<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามโผก.ต.เคาะ ‘ปิยกุล บุญเพิ่ม’ นั่งปธ.ศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ต.ไฟเขียว &amp;quot;ปิยกุล บุญเพิ่ม&amp;quot; นั่ง ปธ.ศาลฎีกาคนที่ 47 มีผล 1 ต.ค.นี้ เช็กบัญชีอาวุโส &amp;quot;พศวัจณ์&amp;quot; ว่าที่ปธ.ศาลอุทธรณ์ - 6 ว่าที่รอง ปธ.ศาลฎีกาใหม่ ลุ้นผ่าน 27 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ประชุมครั้งที่ 17/2564 โดยมีวาระสำคัญคือ การลงมติให้ความเห็นชอบเลือกข้าราชการตุลาการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 เนื่องจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในภารกิจของสายการบริหาร ในวันที่ 30 ก.ย.2564 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งประธานศาลฎีกา จะพิจารณารายชื่อผู้พิพากษาตามลำดับอาวุโส ซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติความเหมาะสมตามบัญชีที่มีการเสนอจากอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ อ.ก.ต. ซึ่งที่ ประชุม ก.ต. ได้มีมติเห็นชอบให้ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ผู้ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป โดย น.ส.ปิยกุล ว่าที่ประธานศาลฎีกา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ น.ส.ปิยกุล เกิดวันที่ 28 ต.ค.2499 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, หลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ประวัติการทำงาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในอดีต ได้แก่ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2562, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2560, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2558 สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ ได้แก่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธ.ค.2546, มหาวชิรมงกุฎ วันที่ 5 ธ.ค.2543
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีสำคัญที่ น.ส.ปิยกุลเคยเป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้เเก่ คดี อม.อธ. 3/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์ จีทูจี เฉพาะนายสุธี เชื่อมไธสง เครือข่ายเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 ที่ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายร่วมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท, คดี อม.อธ. 4/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ภรรยาของนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ในคดีบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งลงโทษให้ยกโทษจำคุกออกเเละปรับ 4 พันบาท พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี, คดี อม.อธ. 5/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 2 สมัย ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง โดยพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี &amp;nbsp;เเละคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองอีกหลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุม ก.ต.ครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. จะมีการพิจารณาระดับประธานศาลอุทธรณ์, รองประธานศาลฎีกา โดยจากการตรวจสอบตามคิวอาวุโส ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ จาก น.ส.ปิยกุล คือ นายพศวัจณ์ กนกนาก ปัจจุบันเป็นรองประธานศาลฎีกา ส่วนที่คาดว่าจะถูกเสนอบัญชีเป็นว่าที่รองประธานศาลฎีกาใหม่อีก 6 คน (หาก ก.ต.ให้ความเห็นชอบ) ได้เเก่ 1.นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา 2.นายวรงค์พร จิระภาค ประธานเเผนกคดีภาษีฯ ในศาลฎีกา 3.นายลาชิต ไชยอนงค์ ประธานเเผนกคดีเลือกตั้งฯ ในศาลฎีกา 4.นายอธิคม อินทุภูติ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา 5.นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา 6.นายยงยุทธ แสงรุ่งเรือง หัวหน้าคณะในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110639</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, ปิยกุล บุญเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช็กบัญชีอาวุโส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.แต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา 281 ตำแหน่ง &#039;พงษ์เดช&#039; เลขาฯ ศาลยุติธรรมคนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์เดช วานิชกิตติกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม อาคารศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ครั้งที่ 14/2563 โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการบัญชี 3 เพิ่มเติมครั้งที่ 2
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ข้าราชการตุลาการชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่ง 20 ตำแหน่ง ที่น่าสนใจ คือ นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา เป็นรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4 ครอบคลุมพื้นที่หลายอีสานตอนบนหลายจังหวัดโดยมีสำนักงานอยู่ที่ จ.ขอนแก่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
บัญชี 4 ชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่ง 167 ตำแหน่ง ที่น่าสนใจ คือ นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองเลขาธิการ ประธานศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา โดยก่อนหน้านี้นายชนาธิปเคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา (หน.อาญา) เป็นองค์คณะพิจารณาคดีสำคัญเช่นคดี 24 แกนนำ นปช.ก่อการร้าย และคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลายคดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้มี นายคมน์ทนงชัย ฉายไพโรจน์ เลขานุการศาลฎีกา เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และนายเรืองสิทธิ์ ตันกาญจนานุรักษ์ รองเลขานุการศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 จำนวน 90 ตำแหน่ง ที่น่าสนใจ คือ นายมุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 5 เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา ซึ่งมีบทบาทในการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องระบบประเมินความเสี่ยงมาใช้แทนหลักทรัพย์ในการปล่อยชั่วคราว และมีชั้น 3 สับเปลี่ยนตำแหน่ง 4 ตำแหน่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ที่ประชุมก.ต.ยังได้เห็นชอบกรณีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม มีความประสงค์ขอลงจากตำแหน่งเลขาฯ ศาลยุติธรรม ด้วย ที่ประชุม ก.ต. จึงมีมติแต่งตั้ง นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยทุกตำแหน่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป ทั้งนี้ สามารถดูมติ ก.ต. วันที่ 16 ก.ย.ได้ตามลิงก์ข้างล่างนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผลการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 14/2563 &amp;nbsp;https://bit.ly/2H6eca0
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2563 (บัญชี 4 เพิ่มเติม) &amp;nbsp; https://qrgo.page.link/bPag9&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77725</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6306a2b91ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.เลือก &#039;สิทธิโชติ อินทรวิเศษ&#039; เป็นอธิบดีศาลอาญา &#039;สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล&#039; อดีตโฆษกศาลฯ เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิโชติ อินทรวิเศษ,สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 12/2563 มีวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาตามบัญชีรายชื่อของสำนักงานศาลยุติธรรม โดย ก.ต.เห็นชอบแต่งตั้งโยกย้าย ระดับชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่งบัญชี 3 (พ.ฎีกา-อธิบดีผู้พิพากษา-ปธ.แผนกในศาลอุทธรณ์-ปธ.ศาลอุทธรณ์ภาค-หัวหน้าอุทธรณ์-ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) จำนวน 50 รายชื่อ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้ 1.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ประวัตินายสิทธิโชค อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
ภาค 1, ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 1, รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 และผู้พิพากษาศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ประวัตินายสืบพงษ์ อายุ 60 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท&amp;nbsp;
นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, ผู้พิพากษาศาลอุทรณ์ภาค 1, ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 4, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสืบพงษ์มีบทบาทโดดเด่น ในช่วงหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งโฆษกศาลยุติธรรม สมัยนายวีระพล ตั้งสุวรรณ เป็นประธานศาลฎีกา ได้รับการยกย่องเรื่องความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 เคยเป็นผู้นำในการเชิญชวนให้ผู้พิพากษาเข้าชื่อถอดถอนหนึ่งในกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) จากกรณีเหตุพิพาทในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีโยกย้ายชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่งบัญชี 3 สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอบัญชีทั้งหมด 161 รายชื่อ โดยที่ประชุม ก.ต.วันนี้ พิจารณาไป 50 รายชื่อ ส่วนรายชื่อที่เหลือจะพิจารณาในการประชุม ก.ต.ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75419</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, สิทธิโชติ อินทรวิเศษ, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f439c4d46d04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 เสียใจผู้พิพากษายิงตัวเอง ยืนยันทำได้เพียงทักท้วงเพื่อความรอบคอบ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือให้แก้ไขคำพิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สราวุธ เบญจกุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค 62- เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สื่อศาล&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจทางการของสำนักงานศาลยุติธรรม รายงานว่า นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ถึงเหตุการณ์เกิดขึ้น โดยอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ยอมรับเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ทำไปตามระเบียบ ไม่มีเจตนาที่จะแทรกแซง ซึ่งผลการพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร ตนเองทำได้เพียงทักท้วงเท่านั้น เพื่อให้กระบวนการต่างๆ ในการพิจารณา มีความรอบคอบ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือให้แก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากสื่อสารคลาดเคลื่อน ซึ่งหลังจากนี้ อนุกรรมการวิสามัญจะทำหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริงและนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง ก.ต.เป็นคนกำหนดนโยบายบริหารงานบุคคล วางหลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษา แต่งตั้งโยกย้าย และการลงโทษทางวินัยผู้พิพากษา ดังนั้น แม้อธิบดีผู้พิพากษาภาคจะย้ายผู้พิพากษาในภาคตัวเอง หากผู้พิพากษาไม่ยินยอมก็ไม่สามารถที่จะย้ายได้ ส่วนอำนาจของการแต่งตั้งโยกย้าย หรือถ้าไม่ใช่โยกย้ายประจำปี อำนาจประธานศาลฎีกาจะสั่งย้ายผู้พิพากษาโดยไม่รับความยินยอม ก็ไม่มีอำนาจที่จะย้ายผู้พิพากษาได้ หากจะทำได้ก็ต่อเมื่อ ก.ต.เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ย้ายออกนอกพื้นที่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ ส่วนแนวทางในการป้องกันปัญหานั้น จะมี 2 ส่วน คือคนที่รับผลกระทบตอนนี้พักรักษาตัวโดยจะดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจเป็นอันดับแรก ส่วนการบริหารงานบุคคล จะจัดการอย่างไร เป็นหน้าที่ของ ก.ต.ที่จะต้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ก่อนที่ผู้พิพากษาจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จะต้องปฏิญาณตนในการทำงาน โดยการทำงานระบบการพิจารณาพิพากษาของศาล เป็นระบบองค์คณะในการตัดสินคดี ยกตัวอย่างเช่น ศาลจังหวัดจะต้องมีผู้พิพากษา 2 คน เป็นองค์คณะในการตัดสินคดี ซึ่งหัวหน้าศาลหรืออธิบดีฯ จะสั่งให้ผู้พิพากษาตัดสินคดีตามความต้องการของหัวหน้าศาล หรืออธิบดีฯ ไม่ได้เด็ดขาด ไม่ใช้ระบบข้าราชการพลเรือนที่บังคับบัญชาตามลำดับชั้น &amp;nbsp;แต่ทำได้เพียงความเห็นแย้งเท่านั้น และการทำความเห็นแย้งไม่ได้มีผลกระทบต่อคำพิพากษา แต่มีประโยชน์สำหรับการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ฎีกาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยังกล่าวถึงคดีความมั่นคงว่า ที่ผ่านมาสำนักงานศาลยุติธรรมเราได้รับความร่วมมือ ได้รับความสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหาร ตำรวจ ทหาร ไม่เคยเข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของศาลยุติธรรม ยืนยันศาลมีความเป็นกลาง มีอิสระในการทำหน้าที่ เราจะลงโทษคนตามพยานหลักฐาน เราจะไม่ลงโทษคนโดยมีเหตุสงสัย และมั่นใจว่าผู้พิพากษา 5,000 คน ในประเทศ ทำหน้าที่ด้วยความอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ถ้ามีการร้องเรียนว่ามีการแทรกแซง สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการ รายงานที่ประชุม ก.ต. และจะรายงานถึงประธานศาลฎีกา ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, สราวุธ เบญจกุล, สื่อศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10ff0b35ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯศาลแจงชัดผู้พิพากษาเป็นอิสระแทรกแซงไม่ได้ ส่วนอธิบดีมีอำนาจเรียกตรวจสำนวนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.62 -&amp;nbsp; นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้พิพากษาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่ศาลจังหวัดยะลา ว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเหตุการณ์ผู้พิพากษายิงตัวเองในห้องพิจารณาที่ศาลจังหวัดยะลา จากนายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 และนายอนิรุธ ใจเที่ยง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยะลา เพื่อนำไปเสนอข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ ก.ต. ในวันที่ 7 ต.ค. นี้ และได้รายงานไปยังนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ตามลำดับแล้ว สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อรายงานที่ประชุม ก.ต.ไปแล้ว ก็ดูว่า ก.ต.จะพิจารณาอย่างไร ขณะนี้ตนได้เตรียมรายละเอียด เช่น คำแถลงการณ์ของผู้พิพากษาคนดังกล่าวเพื่ออธิบายแก่ ก.ต. แล้ว และต้องรับข้อมูลจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องที่มีการระบุว่ามีการแทรกแซงคดี นายสราวุธ กล่าวว่า คำพิพากษาถือเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยก่อนการอ่านคำพิพากษาได้ ไม่เช่นนั้นจะรู้ผลล่วงหน้า และเป็นวิธีปฏิบัติของศาลที่จะปรึกษาหารือกันได้ ซึ่งในกระบวนการทำงานคดีที่มีโทษสูง คดีสำคัญ กฏหมายพระธรรมนูญ มาตรา 11 (1) ให้อำนาจอธิบดีนั่งพิจารณาและพิพากษาคดีใดๆ ของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้วมีอำนาจทำความเห็นแย้งได้ และสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษาในศาลนั้น ในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าของผู้พิพากษา และในมาตรา 14 ระบุไว้ด้วยว่าให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นผู้พิพากษาในศาลที่อยู่ในเขตอำนาจด้วยผู้หนึ่ง โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 11 วรรคหนึ่ง รวมทั้งได้ให้อำนาจรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคไว้ด้วย เพราะปริมาณคดีมีมาก ดังนั้นอธิบดีจึงมีสิทธิที่จะตรวจสำนวนคำพิพากษา แม้ไม่ได้ขึ้นไปนั่งพิจารณาคดีก็มีข้อแนะนำได้ หากการเขียนคำพิพากษามีจุดบกพร่อง ก็แนะนำให้แก้ไขได้ ซึ่งกฏหมายให้อำนาจไว้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน แต่อธิบดีไม่สามารถไปก้าวก่ายการตัดสินของผู้พิพากษาได้ ไม่สามารถแทรกแซงการทำงานได้ เพราะหากผู้พิพากษาไม่เห็นตามนั้น ก็สามารถยืนยันความเห็นของตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งมีตัวอย่างในคดีที่อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ถูกฟ้องคดี 157 ท่านชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฏีกา ซึ่งเป็นอธิบดีศาลอาญาในขณะนั้น เคยมีความเห็นแตกต่างจากองค์คณะว่าควรลงโทษ แต่องค์คณะเห็นว่าควรยกฟ้อง อธิบดีจึงมีความเห็นว่าให้เอาไปทบทวน ทางองค์คณะยืนยันเหมือนเดิมว่ายกฟ้อง ท่านชีพ อธิบดีศาลอาญาขณะนั้นจึงทำความเห็นแย้งไป สำหรับในภาค 9 มีคดีความมั่นคงจำนวนมาก การที่อธิบดีมีอำนาจตรวจสำนวนและทำความเห็นแย้งได้ จึงถือเป็นเรื่องปกติในกระบวนการทำงาน เปรียบเสมือนการตรวจให้มีความรอบคอบได้มาตรฐาน ถ้าผู้พิพากษาที่พิจารณาสำนวนยังยืนยันคำพิพากษา ก็ต้องเป็นไปตามที่เขียนไว้อยู่แล้ว ผมขอบอกไว้เลยในศาลใครจะมาสั่งผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในการตัดสินคดี มันสั่งไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องอำนาจบังคับบัญชาตามลำดับชั้น ดุลยพินิจของเจ้าของสำนวนจะมีความเป็นอิสระ เรื่องนี้เป็นมานานแล้ว และไม่ใช่เฉพาะเรื่องภายในเท่านั้น ในทางภายนอกไม่ว่าจะเป็นฝ่าย ตำรวจ ทหาร หรือฝ่ายบริหารยิ่งสั่งเราไม่ได้&amp;ldquo; เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุผู้พิพากษายิงตัวเองในห้องพิจารณาโดยอ้างว่ามีเหตุจากการทำคำพิพากษา จะกระทบต่อผู้พิพากษาอื่นหรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า ผู้พิพากษาทั่วประเทศมีขวัญกำลังใจดี ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องอำนาจของอธิบดีผู้พิพากษามีกำหนดชัดเจนในกฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ตนก็เป็นผู้บรรยายกฎหมายวิชาพระธรรมนูญศาลในเนติบัณฑิตยสภา ส่วนจะมีการแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลหรือไม่ ให้รอฟังผลการประชุม ก.ต. ก่อน ตนขอย้ำว่าผู้พิพากษามีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรม คือกฎหมายกำหนดระเบียบแบบในการทำงานของผู้พิพากษา เกี่ยวกับเขตอำนาจศาล การนั่งพิจารณาขององค์คณะ ขอบเขตอำนาจของตัวผู้พิพากษาคนเดียวหรือร่วมกันเป็นองค์คณะ การจ่ายสำนวน การเรียกคืนสำนวน เป็นต้น ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคดีนี้ น่าจะอยู่ที่ &amp;quot;อำนาจของอธิบดีผู้พิพากษาภาค&amp;quot; ในมาตรา 13 ที่ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 11 ที่เป็นอำนาจของอธิบดีศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลด้วย เช่น มาตรา 11 (1) มีอำนาจในการทำความเห็นแย้งคำพิพากษาของเจ้าของสำนวน และ (4) อธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอำนาจในการให้คำแนะนำผู้พิพากษาในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47386</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10ff0b35ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเตรียมนำกรณีผู้พิพากษายะลายิงตัวเองเข้าที่ประชุม ก.ต. 7 ตุลาคมนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สราวุธ เบญจกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.62 -&amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้พิพากษาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่ศาลจังหวัดยะลา และมีกระแสข่าวว่าสาเหตุเกิดจากความเครียดในการพิจารณาคดี ว่าในวันที่ 7 ต.ค. นี้ จะมีการประชุม ก.ต. ซึ่งตนในฐานะเลขานุการ ก.ต.จะทำหน้าที่นำเรื่องดังกล่าวรายงานที่ประชุม &amp;nbsp;ก.ต. ซึ่งก็ต้องดูว่าเมื่อมีการนำเรื่องดังกล่าวรายงานที่ประชุมแล้ว ก.ต.จะมีความเห็นอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีสาเหตุจากการยิงตัวเองของผู้พิพากษา มีการออกแถลงการณ์ว่ามาจากการถูกแทรกการพิจารณาพิพากษาคดี เรื่องนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า ก.ต.เป็นองค์กรซึ่งทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิด และยังมีหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่าง คือการคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของผู้พิพากษา ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้น ก.ต.จะเป็นผู้พิจารณา มีมติเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, สราวุธ เบญจกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18bafa52ed6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.เห็นชอบ&#039;ชีพ&#039;ปธ.ศาลฎีกาเกษียณ30 ก.ย.ไม่เป็นผู้พิพากษาอาวุโส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62-ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ศาลฎีกา สนามหลวง นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาในฐานะ ประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้นัดประชุม ก.ต.ครั้งที่ 13/2562 มีเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ บัญชี 4 วาระ 1 ต.ค. 2562 จำนวน 17 ตำแหน่ง รวมทั้งวาระอื่นๆ โดยมีวาระที่น่าสนใจ คือ ก.ต. มีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติที่แต่งตั้ง นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 และให้นายชีพเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย. 2562 เพื่อรับบำนาญเหตุรับราชการนาน ตามประสงค์ ของนายชีพเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45338</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นายชีพ จุลมนต์, ประธานศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab24dfe9d25d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
