<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นบข.ไฟเขียวโครงการประกันรายได้  มาตรการคู่ขนานปีการผลิต 63/64 ช่วยชาวนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม และนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 63 - 31 พ.ค. 64 โดยให้ใช้แนวทางการดำเนินการเหมือนปีที่ผ่านมา และให้อนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดกฎเกณฑ์กลางราคาอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปพิจารณาราคาประกันรายได้ต่อครัวเรือน และนำกลับมาเสนอคณะกรรมการนบข.อีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลชาวนาสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการคู่ขนานประกอบด้วย 1. มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2563/64 ผ่าน 1)โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงินรวม 1.98หมื่นล้านบาท 2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 1.55หมื่นล้านบาท 3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ในอัตราชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 วงเงินรวม 610 ล้านบาท ทั้งสามโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถดูดซับอุปทานในช่วงที่ข้าวเปลือกออกมาสู่ตลาดมาก โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 7 ล้านตันข้าวเปลือก​&amp;nbsp;2. โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราสนับสนุน ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท​&amp;nbsp;3. โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก และโครงการยกระดับคุณภาพและต่อยอดด้านการตลาดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ที่ประชุมรับทราบ 1. การดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี2562/2563 ตั้งแต่ 15ต.ค. 62 - 31 พ.ค. 63 จ่ายแล้ว 30 งวด จำนวน 1.1 ล้านครัวเรือน จำนวน 1.9 หมื่นล้านบาท ร้อยละ92.67 ของงบประมาณ (งวดที่23-27 ไม่มีการจ่ายชดเชยเนื่องจากราคาอ้างอิงของข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ข้าวเปลือกเหนียวสูงกว่าราคาประกันรายได้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การดำเนินการมาตรการคู่ขนานเพื่อชะลอการจำหน่ายข้าว ผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก สามารถดึงอุปทานได้รวม 5.13 ล้านตัน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิต และมาตรการการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว จ่ายเงินแล้วมาตรการละ 4 ล้านกว่า ครัวเรือน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การผลิตข้าวทั่วโลกปี 63/64 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 8.1 ล้านตัน จาก 493.79 ล้านตัน เป็น 501.96 ล้านตัน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. สต๊อกข้าวทั่วโลก ณ ปลายปี 63/64 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.83 ล้านตัน เป็น 184.18 ล้านตัน โดยจีนมีสต๊อกข้าวมากที่สุด รองลงมา คือ อินเดียและไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ภูมิภาคที่ซื้อเข้าจากไทยมากที่สุด คือ แอฟริกา 4.11 ล้านตัน ในปี 2562&amp;nbsp;7. ปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกข้าวไทยในปี 2563 ได้แก่ การได้รับการจัดสรรโควต้าส่งออกไปเกาหลีใต้ ปริมาณ 2.8 หมื่นตันต่อปี และการที่ญี่ปุ่นเปิดประมูลข้าวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นโอกาสของข้าวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิต โดยกำชับให้กรมการข้าว หน่วยงานวิจัยภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายเกษตรกรร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพข้าวและการใช้พันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองให้ได้อย่างกว้างขวาง&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69063</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นบข., รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf78838f9b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาเฮ! &#039;จุรินทร์&#039; ชงมาตรการช่วยเหลือราคาข้าวเข้าที่ประชุม นบข. 6 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - ที่ท้องสนามหลวง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่ง ชาติ (นบข.) เพื่อพิจารณามาตรการต่างๆในการช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะการประกันรายได้ข้าวที่จะมีมาตรการเสริมต่างๆเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การชะลอการขาย ตรงนี้จะมีการให้เงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาท โดยหลังพิจารณาของ นบข.แล้ว จากนั้นในสัปดาห์ถัดไปก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม.และจะคิกออฟโครงการทันที ส่วนงบประมาณที่ใช้ประกันรายได้ข้าว ได้มีวงเงินลงไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องงบปีต่อปี และทำตลอด เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาล ส่วนการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ยังไม่พบปัญหาทุจริตใดๆ การซื้อขายในตลาดก็เป็นไปตามกลไก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51847</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, นบข., มาตรการช่วยชาวนา, โครงการประกันรายได้ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de897beee260.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
