<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ เร่งพัฒนาระบบข้อมูล กำกับ ติดตาม&quot;กัญชา-กัญชง&quot; ตั้งแต่&quot;เมล็ดพันธุ์&quot;ยันถึงมือผู้บริโภค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ม.ค.64- ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการประชุมออนไลน์ มีวาระติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานเร่งรัด (Quick win) เพื่อผลักดันกัญชา-กัญชงสู่พืชเศรษฐกิจ ด้วยการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่งานต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ได้ให้รายละเอียดการประชุมในครั้งนี้ว่า ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้จะทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดเป็นหลัก แต่ก็จะทิ้งงานใดไปไม่ได้ ทุกนโยบายยังคงต้องดำเนินต่อ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขที่มีความตั้งใจขับเคลื่อนดำเนินการตามแผนงาน จนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เช่น การลดระยะเวลาและขั้นตอนในกระบวนการขออนุญาตปลูก ผลิต และจำหน่ายให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น การใช้ประโยชน์จากส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด ในทางเศรษฐกิจ โดยการนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ และคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาได้มากขึ้น
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ งานต้นน้ำ ได้แก่ การจัดธนาคารเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชา-กัญชง ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้ทันกับกฎกระทรวงว่าด้วยกัญชงจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์และต้นกล้ากัญชงที่มีคุณภาพมาตรฐานเดียวกัน โดยได้ประสานงานเบื้องต้นไปกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อช่วยจัดหาให้ในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานปลายน้ำ ได้แก่ การจัดทำแนวทางการอนุมัติผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งจากประสบการณ์การใช้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การจัดการความเสี่ยงของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ และการจัดทำแนวทางการจัดบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แบบบูรณาการ โดยความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์ กับ กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่ง นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผอ.สถาบัน กัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการตามภารกิจของสถาบัน ฯ ต่อไป
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ประเด็นที่ได้รับความสนใจในการประชุมครั้งนี้คือ การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการกำกับดูแลและติดตามกัญชา-กัญชง ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงมือผู้บริโภค โดยอย. &amp;nbsp;ได้ดำเนินการมาในระดับหนึ่งแล้ว และจะมีการยกระดับให้สามารถประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้ประกอบการ และเพื่อให้สามารถวางแผนเชิงนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การศึกษาในต่างประเทศพบว่า ทิศทางและแรงลมสามารถทำให้เกสรปลิวได้ไกลถึง 10 ไมล์ ดังนั้น ในการขออนุญาตปลูกกัญชา-กัญชง จะต้องมีการกำหนดระยะห่างระหว่างต้น &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการผสมของเกสร เนื่องจากดอกเพศเมียมีมูลค่าสูงกว่าและเป็นที่ต้องการในตลาดอุตสาหกรรม จากตรงนี้ อย. ก็จะมีข้อมูลให้ผู้ประกอบการพิจารณาในระหว่างที่มาขออนุญาตปลูกกัญชา-กัญชง ซึ่งระบบเรียลไทม์นี้คาดว่าจะเปิดใช้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&amp;rdquo; ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89588</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์, ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd6d6590d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
