธไปเขาก็ไม่เสนอชื่อต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมติดแท็ก #อ่านเฟซบุ๊กคนที่คุณอยากแต่งตั้งดูมั่ง #เมืองจะอัจฉริยะได้ไงในเมื่อเผด็จการยังบังคับให้คนเป็นนั่นเป็นนี่ที่เขาไม่ได้อยากจะเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับน.ส.สฤณี &amp;nbsp;เป็น นักเขียน นักแปล และกรรมการผู้จัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ปาสาละ จำกัด จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มีประสบการณ์ทำงานในภาคการเงินกว่า 8 ปี ในฐานะวาณิชธนกรที่ธนาคารดอยช์ สาขาฮ่องกง พนักงานสินเชื่อธนาคารไทยพาณิชย์ วาณิชธนกรและรองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กรบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นกรรมการบริหารของบริษัท ฮันเตอร์ส แอดไวซอรี จำกัด ก่อนจะตัดสินใจออกมาทุ่มเทเวลาให้กับงานเขียนและงานวิจัยอยางเต็มตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2015</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, เผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6fcf3ac1341.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
