<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สมคิด” จี้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนเป็นเสาหลักดันเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 มี.ค. 2562 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาถกฐาในงานสัมมนาผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 3 (SOE CEO Forum) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่า ในช่วงรอยต่อระหว่างการเลือกตั้ง ต้องการให้ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจทั้ง 56 แห่งเข้ามาช่วยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า โดยต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังมีความท้าท้ายเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากส่งออกไม่ดี เศรษฐกิจโลกมีปัญหา เอกชนมีความไม่แน่นอนในการลงทุน เพราะรอดูความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น รัฐวิสาหกิจไทยต้องเป็นแรงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตไปได้ ไม่ว่าจะเป็น บมจ. ปตท., บมจ. การบินไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทุกอย่างจะต้องเดินหน้า ต้องทำให้ได้ตามแผน &amp;nbsp;เพราะสังคมไทยยังจำเป็นต้องให้รัฐวิสาหกิจเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่เหมือนกับต่างประเทศที่ให้ภาคเอกชนเป็นคนขับเคลื่อน โดยปัจจุบันสถานะทางการเมืองระหว่างประเทศของไทยกับชาติมหาอำนาจของโลกอย่าง จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ทุกประเทศให้ความสำคัญต่อไทย ล่าสุดเกาหลีใต้ก็ชวนให้รัฐบาลไปเยือนเพื่อดึงนักลงทุนเกาหลีใต้เข้ามา ถือเป็นโอกาสดีมากที่ไทยต้องเร่งคว้าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า ในยุคประชาธิปไตยเต็มตัวรัฐวิสาหกิจมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากมีการทำโครงการออกมาช่วยมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคนจน ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สตาร์อัพ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ผมเข้ามาทำการเมืองยุคแรกที่มีโครงการออกมาจากรัฐวิสาหกิจน้อย เพราะขณะนั้นมีพรรคการเมืองหลายพรรค แบ่งกันคุมกระทรวงต่าง ๆ ทำให้การทำงานไม่เป็นไปทิศทางเดียวกัน ส่วนยุคนี้เวลาทำโครงการอะไร จะช่วยกันทำได้พร้อมกัน ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง กล่าวว่า ต้องการให้การขับเคลื่อนรัฐวิสาหกิจเป็นหนึ่งเดียวกัน มองที่ผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ต่างคนต่างไป บางหน่วยงานที่มีผลงานดี มีกำไรสูง ก็ควรเอาเม็ดเงินเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ไม่ใช่เอาไปลงทุนในหุ้น หรือบางหน่วยงานเอาเงินที่เป็นรายได้จากในประเทศไปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ตรงนั้นไม่ใช่การพัฒนาประเทศ รัฐวิสาหกิจจะคิดแบบเอกชน คือนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศไม่ได้ เงินเหล่านี้ควรอยู่ในประเทศ การลงทุนในประเทศก็เพื่อให้ประเทศเข้มแข็งมากขึ้น นี่ถือเป็นการรวมพลังเพื่อสร้างประเทศ จึงอยากฝากผู้บริหารรัฐวิสาหกิจต้องร่วมกันคิด พยายามช่วยสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประเทศเจริญขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มองว่า รัฐวิสาหกิจไทยต้องเร่งทำใน 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพ หากทำได้ดีสิ่งนี้จะช่วยตอบโจทย์ว่ารัฐวิสาหกิจไทยสามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ แต่รัฐวิสาหกิจไม่เหมือนกับภาคเอกชน เพราะมีส่วนหนึ่งที่เป็นของรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่ต้องคำนึงถึงกำไรสูงสุด แค่พอมีกำไรเลี้ยงตัวเองให้สามารถทำตามนโยบายได้ และสามารถดูแลสังคมในส่วนที่ต้องดูแลได้ก็พอ เช่น ภาคการเงิน ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้คนด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ ทำอย่างไรจะทำให้คนจนมีบ้านเป็นของตัวเอง เหล่านี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เรื่องการคอร์รัปชัน การรั่วไหล ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่รัฐวิสาหกิจไทยต้องเร่งแก้ไข เพราะที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจถูกตราหน้าว่าเป็นจุดที่มีการคอร์รัปชัน การรั่วไหลอยู่เป็นประจำ โดยการรั่วไหลนั้นมี 2 ระดับ ได้แก่ 1. ระดับนโยบาย ที่จะมีคนดูแลทางการเมืองเข้ามาสั่งการ และรัฐวิสาหกิจบางส่วนก็จำเป็นต้องทำ และ 2. ระดับล่าง สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลกับเศรษฐกิจเราไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ปัจจัยเหล่านั้นไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ปีละ 4 แสนล้านบาท จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วยที่ภาวะอื่น ๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง เม็ดเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เกิดความมั่นคงในด้านการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31296</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงทุนรัฐวิสาหกิจ, คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, สคร., สมคิด จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88c08d6fff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เตรียมชงรัฐช่วยอุ้มหนี้ 8.4หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.ชง&amp;rsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo;ช่วยอุ้มหนี้ 8.4 หมื่นล้านบาท เผยแผนฟื้นฟูเน้นจัดหารถใหม่ลดต้นทุนเชื้อเพลิง 50% เดินหน้าลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งในอนาคตจะนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่ใช้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.เตรียมเสนอแผนฟื้นฟูกิจการองค์กรขอรับการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากสามารถเห็นชอบได้จะนำแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสำคัญของเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ได้แก่แนวทางการลดรายจ่ายด้านงานบริการรถเมล์ควบคู่ไปกับการบริหารหนี้สินจำนวน 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินสะสมขององค์กรนั้นแบ่งเป็นหนี้สินจากนโยบายภาครัฐและหนี้สินจากงานบริหาร ดังนั้นในครั้งนี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยการให้รัฐบาลช่วยแบ่งเบารับภาระหนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐไปดูแลซึ่งหนี้สินสะสมดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากสาเหตุนี้เกือบทั้งหมด โดยขสมก.จะเป็นผู้ดูแลเพียงหนี้สินจากงานบริหารเพียงเท่านั้น โดยที่ผ่านมานั้นได้มีการหารือกันไปหลายครั้งแล้วระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่เรื่องแนวทางการลดค่าใช้จ่ายนั้นขสมก.จะให้ความสำคัญกับโครงการจัดซื้อรถเมล์ใหม่เพื่อลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิงซึ่งถือเป็นต้นทุนดำเนินการส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ตนมองว่ารถเมล์รุ่นใหม่แบบไฮบริดสามารถลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลงได้ 50% จากเดิม 3,400 บาท/คัน/วัน เหลือเพียง 1,800 บาท/คัน/วัน ซึ่งจากที่ทดสอบแล้วเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในกรุงเทพอีกทั้งยังสามารถผลิตและประกอบได้ในไทยอีกด้วย&amp;nbsp;
นอกจากนี้ในแผนดังกล่าวยังมีแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอีกด้วย ซึ่งในอนาคตขสมก.จะเน้นการนำเทคโลยีและนวัตกรรมใหม่มาทดแทนบุคลากรมากขึ้น อาทิ โครงการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูรกล่าวต่อว่าส่วนด้านความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องจากการไม่ชำระราคารถยนต์โดยสาร พร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 1.04 พันบาท ให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ปนั้นขณะที่ขสมก.ได้รับคำสั่งศาลพร้อมยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าไปชี้แจงให้ศาลปกครองรับทราบในวันที่นัดหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันที่31 พ.ค.นี้จะมีพิธีส่งมอบรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำยี่ห้อฮีโน่ ระบบดีเซลและไฟฟ้า(ไฮบริด) ในโครงการความร่วมมือระหว่าง ขสมก. บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. เป็นระยะเวลา 122 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.-30 ก.ย.นี้รวม 7 เส้นทาง อาทิสาย A1 ดอนเมือง-หมอชิต 2 สาย 510 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาย522 รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ (ทางด่วน) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากขสมก.ระบุว่าปัจจุบันขสมก.มีภาระหนี้สินจำนวนทั้งสิ้นราว 1 แสนล้านบาทโดยพบว่าหนี้สินราว 8.48 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 84% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดนั้นเป็นหนี้สินที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล ขณะที่อีกราว 1.6 หมื่นล้านบาทนั้นคือหนี้สินที่เกิดจากงานบริหาร สำหรับสาเหตุของหนี้สินจากนโยบายรัฐนั้นได้แก่ 1.โครงการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) &amp;nbsp;และต้นทุนในอดีตอย่างโครงการอุดหนุนรถเมล์ฟรีจำนวน 10,000 บาทต่อคันต่อวัน หรือคิดเป็นเดือนละ 240 ล้านบาทหรือปีละ 2,880 ล้านบาท จากจำนวนรถเมล์ฟรีทั้งหมดราว 800 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, นายกรัฐมนตรี, ประยูร ช่วยแก้ว, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนี้สิน, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e12060f59c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
