<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.ระดม6 แสนล้านบาทพัฒนาโรงไฟฟ้า 5.4 พันเมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.เตรียมระดมทุน 6 แสนล้านบาท พัฒนาโรงไฟฟ้าภายใน 10 ปีรวม 5.4 พันเมกฯ ยันไม่หวั่นแม้สัดส่วนผลิตไฟในพีดีพีจะเหลือ 24% ลุ้นครองส่วนที่ยังไม่กำหนดผู้ผลิต 11% ปลายแผน ลุยพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา พร้อมโซลาร์ในเขื่อน ชี้ศักยภาพสามารถผลิตไฟได้เกิน 1 หมื่นเมกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62- นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้มีแผนที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 600,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสายส่ง รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนโรงที่จะหมดอายุสัญญาในระยะ 10 ปี รวม 5,400 เมกะวัตต์ ได้แก่โรงไฟฟ้านำพอง ที่จะเริ่มโครงการในปี 2568 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ พระนครใต้ สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง และพระนครเหนือ รวมทั้งสิ้น 8 โรง โดยแบ่งเป็นเชื้อเพลิงถ่านหิน 700 เมกกะวัตต์ ที่แม่เมาะ นอกนั้นจะเป็นโรงไฟฟ้าคอมไบน์ไซเคิ้ล ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังดูอยู่ว่าช่องทางในการหาเงินใดบ้างที่ทำแล้วมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยที่ผ่านมาจะเป็นการกู้เงินจากธนาคารในประเทศไทย แต่เบื้องต้นก็มองว่าการออกหุ้นกู้ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ดี เพราะเราจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาร่วมลงทุนกับเราได้ ซึ่งยืนยันยันได้ไม่มีปัญหาด้านการเงินแน่นอน&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั้ง 8 แห่งจะทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในประเทศของ กฟผ. อยู่ที่ 31% หลังที่จะมีการปลดระวางของโรงไฟฟ้าที่หมดอายุแล้ว ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของ กฟผ. อยู่ที่ 35% และตามที่มีการระบุในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี 2018) ที่กำหนดสัดส่วนให้กฟผ.มีการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 24% นั้นเป็นช่วงปลายแผนในอีก 20 ปีถัดไป ซึ่งในช่วงนั้นก็จะมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าที่ยังไม่มีการระบุว่าเป็นของใคร หรือให้ฝ่ายไหนดำเนินการอีก 11% หากในอนาคตทางรัฐบาลมอบหมายให้ กฟผ. ดำเนินการในส่วนนั้นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ก็จะมากกว่า 24%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเอกชน (ไอพีพี) ในช่วงปลายแผนก็เหลือเพียงแค่ 13% เท่านั้นจากปัจจุบันที่อยู่ที่ 33% ซึ่งจะมีการกระจายสัดส่วนไปสู่ในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(วีเอสพีพี)มากขึ้นกว่า 35% และในส่วนนั้นก็จะเป็นการผลิตไฟจากพลังงานทดแทน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์)มากที่สุด จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลสำหรับกฟผ. รวมถึงปัจจุบัน กฟผ.ก็เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เพิ่มขึ้น ที่เป็นการตั้งแบบลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ซึ่งล่าสุดก็ได้ทำการเสนอต่อกระทรวงพลังงานไปเพื่อขอดำเนินการโซลาร์ลอยน้ำรวม 2,725 เมกะวัตต์ กระจายในเขื่อนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ได้ติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน(เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ)ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขนาด 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี ขนาด 21 เมกะวัตต์ กำหนดแล้วเสร็จในปี 63 เพื่อเป็นการนำร่องควบคู่พัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าให้เดินเครื่องในสถานการณ์ที่เชื้อเพลิงต่ำได้(โรงไฟฟ้าเดินเบา) โดยเบื้องต้นเป็นการติดตั้งเพื่อกักเก็บไฟฟ้าประมาณ 20 เมกะวัตต์ โดยจะใช้จ่ายในช่วง 15 นาที ในกรณีที่โรงไฟฟ้าหลักเกิดเหตุดับหรือขัดก่อนเพื่อลดผลกระทบของประชาชนก่อนที่จะสามารถเดินเครื่องเข้าระบบของโรงไฟฟ้าหลักได้อีกครั้ง โดยใช้งบประมาณสถานีละ 800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เรากำลังเดินหน้าที่จะพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งเมื่อดูจากศักยภาพของเขื่อนน้ำของ กฟผ. นั้นจะสามารถติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำและผลิตไฟฟ้าได้อีก 10,000 ในเขื่อนทั่วประเทศ และในอนาคตหากมีการติดตั้งเอนเนอร์ยี่สตรอเรจร่วมด้วย รวมถึงผนวกกับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำและไฟฟ้าจากการปั่นไฟ จะทำให้เขื่อนสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่อง 18-20 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการพัฒนาโรงไฟฟ้าเดินเบา เพื่อจะติดตั้งใช้กับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือก่อน และโรงไฟฟ้าแม่เมาะในระยะต่อไป&amp;quot;นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแผนพีดีพีนั้นทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดว่าจะต้องมีการพิจารณาใหม่ทุก 5 ปีซึ่งในอนาคตมัดส่วนดังกล่าวก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกันนี้ กฟผ. ยังมีแผนที่จะออกแบบโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งในช่วง 10 ปีนี้ เป็นโรงไฟฟ้าเชิงท่องเที่ยวด้วย โดยจะนำร่องในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ฯก่อน 2 แห่ง โดยเบื้องต้นมีแผนที่จะซื้อพื้นที่เพิ่มเพื่อพัฒนาพื้นที่ในการรองรับนักท่องเที่ยว และคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อนำเข้ามาอุปโภคและบริโภคในพื้นที่ โดยคาดว่าจะมีการสรุปเร็ว ๆ นี้ก่อนที่จะขยายผลต่อไปยังโรงอื่น ๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, ถ่านหิน, น้ำพอง, พระนครเหนือ, พระนครใต้, วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a55e9f1ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพช.เคาะพีดีพีผลิตไฟปลายแผน อยู่ที่ 7.7 หมื่นเมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 2562 นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2562 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2561-2580 (พีดีพี 2018) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอให้ทบทวนสถานการณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าปลายแผนในช่วงปี 2580 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 46,090 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากปี 2560 ที่กำลังผลิตไฟฟ้า 46,090 เมกะวัตต์ จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าปลดออกจากระบบในช่วงปีแผน 25,310 เมกะวัตต์ แต่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามา 56,431 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 20,766 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าตามนโยบายส่งเสริมของภาครัฐรวม 520 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะ 400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ รวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานทางเลือก(เออีดีพี)กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 18,176 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นชีวมวล 3,376 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 546 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 10,000 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2,725 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,485 เมกะวัตต์ ขยะอุตสาหกรรม 44 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือ 2,070 เมกะวัตต์เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้และอยู่ระหว่างก่อสร้าง ยังไม่มีการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงพลังงานยืนยันประมาณการค่าไฟฟ้าขายปลีกในช่วงปี 2561-2580 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่าง 3.50 - 3.63 บาทต่อหน่วย หรือเฉลี่ย 3.58 บาทต่อหน่วย&amp;rdquo;นายศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้จัดทำการพยากรณ์ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี โดยเร่งรัดให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาแนวทางดำเนินการโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชน ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบค่าไฟ รวมถึงเห็นชอบหลักการคิดอัตราค่าไฟฟ้า และหลักการของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการน้ำงึม 1 โครงการเขื่อนเซเสดฉบับใหม่ โดยหลักการคิดอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่เป็นปัจจุบันมีอายุสัญญา 1 ปี และสามารถต่อสัญญาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับปรุงช่วงเวลาการสิ้นสุดอายุสัญญาของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กหรือเอสพีพี (SPP) ระบบโคเจนเนอเรชั่นที่อายุสัญญาจะสิ้นสุดในปี 2559-2568 ให้ได้รับการต่ออายุสัญญาครอบคลุมผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก 25 ราย กำลังการผลิตรวม 2,974 เมกะวัตต์ โดยให้ใช้เชื้อเพลิงตามสัญญาเดิมและได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าสอดคล้องกับประเภทเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหินรับซื้อที่ 2.54 บาทต่อหน่วย ก๊าซธรรมชาติรับซื้อ 2.82 บาทต่อหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โซลาร์ประชาชนที่จะนำร่อง 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มได้ไม่เกินกลางปีนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ โดยการผลิตไฟฟ้าส่วนนี้ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะบ้านประชาชนแต่จะครอบคลุมโรงเรียนชนบท และโรงพยาบาลตำบลด้วย เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ส่วนบ้านเรือนทั่วไปเชื่อว่ากลุ่มประชาชนที่มีฐานะน่าจะเริ่มติดตั้งก่อน ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปที่อยากติดตั้งแต่ไม่มีทุน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารอาคารส่งเคราะห์ ธนาคารออมสิน เพื่อกำหนดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการติดตั้งโซลาร์ประชาชน คาดว่าจะมีข้อสรุปเร็วๆนี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27483</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, นายศิริ จิระพงษ์พันธ์, ปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2561-2580 (พีดีพี 2018), ผลิตไฟฟ้า, พีดีพี2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8ed0c22aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถก&#039;กพช.&#039;เร่งแจงความจำเป็นประมูลสัมปทานพลังงานใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยนายกฯกล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมว่า วันนี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสถานการณ์ และก็สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งวาระสำคัญในวันนี้ก็คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การประมูลสัมปทานใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในสิ่งที่ยังเป็นปัญหาในปัจจุบัน ด้วยความไม่เข้าใจและมุมมองที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิ่งที่เราจะทำได้ คือต้องพิจารณาในทุกมิติ ว่าจะทำอย่างไร เพื่อเกิดความเป็นธรรมของผู้ประกอบการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้ที่จะได้รับประโยชน์จัดการใช้พลังงานเหล่านี้ ซึ่งจะต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในอนาคตด้วย เพราะเราจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมใหม่ และอุตสาหกรรมเดิม รวมถึงการใช้พลังงานของชุมชนต่างๆ ซึ่งวันนี้จึงต้องจะมาหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7674</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อดีตนายกฯ, กพช., คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, บิ๊กตู่, พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6059db1053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ย้ำ&#039;รัฐ-เอกชน&#039;ต้องควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดความมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯประชุม &amp;ldquo;กพช.&amp;rdquo; ขอทุกฝ่ายคิดอย่างต่อเนื่อง นำปัญหาเดิมมาร่วมแก้ไข พร้อมย้ำ &amp;ldquo;รัฐ-เอกชน&amp;rdquo; ควบคุมการใช้พลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พร้อมกล่าวก่อนการประชุม ว่า อยากให้ทุกฝ่ายคิดอย่างต่อเนื่องในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะต้องนำปัญหาเดิมมาแก้ไขร่วมไปกับการพัฒนาด้วย เพื่อให้ทุกอย่างดียิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจกับการทำงานของรัฐบาล และคณะทำงานต่างๆในทุกระดับ โดยต้องนำปัญหามาศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจน และประชาชนได้ใช้ประโยชน์จนเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ เพราะยังมีความขัดแย้งในหลายประเด็น เช่น ประชาชน ผู้บริหาร บอร์ดบริหาร และพนักงานได้อะไร พัวพันกันไปหมด บางครั้งกล่าวไปถึงกระทั่งเงินโบนัสในหลายรัฐวิสาหกิจก็ถูกพูดถึง ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วจะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจให้ได้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการลงทุนภาครัฐและเอกชนจะต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจนว่า อะไรคือพลังงานหลัก เพื่อให้เกิดความมั่นคง เกิดความเสถียร มีพลังงานหมุนเวียนที่จะนำมาใช้คู่กับพลังงานหลักของรัฐได้อย่างไร โดยให้มีการควบคุมการใช้พลังงานให้เหมาะสม ตามห้วงเวลาที่มีความจำเป็น คำนึงถึงความประหยัด และลดต้นทุนในการผลิต เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน โดยมีพลังงานสำรองไว้อย่างเพียงพอสำหรับบุตรหลานในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพช., คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, ควบคุมการใช้พลังงาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0bcf151def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
