<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมยศ’เท‘ธนสิทธิ์’ปัดอยู่ห้องสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วงศ์สกุล-สมยศ&amp;quot; เข้าแจงคณะกรรมการตรวจสอบฯคดีบอส &amp;quot;อสส.&amp;quot; ยัน &amp;quot;เนตร&amp;quot; สั่งคดีตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย &amp;quot;บิ๊กอ๊อด&amp;quot; ปัดไม่เคยรู้จัก &amp;quot;ดร.สายประสิทธิ์&amp;quot; และไม่เคยมีปัญหากับ &amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; ระบุวันที่อ้างถึงไปประชุมฟีฟ่าที่สวิส &amp;quot;วิชา&amp;quot; รับคดีนี้ไม่ปกติ เผย ตร.ที่ขออินเตอร์โพลออกหมายแดงจับ &amp;quot;วรยุทธ&amp;quot; โดนเด้งจากเก้าอี้ เตรียมส่งรายงานฉบับ 2 ให้นายกฯ ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วันที่ 20 ส.ค. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดงขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน ได้เรียก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. และนายกสมาคมฟุตบอลฯ รวมทั้งนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เข้าให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 13.30 น. นายวงศ์สกุลเดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ เพื่อเข้าให้ถ้อยคำต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีบอสตามที่นัดหมาย โดยนายวงศ์สกุลได้หลบผู้สื่อข่าวไปจอดรถที่ชั้นใต้ดิน ก่อนที่จะขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องประชุมในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.40 น. พล.ต.อ.สมยศเดินทางมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวถามว่าได้อยู่ในห้องประชุมพร้อมคณะทำงานของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้พิสูจน์หลักฐานด้านความเร็วรถนายวรยุทธในขณะนั้นหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศตอบว่า จะชี้แจงในห้องประชุมกับคณะกรรมการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีความกังวลในการให้ข้อมูลคดีนี้หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;สบายๆ&amp;rdquo; ก่อนโบกมือทักทายสื่อมวลชนแล้วขึ้นไปยังห้องประชุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเชิญ พล.ต.อ.สมยศมาให้ข้อมูล เนื่องจาก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ชี้แจงต่อคณะกรรมการฯ โดยอ้าง พล.ต.อ.สมยศเป็นคนที่พา ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาพบเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2559 เพื่อแนะนำการคำนวณความเร็วรถอีก 1 สูตร ที่คำนวณจากเส้นทแยงมุม ซึ่งคำนวณออกมาได้ 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ว่าวิธีนี้ต่างจากการคำนวณของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ที่ได้คำนวณโดยลงพื้นที่จริง ตรวจสถานที่จริงบริเวณจุดเกิดเหตุย่านทองหล่อ ถ.สุขุมวิท ปากซอย 47 มีการวัดจากระยะทาง วัดเส้นความยาวตามแนวรถ ซึ่งคิดคำนวณจนได้ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังการชี้แจงคณะกรรมการฯ พล.ต.อ.สมยศให้สัมภาษณ์ว่า ขอยืนยันช่วงเวลานั้นระหว่างวันที่ 23-28 ก.พ.2559 ตนเดินทางไปประชุมฟีฟ่าที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่ได้อยู่ในห้องสอบสวนคดีตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนใครพูดอะไรไว้ ทำอะไรไว้ ก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารู้จักกับ ดร.สายประสิทธิ์หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ไม่เคยรู้จักใครหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งไม่ทราบทำไมจึงมีชื่อตนไปเกี่ยวข้อง เอาแค่ว่าตนไม่ได้ทำอะไรตามข่าวที่เสนอมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีปัญหาขัดแย้งกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครทั้งนั้น ฝากสื่อมวลชนทำให้กระจ่างในข้อเท็จจริง วันนี้รอให้สังคมพิพากษาตน หรือคิดไปเองเดากันไปเอง จนกระทั่งมีวันนี้ขอบคุณคณะกรรมการชุดนี้ที่เปิดเวทีให้พิสูจน์ตัวเอง มั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ใครที่ทำอะไรไว้ขอให้พึงระมัดระวัง และต้องรับผิดชอบด้วย เพราะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยไม่อาจปกป้องตัวเอง บางครั้งเมื่อเป็นข่าวออกไปและถูกสังคมพิพากษา ครอบครัวของผมก็ได้รับผลกระทบ ตรงนี้ทุกคนมองว่าผมเป็นคนไม่ดี เลว ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้&amp;quot; พล.ต.อ.สมยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชากล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบช.สกบ. ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองงานต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับนายวรยุทธ ท่านบอกว่าตัวเองถูกกดดันอย่างหนัก เพราะหลังจากที่ประสานเรื่องออกหมายแดงแล้วก็ถูกโยกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ถูกเอาแขวนที่กองบังคับการประจำ จ.นครราชสีมา และนับตั้งแต่วันนั้นก็ต้องไปช่วยทำงานที่กระทรวงแรงงาน โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงานในขณะนั้นได้ช่วยให้มีงานทำ และก็ได้มาช่วยงานกองบังคับการกฎหมายและคดี อยู่ได้ 1 ปีก็ถูกโยกย้ายมาเป็นรองผบช.สกบ. ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสายงานที่เจ้าตัวไม่คุ้นทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาบอกบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกกระเด็นไปไหนอีก เขาได้ร้องขอความเป็นธรรมด้วยว่าเดือดร้อนมากกับคดีนายวรยุทธ และฝากสื่อมวลชนช่วยจับตาดูเรื่องการโยกย้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในสัปดาห์หน้า เพราะฉะนั้นผมขอแจ้งให้ประชาชนทั้งหลายทราบเลยว่าคดีนี้ไม่ปกติ ขอให้ทุกคนไปวิเคราะห์เอาเอง&amp;rdquo;นายวิชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าวว่า ส่วนนายวงศ์สกุลชี้แจงยืนยันการสั่งการของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เป็นการสั่งการโดยที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นไปตามคำสั่งในเรื่องร้องขอความเป็นธรรม และท่านยังบอกด้วยว่ารองอัยการสูงสุดอีกท่านหนึ่ง (นายสมศักดิ์ ติยะวานิช) จะได้รับมอบอำนาจ เรื่องการดำเนินการในคดีอาญาในเขตของศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ตาม แต่การสั่งโดยนายเนตรกระทบไปถึงการสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องการสั่งในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราก็ถามว่าไม่ทับอำนาจกับนายสมศักดิ์ เพราะเขาได้รับมอบอำนาจในการสั่งคดีนี้ อสส.ชี้แจงว่าเป็นคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะกระบวนการในการสั่งร้องขอความเป็นธรรม แม้ว่าจะเป็นการสั่งอันเนื่องจากมีผู้ร้องมา แต่ปัญหาก็คือสิ่งที่ร้องมาจะต้องสั่งไปเกี่ยวพันกับคดีอย่างนี้ เป็นอำนาจของนายเนตรอย่างสมบูรณ์หรือไม่ คณะกรรมการฯ จึงขอร้องหากเคยมีคดีลักษณะแบบนี้ ขอให้ช่วยส่งรายละเอียดคดีนั้นมาให้พิจารณาหน่อย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า อสส.เคยสั่งคดีในลักษณะนี้มาแล้ว ขอให้คัดคำสั่งเดิมของอธิบดีอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้มาให้พิจารณา&amp;quot; ประธานคณะกรรมการตรวจสอบฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวว่า กรณี พล.ต.อ.สมยศได้ชี้แจงว่าในวันที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์กล่าวอ้างว่าได้พานายสายประสิทธิ์มาพบในวันที่ 26 ก.พ.2559 นั้น เขาไม่ได้อยู่ประเทศไทย แต่ไปประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์ และได้มอบเอกสารหลักฐานให้คณะกรรมการฯ ด้วย และยอมรับว่าเขาอยู่ในคณะกรรมาธิการฯ ที่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็แสดงว่าท่านปฏิเสธไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ แต่ยอมรับว่าเป็น สนช.ใน กมธ.กฎหมายฯ จริง และยอมรับว่าได้มีการส่งรายงานไปที่ อสส.จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ครบรอบ 20 วัน ซึ่งจะมีการส่งรายงานฉบับที่ 2 ให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการ และครั้งหน้าจะพิจารณาข้อเท็จจริงในประเด็นทางกฎหมายที่กรรมการจะต้องพิจารณาว่าใครผิดใครถูกอย่างไร ซึ่งในวันจันทร์นี้ได้เชิญตำรวจกองงานต่างประเทศคนปัจจุบันมาชี้แจง รวมถึงจะเชิญตำรวจที่เชียงใหม่มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพและพยานในส่วนของตำรวจอีกหลายปากมาชี้แจงข้อมูลด้วย&amp;quot; นายวิชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในวันนี้ทาง พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้มีหนังสือส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งที่ 1400/2563 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ แต่ผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงขอเลื่อนการส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 28 ส.ค.2563 โดยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ หัวหน้าคณะทำงาน, นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองหัวหน้าคณะทำงาน และตนในฐานะคณะทำงานและเลขานุการ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ได้มีคำสั่งกำชับขอให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดทำสำนวนการสอบสวนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ทันในวันที่ 28 ส.ค.2563 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการคุ้มครองพยานในคดีว่า หาก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์จะขอคุ้มครองพยาน ก็ต้องพิจารณาเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกรมคุ้มครองสิทธิฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลทั่วไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75084</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, อินเตอร์โพลออกหมายแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e85e1ee5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ตั้ง&#039;วิชา มหาคุณ&#039;สอบข้อเท็จจริงคดีบอส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาคำสั่งระบุว่า ตามที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2555 พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาหลายข้อหาและผู้ต้องหาหลบหนีการดำเนินคดี ต่อมาคดีบางข้อหาได้ขาดอายุความ ในส่วนข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องและฝ่ายตำรวจไม่มีความเห็นแย้ง คำสั่งไม่ฟ้องจึงมีผลเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายซึ่งรวมถึงบุพการี บุตรและคู่สมรสที่จะฟ้องคดีเอง และขอทราบสรุปพยานหลักฐานพร้อมทั้งความเห็นในการสั่งคดี หรืออาจขอดำเนินคดีใหม่เมื่อได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี หรือขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือจากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่คดีนี้อยู่ในความรับรู้และสนใจของประชาชนต่อเนื่องมาโดยตลอดนับแต่เกิดเหตุเมื่อ พ.ศ.2555 เมื่อปรากฏผลการสั่งคดีอันเป็นขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมชั้นตันก่อนมีคำพิพากษาของศาลเช่นนี้ จึงเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อและสังคมทั่วไปอย่างกว้างขวาง ถือเป็นความอ่อนไหวกระทบกระเทือนความเชื่อมั่นในองค์กร เจ้าหน้าที่ และกระบวนการยุติธรรม แม้ในส่วนของการใช้ดุลยพินิจและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการย่อมมีอิสระในการสั่งคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยไม่อยู่ในการบังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร และแม้พนักงานสอบสวนจะอยู่ในการตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตาม แต่กรณีนี้มีเหตุพิเศษที่สังคมควรมีโอกาสทราบในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตลอดจนพฤติการณ์และบุคคลผู้เกี่ยวข้องเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งหากมีส่วนใดที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้การบังคับใช้กฎหมายและการพัฒนากระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ จะได้นำมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปโดยเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) &amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ
(2) &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงยุติธรรม กรรมการ
(3) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ
(4) ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย กรรมการ
(5) ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กรรมการ
(6) นายกสภาทนายความ&amp;nbsp;กรรมการ
(7) คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการ
(8) คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการ
(9) คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรรมการ
(10) ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. กรรมการและเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการตาม (4) และ (5) อาจมอบหมายกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านนั้น ๆ ซึ่งไม่มีส่วนได้เสียในคดีเข้าร่วมประชุมแทนได้ &amp;nbsp;ให้ประธานกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้มีจำนวนไม่เกินห้าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 คดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนตามคำสั่งนี้ หมายถึงคดีตามข้อเท็จจริงที่กล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 คณะกรรมการตามข้อ 1 มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีตามข้อ 2 และเสนอแนะแนวทาเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การปฏิบัติหน้าที่ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนเสนอข้อแนะนำอื่นใดโดยไม่ก้าวล่วงหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าว แล้วรายงานนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ แต่หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าข้อเสนอแนะในการปฏิรูปยังไม่แล้วเสร็จ อาจให้ขยายระยะเวลาอีกได้ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการรายงานเบื้องต้นต่อนายกรัฐมนตรีเป็นระยะทุกสิบวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการมีอำนาจเชิญหรือประสานขอความร่วมมือหรือขอเอกสารต่าง ๆ จกเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ สอบถามหรือขอความเห็น และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการอาจรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ และพิจารณาเรื่องร้องเรียนในคดีนี้จากประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อ 4 ให้คณะกรรมการตามข้อ 1 และผู้ช่วยเลขานุการได้รับเบี้ยประชุมตามที่กระทรวงการคลังกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อพิจารณาศึกษาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ โดยให้คณะทำงานได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบี้ยประชุมตามวรรคหนึ่งและค่าตอบแทนตามวรรคสอง ให้เบิกจ่ายจากสำนักงาน ป.ย.ป. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2563 &amp;nbsp;เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72781</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา, คดีบอส, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สำนักนายกรัฐมนตรีที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16ddaa97dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
