<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอจรัส&quot;เผยรัฐบาลเตรียม  ทูลเกล้าฯพ.ร.บ.ศึกษาชาติ  หวังสกศ.เข็มแข็งในหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1พ.ค.62-&amp;ldquo;หมอจรัส&amp;rdquo; เผย ร่างพ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ อยู่ระหว่างรัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ ชมรัฐบาล มีความกล้าหาญที่จะผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ตั้งความหวังชี้ สกศ.มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติการ และมีระบบข้อมูลที่ดีเพื่อนำไปสู่การวางนโยบายการศึกษาที่เหมาะสม เตรียมแถลงผลงาน 28 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ที่จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การศึกษาแห่งชาติ ว่า ขณะนี้ทราบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการปฎิรูปการศึกษา โดยเฉพาะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลการจัดการศึกษาในทุกกระทรวง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายใน 60 วัน และทันทีที่ พ.ร.ก.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะปรับบทบาทหน้าที่ไปเป็นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติทันที ซึ่งกำหนดอยู่ในบทเฉพาะกาล ทราบว่า สกศ.กำลังเตรียมปรับโครงสร้างภายในเพื่อรองรับหน้าที่ใหม่ รวมทั้งต้องมีการปรับแผนการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องถือว่ารัฐบาลมีความกล้าหาญที่จะผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ สิ่งที่ คณะกรรมการอิสระฯ หวังไว้ คือ หลังมีการปรับโครงสร้างแล้วอยากให้สภาการศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ดำเนินงานแบบส่วนราชการ แต่อยากให้มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติการ และมีระบบข้อมูลที่ดีเพื่อนำไปสู่การวางนโยบายการศึกษาที่เหมาะสม ทั้งนี้คณะกรรมการอิสระฯ จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่&amp;nbsp;29 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;ดังนั้นในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้จะมีการแถลงผลการดำเนินงาน 2 ปีที่ผ่านมาของคณะกรรมการอิสระฯ อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติกำหนดไว้ว่า ในระหว่าง 60 วันที่อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ให้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษาทำหน้าที่ไปพลางๆ ก่อน&amp;rdquo; ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ร่าง พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติได้มีการปรับ ในสิ่งที่กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาคัดค้านหรือไม่ นพ.จรัส กล่าวว่า ไม่ได้มีการปรับ เพราะหลายเรื่องได้ถูกปรับจากสิ่งที่ คณะกรรมการอิสระฯ เสนอไปแล้ว แต่ยังคงหลักการและความจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปการศึกษาที่ให้ความสำคัญและคืนศรัทธารวมถึงยกย่องครูอย่างแท้จริง สิ่งที่ออกมาคัดค้านเป็นเรื่องของตำแหน่งซึ่งเป็นสิ่งสมมุติ แต่สิ่งที่ คณะกรรมการอิสระฯ พยายามสื่อให้ทราบเป็นของจริง คือการศึกษาไม่ได้ดีขึ้นเพราะการบริหารแต่ดีขึ้นเพราะครู และคำว่าครูใหญ่ก็มีความหมายมากกว่าผู้อำนวยการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34865</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc93e8a0abe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอจรัส&quot;ชี้ต้องปรับโครงสร้างศธ./ สพฐ.ใหญ่เกินไปคับกระทรวง/5แท่งเอกเทศ ทำงานไร้เอกภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอจรัส&amp;quot; ชี้โครงสร้าง ศธ.ในปัจจุบันค่อนข้างบิดเบี้ยว สพฐ.ใหญ่คับกระทรวงเกินครึ่ง เยอะทั้งงบฯจำนวนคนทำงาน &amp;nbsp;ส่วนองค์กร 5แท่ง มีความเป็นอิสระ เอกเทศ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีความเป็นเอกภาพการดำเนินงานให้เป็นหนึ่งเดียว แนะต้องปรับให้ทุกองค์กรมีความเป็นเอกภาพระดับชาติ ปลัดศธ.ทำหน้าที่ประสานงานในหน่วยราชการ กศน.ขยับขยายใหญ่ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือกับผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ศธ.หลายฉบับ โดยส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขตามปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องต่างๆ ซึ่งตนมองว่าการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวในแก้ไขปัญหา ดังนั้น จึงต้องมีหลายเรื่องที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น เรื่องการศึกษานอกโรงเรียนหรือการศึกษาตลอดชีวิต ที่ชัดเจนว่าในอนาคตการศึกษาในกลุ่มนี้จะต้องขยายตัวอย่างมาก และมีกลุ่มประชากรที่ต้องรองรับกว่า 40 ล้านคน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนด ทำให้การศึกษานอกระบบมีความใหญ่โตมากยิ่งขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีกลไกในการบริหารจัดการ โดยการขยับขยายสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่ทำหน้าที่ดูแลการศึกษานอกระบบที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเดิมให้ครอบคลุมภารกิจงานที่จำเป็นและจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อจากนี้ ซึ่งถือเป็นว่าเป็นเรื่องที่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงสร้าง ศธ.ในปัจจุบันค่อนข้างเบี้ยว เพราะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีขนาดใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งของ ศธ.ทั้งบุคลากร งบประมาณ การจัดหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การประเมิน อยู่ที่ สพฐ.ทั้งหมด ซึ่งมองว่าโครงสร้างจะต้องมีเปลี่ยนแต่จะเปลี่ยนอย่างไรนั้นคงต้องมีการหารือกันต่อไป&amp;quot;ประธานคณะกรรมการอิสระฯ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ขณะนี้ปัญหาการศึกษาอีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องความไม่เป็นเอกภาพ เพราะความเป็นแท่ง ซึ่งแต่ละแท่งมีความเป็นอิสระต่อกัน โดนในส่วนของ ศธ. มีหัวหน้าส่วนราชการอยู่ 5 หน่วยงาน และทุกหน่วยงานมีความเป็นอิสระและเป็นเอกเทศ ส่งผลให้ความเป็นเอกภาพลดลง ซึ่งจะต้องทำอย่างไรที่จะปรับโครงสร้างนี้ ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้จริงๆ ยังคงไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่คำตอบหนึ่งที่ได้รับการเสนอเข้ามาจำนวนมาก คือ การปรับให้ปลัด ศธ.อำนาจสูงสุดในฝ่ายข้าราชการ เพื่อทำหน้าที่ดูแลและประสานงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งทุกหน่วยงานจะปรับให้เป็นระดับกรม แต่ กศน.จะขึ้นมาเป็นอะไร ซึ่งจะต้องใหญ่ ดังนั้น ทางออกของเรื่องนี้ คือ การรักษาความเป็นเอกภาพในระดับชาติ กระทรวงต่างๆ ต้องมีการประสานงานร่วมมือกันในรูปแบบของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27361</URL_LINK>
                <HASHTAG>5แท่งในศธ., คณะกรรมการปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, ปรับโครงสร้างศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82c42f959e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระ นับนิ้วรอรัฐบาลเคาะ&quot;พ.ร.บ.ศึกษาชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22ม.ค.62-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการพิจารณา เรื่องความก้าวหน้ากลไกการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 ได้มีการประกาศใช้แล้ว และขณะที่ร่าง พ.ร.บ.พัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.... และร่าง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ....ได้รับความเห็นชอบในวาระ 1 จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ส่วนร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.... อยู่ระหว่างการปรับแก้ นอกจากนี้ยังมี ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะจะต้องสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งเป็นแผนที่ 12 โดยคณะกรรมการอิสระฯ จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาในวันที่ 25 มกราคมนี้ และหลังจากนั้นจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ และเมื่อผ่านการพิจารณาของ สนช. ก็จะลงพิมพ์ในพระราชกฤษฎีกาต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ส่วนจะออกมาเป็น พ.ร.บ.ได้เมื่อใดนั้น คงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะ คณะกรรมการอิสระฯ ได้เสนอ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน พ.ศ.2561 ซึ่งถือว่าล่าช้าไปมาก และถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปฏิรูปการศึกษา ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ และทุกคนตระหนักว่าการศึกษามีปัญหาค่อนข้างมาก และกำหนดว่าต้องมีการปฎิรูปการศึกษา เพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาเด็กเล็ก แก้ปัญหาเรื่องครู และการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนที่ไม่ทันกับโลก ดังนั้น ขณะนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร ส่วนการผลักดันกฎหมายระดับรองในหลายเรื่องขณะนี้ สามารถทำได้ทันที ต่อให้กฎหมายฉบับหลักยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้สิ่งที่จะมีความชัดเจนตอนนี้ คือ เรื่องบทบาทหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะต้องทำหน้าที่ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีอยู่ ประมาณ 6-7 แสนคน และกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับปรุงเรื่องนี้อย่างมาก และเป็นบทบาทของ อปท.ที่ต้องเข้าไปดูสถานศึกษาขนาดเล็ก ทั้งการจัดการศึกษา และการดำเนินการของศูนย์เด็กเล็ก ส่วนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษานั้น ต้องอาศัยรัฐ และเอกชนเป็นเครื่องมือสำคัญ&amp;rdquo;ประธานคณะรรมการอิสระฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า โดยหลักการเมื่อร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะเป็นการรับรองหลักการและรายละเอียดที่สำคัญ ซึ่งทางคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการเสนอความก้าวหน้าของการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา รวมถึงข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไปยังที่ประชุม ดังนั้น เมื่อทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เสนอมา เราก็จะนำมาปรับปรุงในบางรายละเอียดแต่ไม่ใช่หลักการใหญ่ เช่น กฎหมายระดับรองที่เดิมมีรายละเอียดค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกฎหมายระดับรองต่างๆ อาจต้องมีการกำหนดใหม่ เพราะอาจไม่กำหนดใหม่จะส่งผลต่อผู้ที่จะมารับผิดชอบไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ อีกทั้ง เป็นการสร้างความชัดเจนในการจัดการศึกษาและความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเอกชน รวมถึงเรื่องครู เช่น การพิจารณาทั้งเรื่องมาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพต่างๆ เรื่องครูอาชีวะ การปฎิรูปด้านอาชีวศึกษา บทบาทของรัฐในการส่งเสริมให้การเรียนอาชีวะไม่ต้องเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ด้อยโอกาส หรือการสนับสนุนในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ ให้เป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม คาดว่าร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ผ่านสนช.ภายในตามเดือนกุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27250</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการปฎิรูปการศึกษา, นพ.จรัส สุวรรณเวลา, พ.ร.บ.การศึกษาชาติฉบับใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
