<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองเลื่อนฟังคำสั่งเบรกขึ้นค่ารถเมล์26เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 เม.ย.) ศาลปกครองยังไม่มีการอ่านคำสั่งในคดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เพื่อให้ขอให้คำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการ วันที่ 14 ธ.ค. 61 ที่ได้อนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางสาธารณะทั้งใหม่และเก่า ในหลายๆ หมวด ในอัตราตั้งแต่ 1-7 บาท ที่ให้มีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.นี้ โดยทางสำนักงานศาลปกครองแจ้งว่าคำสั่งจะออกเร็วที่สุดภายในวันศุกร์ที่ 26 เม.ย. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34354</URL_LINK>
                <HASHTAG>26เม.ย., ขึ้นค่ารถเมล์, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, ศรีสุวรรณ, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมขึ้นค่ารถเมล์ 1 บาท บขส.ขยับเพิ่ม10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งทางบกกลางฯอนุมัติรถ ขสมก. ,ร่วม ขสมก. ปรับขึ้นราคา 1 บาท ขณะที่ รถ บขส. และรถร่วม บขส.ให้ปรับ 10 % มีผล 21 ม.ค.นี้ แต่เปิดทางก่อนถึงวันดังกล่าว หากรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็พร้อมทบทวนมติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล ถาวรสุขเจริญ อธิบดีกรมขนส่งทางบก(ขบ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่มีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เปิดเผยผลการประชุมเมื่อวันที่ 14ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการพิจารณาภาระของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่หมวด 1 - 4 ที่ให้บริการทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ระหว่างกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัด ผู้ประกอบการทั้งหมดต่างมีภาระต้นทุนสูงขึ้น เริ่มจากรถที่วิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครในส่วนของผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. ซึ่งที่ผ่านมามีภาระจากการลอยตัวค่าก๊าซ เอ็นจีวี ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะมีการช่วยชดเชยค่าก๊าซให้ แต่ก็ไม่ครอบคลุมต้นทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ต้องเดินรถในช่วงการจราจรติดขัด ต้องประสบปัญหาขาดทุน มีการหยุดวิ่งให้บริการไปแล้วประมาณ 565 คันจากรถที่มีอยู่3,712 คัน ในส่วนของเอกชน จะเห็นได้ว่าการที่ไม่ปรับอัตราค่าโดยสาร ทำให้รถออกนอกระบบไปแล้ว18% และขณะเดียวกันที่มีการหยุดวิ่งและไม่ได้แจ้งไว้ มีอีกประมาณ1,000คัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบให้ประชาชนต้องรอใช้บริการเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้น คณะกรรมการเห็นถึงความจำเป็นต้องอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้งขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศก็ให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทด้วย ส่วนกรณีรถที่มีการจัดซื้อมาของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมแผนการปฏิรูป มีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี มีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อน ค่าโดยสาร 12 บาท ส่วนรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท ระยะหลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาให้ปรับราคารถ บขส. และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมา มีภาระจากการใช้เชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อมีการจ้างให้ TDRI ศึกษาก็ได้มีการนำเสนอข้อมูลว่า รถหมวดดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 30 % อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป คณะกรรมการได้อนุมัติให้รถในหมวดดังกล่าวปรับราคาขึ้น 10 % โดยให้มีผล 21 มกราคม 2562 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมจะนำมติการปรับขึ้นราคาดังกล่าว พร้อมมาตรการเยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการ อาทิ การเพิ่มวงเงินค่าเดินทางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการใช้บัตรให้ครอบคลุมทั้งรถเมล์ ขสมก., รถเมล์ร่วมบริการ, รถ บขส. และรถไฟ, การสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง และลดภาษีการนำเข้ารถโดยสาร เป็นต้น เสนอต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้หากกระทรวงคมนาคม และรัฐบาลเห็นด้วยกับมาตรการเยียวยา หรือมีมาตรการเยียวยาอื่นๆ เพิ่มเติม ที่ประชุมก็จะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่อีกครั้ง แต่หากไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆ ก็จะยึดมติที่ประชุมที่ให้ปรับราคาขึ้นในตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขึ้นค่าบขส., ขึ้นค่ารถเมล์, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, พีระพล ถาวรสุขเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f730ca1d3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นวันนี้ ขนส่งฯจะขึ้นค่ารถร่วมขสมก.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นขนส่งทางบกกลางนัดประชุมวันนี้ เคาะราคาค่าโดยสารรถร่วม ขสมก. &amp;nbsp;พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายโดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 11ธันวาคม. นี้กระทรวงคมนาคมจะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง &amp;nbsp;โดยมีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน &amp;nbsp;โดยยอมรับว่าจะมีวาระพิจารณาข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะมี 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางกับสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารบรรเทาผลกระทบการดำเนินธุรกิจ &amp;nbsp;โดยมีข้อเรียกร้องขอปรับราคารถร้อนจาก &amp;nbsp;9 บาท เป็น 12 บาท รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก 13 - 25 บาท เป็น 15 - 27 บาท &amp;nbsp;รถปรับอากาศรุ่นใหม่ 4 กิโลเมตรแรก 20 บาท ส่วนที่เกิน 4 กิโลเมตร เป็น 25 บาทตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่า ในฐานะเลขาของคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าจะมีการรับฟังความเห็นจากกรรมการทุกคน ซึ่งที่ประชุมมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรวมอยู่ด้วย โดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านที่มีต่อทุกฝ่าย ทั้งประชาชนผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนที่เข้าร่วมประชุมวันที่11 ธ.ค.นี้ เห็นว่าหากมีการอนุมัติปรับราคาค่าโดยสารให้แก่ผู้ประกอบการ อัตราที่เป็นไปได้และประชาชนผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไปในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีค่าครองชีพสูง โดยในส่วนของรถร้อนอาจปรับขึ้น 1 บาท หรือจาก 9 บาท เป็น 10 บาท ขณะที่รถปรับอากาศปรับระยะละ 1 บาท จาก 13 -25 บาท เป็น 14-26 บาท ส่วนรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนยังไม่ได้ข้อสรุป และหากจะมีการอนุมัติปรับราคาก็จะไม่สูงมากตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าโดยสาร, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, ค่าโดยสารรถร่วม ขสมก., พีระพล ถาวรศุภเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f537199c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น“อาคม”ไฟเขียวรถร่วมฯโขกขึ้นค่าโดยสาร3 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; รับลูกรถร่วมฯขอปรับค่าโดยสาร สั่ง ขนส่งทางบกกลางพิจารณาข้อมูลที่เป็นจริง ให้จบใน 15 ธ.ค. นี้ ก่อนเคาะราคาใหม่ขึ้นพรวด 3 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถร้อน รถแอร์ขึ้นอีก 2 บาท &amp;nbsp;ด้าน ทีดีอาร์ไอหนุนขึ้นค่าโดยสารหลังปฏิรูปเส้นทางใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังผู้ประกอยการรถโดยสารร่วมบริการ ขสมก.ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประเด็น ได้แก่1. ปรับค่าโดยสารรถร้อนจาก 9 บาท เป็น 13 บาทตลอดสาย 2. รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก13 บาทเป็น15 บาท และเพิ่มระยะละ 2 บาท 3. รถโดยสารใหม่ปรับอากาศ คือ อัตราที่ 4กม.แรก เก็บที่ 20 บาท เกินจากนั้นเก็บที่ 25 บาทตลอดสาย โดยกระทรวงคมนาคมได้รับข้อเรียกร้องของสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง และสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ไว้พิจารณา โดยได้มอบหมาย กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าโดยสาร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง โดยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการรถร่วม โดยให้คำนึงถึง ปัจจัยต้นทุน ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรง คุณภาพการให้บริการ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน&amp;rdquo;นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างดำเนินการปฏิรูปรถเมล์ จะมีการปรับปรุงค่ารถ มีรถใหม่ มีการปรับการกำกับดูแลโดยรถเอกชนจะไปขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบก( ขบ.) ,มีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถใหม่ แต่เนื่องจากการทำลอง 2 เส้นทาง ยังไม่ตกผลึก จึงจำเป็นต้องหารือกันอีก ซึ่งการปรับเส้นทางจะกระทบต่อรถร่วมฯด้วย อีกทั้งการกำหนดเส้นทางรถเมล์ใหม่ จะต้องสอดคล้องกับโครงข่ายรถไฟฟ้า รถเมล์จะเป็นฟีดเดอร์เชื่อมกับรถไฟฟ้า และวิ่งเป็นโซน วิ่งระยะสั้นลง เพื่อให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่า เรื่องปฎิรูปอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า ผลการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทางกระทรวงฯได้รับข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 ธ.ค.นี้ และหากเข้าสู่กระบวนการได้เร็วมีความชัดเจน ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนาการบริการให้ดีขึ้นได้ พร้อมยอมรับแนวทางของกระทรวงคมนาคมที่มอบหมายและจะดำเนินการตามทุกข้อเพื่อพัฒนาคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่าความคืบหน้าการศึกษาปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารสาธารณะนั้นขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้วพร้อมทั้งได้ศึกษาแนวทางค่าโดยสารของรถโดยสารที่ใช้พลังงานใหม่อย่างเอ็นจีวีและไฮบริดเพิ่มเข้าไปเรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เสนอผลศึกษาไปยังกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนของนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดี ขบ.คนใหม่จึงอาจทำให้มีความล่าช้าไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย สุเมธ กล่าวว่า TDRI สนับสนุนให้มีการปรับค่าโดยสารภายหลังจากปฏิรูปเส้นทางรถโดยสาร 269 เส้นทางแล้วเสร็จในปี 62 เพราะจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งด้านคุณภาพบริการและการกำกับดูแลตามเงื่อนไขที่ขบ.ระบุว่า การปรับค่าโดยสารใหม่จะใช้เฉพาะกับรถโดยสารใหม่หรือรถโดยสารที่ผ่านเงื่อนไขมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับที่ใช้ในกรณีปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากกระทรวงคมนาคมเห็นชอบแนวทางการปรับค่าโดยสารแล้วคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานราว 30 วันในการบังคับใช้ เชื่อมั่นว่าในอนาคตคุณภาพบริการของรถเมล์จะดีขึ้นแน่นอนหลังปฏิรูปเส้นทางเพราะผู้ประกอบการเป็นเจ้าของเส้นทางเพียงรายเดียวทำให้ไม่มีการแข่งขันทำรอบหรือการแข่งขันลดต้นทุนจนทำให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอีกต่อไป เช่นในกรณีรถเมล์สาย 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าผลการศึกษาของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังพบว่าค่าโดยสารรถเมล์ปรับอากาศขนาด 12 เมตรที่ใช้น้ำมันดีเซลควรปรับค่าโดยสารให้มีค่าเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 29.58 บาท จากปัจจุบันเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 21.88 บาท และรถโดยสารปรับอากาศที่ใช้พลังงาน CNG ควรปรับค่าโดยสารให้มีค่าเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 23.49 บาท จากปัจจุบันเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 15.80บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผลการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ในภาพรวมนั้นควรปรับเพิ่มขึ้นราว 10%-15% จากปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวงการรถเมล์ตลอดจนเอื้อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้โดยมีกำไร ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เส้นทางปฏิรูป 269 คัน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษจากแบงก์รัฐเพื่อลงทุนเพิ่ม ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ให้รับรองการผลิตคัทซีและตัวถังในประเทศซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการซื้อรถเมล์ใหม่ได้ทันที 40%-50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่ารถเมล์, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ราคาใหม่ขึ้นพรวด 3 บาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bce8dfa86e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณเตรียมนำม็อบรถตู้ร้องนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้ และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ มีคำสั่งให้รถตู้โดยสารสาธารณะกว่า 1,800 คันหยุดวิ่งบริการรับส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไปเนื่องจากรถมีอายุใช้งานถึง 10 ปี ว่าเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารและผู้โดยสารเดือดร้อนกันทั่วหน้า เพราะการกำหนดนโยบายหรือมาตรการขึ้นมารองรับของหน่วยงานราชการนั้นไม่สะท้อนการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม แต่กลับเป็นไปในลักษณะของการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถมินิบัสเป็นที่ตั้ง เช่น การบังคับให้ต้องเปลี่ยนรถตู้โดยสารสาธารณะเป็นรถมินิบัส การห้ามรถที่มีอายุเกิน 10 ปีมาวิ่งบริการ และการโละรถตู้หมวด 2 (ช.) ซึ่งเป็นรถตู้ที่จัดระเบียบในยุค คสช.ให้หมดสิ้นไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า การใช้อำนาจดังกล่าวเป็นการรังแกผู้ประกอบการที่ทำมาหากินโดยสุจริต ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเป็นอย่างมาก แต่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถมินิบัสโดยชัดแจ้ง ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อนมากขึ้น เนื่องจากรถตู้บางสายบางเส้นทางไม่มีรถโดยสารอื่นให้บริการอยู่เลย ซึ่งก็จะทำให้ให้เกิดมีรถป้ายดำขึ้นมาอีกในอนาคต โดยที่รัฐไม่สามารถควบคุมและเรียกเก็บภาษีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และผู้ประกอบการรถตู้ทั้ง 1,800 คันจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์และเป็นที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักนายกรัฐมนตรี ตึก กพร.เดิม&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ขบ., คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f42f3c6a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
