<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีดีอาร์ไอหวั่นเอไอแย่งงานมนุษย์กระทบเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีดีอาร์ไอหวั่นเอไอพัฒนากระทบเศรษฐกิจไทย ฉุดจีดีพีไม่โต งานหาย แนะเร่งต่อยอดไทยแลนด์ 4.0 ใช้เอไอจริงจัง


14 พ.ค. 61 - นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานสัมมนาสาธารณะทีดีอาร์ไอ ประจำปี 61 &amp;ldquo;ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทยให้พร้อมสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี&amp;rdquo; ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และออโตเมชั่น กำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด โดยธุรกิจและประเทศที่นำเทคโนโลยีมาใช้จึงมีความสามารถทัดเทียมหรือเกินกว่ามนุษย์ไปแล้วในหลายด้าน ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ และหากปรับตัวไม่ทัน มองว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะไม่สามารถขยายตัวได้ 5% ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งคาดจะโตได้เพียง 2.1% ต่อปี และจะมีงานประมาณ 3 ล้านตำแหน่งหายไป

อย่างไรก็ตาม หากไทยถูกปั่นป่วนจากการเทคโนโลยีในต่างประเทศ มูลค่าเพิ่มจากการผลิตในหลายสาขาธุรกิจจะย้ายออกไปต่างประเทศ และหากไทยใช้เทคโนโลยีป่วนตนเอง ดำเนินการตามวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; โดยเอาระบบออโตเมชั่นมาใช้อย่างเต็มที่ คาดจีดีพีไทยจะโตได้ 3.1% ต่อปี แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปีข้างหน้า และจะมีงานประมาณ 1.5 ล้านตำแหน่งหายไป

ทั้งนี้ มองว่าไทยควรมุ่งสร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยต่อยอดวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยยุทธศาสตร์เอไออย่างจริงจัง เสริมด้วยการสร้างงานจากเศรษฐกิจ 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจประณีต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจใส่ใจ เพื่อสร้างรายได้ดีให้แก่ประชาชน ซึ่งจะทำให้จีดีพีโตได้ 4.3% ต่อปี รวมถึงสามารถลดความเหลื่อมล้ำและก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9130</URL_LINK>
                <HASHTAG>TDRI, คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ทีดีอาร์ไอ, เอไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af90698617fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ขุนคลัง” กร้าวปีนี้ไม่ควรขึ้นดอกเบี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; กร้าว 1 ปีไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ระยุยังไม่มีเหตุจำเป็น ชี้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวกระจุก พ่วงอัตราเงินเฟ้อยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การพิจารณาทิศทางอัตราดอกเบี้ยนั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะตัดสินใจ ซึ่งในหลักการต้องพิจารณาภาพรวมจากทุกปัจจัย โดยในส่วนของกระทรวงการคลังมองว่าในช่วง 1 ปีนี้ ยังไม่ควรมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และลดอัตราดอกเบี้ยก็คงไม่ได้ แม้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจไทยจะมีการฟื้นตัวขึ้นจริง แต่ก็ยังเป็นการฟื้นตัวแบบไม่กระจายตัว ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือทำให้เกิดการฟื้นตัวแบบกระจายตัวอย่างเต็มที่ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อของไทยที่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ 1-4% ซึ่งจากอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำอยู่ในขณะนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะยิ่งเป็นปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อไม่ขยายตัวได้ตามกรอบเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่กระทรวงการคลังคิดไว้ในใจ คือในช่วงปี 2561 นี้ ไม่ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยจะค่อนข้างดี สภาพคล่องในระบบจะอยู่ในระดับสูง แต่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ดังนั้นจึงยังไม่มีเหตุผลอะไรให้ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างต่อเนื่อง แต่เห็นการหารือ พูดคุยกันในประเด็นธรรมดาทั่วไป โดยไม่เคยมีการแทรกแซงการทำงานของ ธปท. แต่อย่างใด ส่วนความเห็นที่เกิดจากการหารือก็เชื่อว่า ธปท. จะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, จีดีพี, ดอกเบี้ย, ธปท., รมว.คลัง, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa9444ce51f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 23:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงอุตฯหนุน &#039;SME&#039;หมื่นราย ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อุตตม&amp;quot;เดินหน้าร่วมพัฒนาเอสเอ็มอี 1 หมื่นรายในปีนี้ ดึงใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิต 10% ย้ำต้องเน้นลงทุนโครงการใหญ่ด้วย หวังฉุดเศรษฐกิจ พร้อมดันโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินเข้า ครม. ในวันที่ 20 มี.ค. 61 ชี้ได้ผู้ชนะการประมูลในไตรมาส 3 ของปี 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงาน&amp;quot; Thailand Taking off to New Heights&amp;quot;ว่า ปัจจุบันไทยกำลังปฎิรูปประเทศและมีแผนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องมีการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) โดยตั้งเป้าภายในปี 2561 นี้จะทำงานร่วมกัน 10,000 รายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิต 10% ทั้งนี้จะต้องพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาระดับหนึ่ง แต่เชื่อว่าเมื่อบุคลากรมีศักยภาพจะสามารถเป็นแรงงาน 4.0 และรองรับต่อนโยบายของประเทศได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ต้องมีตอนนี้คือการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศไทย และการศึกษากรอบยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่การสนับสนุนด้านการเงินอย่างเดียว และต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้การลงทุนของไทยเงียบเหงาลงไป ซึ่งหากต่อไปนี้มีการกระตุ้นในส่วนนี้ จะทำให้ปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันเอสเอ็มอีให้มีศักยภาพมากขึ้น ผ่านการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ซึ่งจะนำไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วย&amp;quot;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคณิศ แสงสุพรรณ&amp;nbsp;เลขาคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) กล่าวว่าวันที่ 20 มี.ค. นี้ กนศ. จะมีการเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหากได้รับการเห็นชอบคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในเดือนมี.ค. มูลค่าการลงทุน 300,000 ล้านบาท และได้ผู้ชนะประมูลช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อความสำเร็จของอีอีซี ซึ่งโครงการนี้พัฒนามาจากโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก (ลาดกระบัง-ระยอง) ที่เป็นโครงการเดิม แต่ได้ปรับปรุงหลักการให้เข้าเชื่อม 3 สนามบินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวม 5 โครงการหลักของอีอีซี(โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา , โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน , โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด , โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ) ทั้งหมด 700,000 ล้านบาท ต้องได้ผู้ลงทุนทั้งหมดไม่เกินไตรมาสแรกของปี 2562&amp;quot;นายคณิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่างานสัมมนาครั้งนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติรวมถึงหน่วยงายภาครัฐเข้าร่วมกว่า 3,000 คน เพื่อประกาศย้ำทิศทางในการส่งเสริมการลงทุนของไทย รวมถึงชี้แจงแนวทางและความคืบหน้าของพื้นที่อีอีซีให้เข้าถึงกลุ่มผู้สนใจได้โดยตรงเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอนาคต ซึ่งบีโอไอพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุน ผ่านการเสนอโปรโมชันต่าง ๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5374</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME, กนศ., คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, คณิศ แสงสุพรรณ, ดวงใจ อัศวจินตจิตร์, บีโอไอ, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, อีอีซี, อุตตม สาวนายน, ไฮสปีดเทรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาอีอีซีย้ำไม่มีระบุในกม.ให้ต่างชาติเช่าทีนาน99ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เลขาธิการ อีอีซี ย้ำ ร่าง พ.ร.บ. อีอีซี ไม่มีการเช่าที่ดิน 99 ปี แตืระบุชัด ว่าการให้ต่างชาติเช่าที่ดินจะไม่เกิน การให้เช่าที่ดิน &amp;nbsp;ที่อยู่ในพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ปี 2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค 61-นาย คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่าร่าง พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ....หรือร่าง พ.ร.บ. อีอีซี ไม่เคยมีการระบุให้มีการเช่าที่ดินนาน99 ปี แต่ได้ระบุชัดว่าการให้ต่างชาติเช่าที่ดินนั้นจะไม่เกิน การให้เช่าที่ดิน &amp;nbsp;ที่อยู่ในพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ปี 2542 ซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันที่ให้เช่า 50 ปี ขยายได้อีกไม่เกิน 50 ปี (รวมแล้ว 100 ปี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
และตาม มาตรา 52 &amp;nbsp;ของ ร่าง พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. .... การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ มิให้นำความในมาตรา 540 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาใช้บังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ทำสัญญาเช่าเป็นกำหนดเวลาเกิน 50 ปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลานานกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็น 50 ปี การต่อสัญญาเช่าอาจทำได้แต่จะต่อสัญญาเกิน 49 ปี นับแต่วันครบ 50 ปีไม่ได้นอกจากนี้การจะอนุญาตให้ต่อสัญญาเช่าที่ดินหรือไม่ ต้องมีการประเมินผล ว่าการประกอบกิจการที่ผ่านมาส่งผลดีต่อประเทศอย่างไร และมีแนวทางที่ดีขึ้นอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สัญญาเช่าที่ดิน จะเกิดได้ในกรณีไหนบ้างนั้น ต้องมีปัจจัยมาประกอบหมายด้านอาทิ ต้องมีการลงทุนระยะยาว นักลงทุนต้องการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ต้องการการ ถือครองระยะยาว อีกทั้ง ระยะการคืนทุนของการลงทุนต้องใช้เวลา และหลายประเทศที่กำลังพัฒนาก็ทำ ธุรกิจบางประเภทอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน อย่างเช่นกิจการบริการที่ไม่ต้องการพื้นที่จำนวนมากในการดำเนินกิจการ คนต่างชาติก็สามารถประกอบธุรกิจด้วยการเช่าที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ได้ เพื่อเป็นการจูงใจให้มาลงทุนในประเทศไทย &amp;quot;นายคณิศกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5293</URL_LINK>
                <HASHTAG>99 ปี, คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, คณิศ แสงสุพรรณ, ต่างชาติ, ต่างชาติเช่าที่ดิน, พรบ.อีอีซี, อีอีซี, เช่าที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf0d45f13c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯประชุมพัฒนาระเบียงศก.พิเศษภาคตะวันออก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.61-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;พร้อมกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า วันนี้จะต้องพิจารณาเรื่องพื้นที่สองข้างทางรถไฟ &amp;nbsp;ซึ่งการทำงานแบบนี้ย่อมมีปัญหาทุกวันอยู่แล้ว จึงขอให้มองในแง่ของความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ต้องหามาตรการรองรับ โดยเฉพาะเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่ต้องชี้แจงให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง อะไรทำได้ หรืออะไรทำไม่ได้ และเมื่อรัฐบาลต้องการทำให้ได้ จะต้องทำอย่างไรโดยไม่ต้องไปบิดเบือนกฎหมายที่มีอยู่ &amp;nbsp;จึงขอให้ทุกคนสร้างความเข้าใจในแง่มุมนี้ด้วย เพราะบางครั้งยอมรับว่ามีความห่วงใยของคนที่มีอารมณ์ ต้องการสนับสนุนรัฐบาล อาจมองในมุมที่เกรงว่าไทยอาจจะพลาดโอกาสไปบ้าง ทั้งนี้ ขอย้ำสิ่งที่สำคัญคือ จะต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3898</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ทำเนียบรัฐบาล, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a9384426e775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 06:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหานครการบิน’อู่ตะเภา’ฝันใกล้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนา &amp;ldquo;โครงการศึกษาเมืองการบินภาคตะวันออก&amp;rdquo; ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนงานเชิงกลยุทธ์การพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ซึ่งการศึกษาอยู่ในช่วงระยะที่ 2 พื้นที่ 6,500 ไร่ คาดจะแล้วเสร็จภายใน 18 เดือน และจะลงรายละเอียดในแต่ละโครงการที่จะเกิดขึ้นเพื่อยกระดับให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครแห่งการบิน ในปี 2565&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนศ., คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, คณิศ แสงสุพรรณ, อู่ตะเภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8af46db0be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
